บทที่ 3 นลินญา

กลิ่นอายของกาลเวลาลอยอวลอยู่ในบรรยากาศมันคือกลิ่นของกระดาษเก่าที่กรอบเหลืองตามอายุขัย กลิ่นของน้ำยาเคมีเจือจาง กลิ่นขี้ผึ้งขัดเงา และกลิ่นของฝุ่นผงที่ร่วงหล่นจากหน้าประวัติศาสตร์ ภายในห้องกระจกสี่เหลี่ยมที่ถูกปรับอุณหภูมิและความชื้นให้คงที่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแห่งนี้ คือโลกทั้งใบของ นลินญา

หญิงสาวในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตานั่งหลังตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แสงจากโคมไฟแว่นขยายสาดส่องลงบนชิ้นส่วนของคัมภีร์ใบลานโบราณที่เปราะบางจนแทบจะแหลกสลายเป็นผุยผงเพียงแค่หายใจรด ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือยางสีขาวกำลังใช้พู่กันขนอ่อนแตะน้ำยาทำความสะอาดสูตรพิเศษ ค่อยๆ บรรจงปัดฝุ่นและเชื้อราที่เกาะกินเนื้อใบลานออกอย่างเบามือที่สุด ดวงตากลมโตที่ถูกซ่อนอยู่หลังแว่นตากรองแสงจดจ่ออยู่กับทุกตารางมิลลิเมตรของวัตถุตรงหน้าราวกับว่าโลกภายนอกได้หยุดหมุนไปแล้ว

สำหรับนลินญา ภัณฑารักษ์สาววัยยี่สิบแปดปี ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์และจัดการมรดกทางวัฒนธรรม ของเก่าเหล่านี้มีชีวิต มันกระซิบบอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัยที่ล่วงเลย ร่องรอยการใช้งาน รอยบิ่น รอยร้าว หรือแม้แต่คราบน้ำตาที่หยดลงบนหน้ากระดาษ ล้วนเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ซื่อสัตย์ที่สุด

วัตถุโบราณไม่เคยโกหก... ไม่เหมือนมนุษย์

"ลิน พักสายตาบ้างเถอะ นี่แกนั่งท่าเดิมมาสี่ชั่วโมงแล้วนะ ไม่ปวดหลังบ้างหรือไง"

เสียงสดใสที่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องกระจก ทำลายความเงียบสงัดที่ครอบคลุมมาตลอดช่วงบ่าย นลินญาละสายตาจากแว่นขยาย ค่อยๆ วางพู่กันลงบนแท่นพักอย่างระมัดระวัง ก่อนจะถอดแว่นตาและหน้ากากอนามัยออก เผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่ที่งดงามทว่าเรียบเฉย ไร้ซึ่งรอยยิ้มต้อนรับผู้มาเยือน

ผิวของเธอขาวจัดจนเกือบซีดราวกับรูปปั้นพอร์ซเลนจมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากบางเฉียบที่มักจะเม้มเข้าหากันน้อยๆ อย่างคนที่มีเรื่องให้ครุ่นคิดตลอดเวลา แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดบนใบหน้าของเธอคือดวงตา... ดวงตาสีรัตติกาลที่ลึกล้ำ เยือกเย็น และว่างเปล่า ราวกับก้นบ่อน้ำที่แสงสว่างส่องลงไปไม่ถึง

"งานชิ้นนี้ต้องใช้สมาธิสูงมาก ถ้าหยุดกลางคันน้ำยาอาจจะซึมทำลายเนื้อใบลานได้" 

นลินญาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ใดๆ ขณะถอดถุงมือยางทิ้งลงในถังขยะติดเชื้อ

"จ้า แม่ภัณฑารักษ์ดีเด่นแม่คนอุทิศวิญญาณให้พิพิธภัณฑ์" 

พิมพ์ชนกเพื่อนสนิทและนักประวัติศาสตร์สาวประจำพิพิธภัณฑ์เดินถือแก้วกาแฟเย็นสองแก้วเข้ามาวางบนโต๊ะ พลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทีผ่อนคลาย 

"ฉันเอากาแฟมาเซ่นเผื่อแกจะยอมเงยหน้าขึ้นมามองโลกปัจจุบันบ้าง โลกที่ปีนี้คือศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ไม่ใช่สมัยอยุธยาตอนปลาย"

นลินญารับแก้วกาแฟมาดูดเพียงอึกเล็กๆ ความเย็นและคาเฟอีนไม่ได้ช่วยให้เธอกระตือรือร้นขึ้นมากนัก 

"มีธุระอะไรพิมพ์ ถ้าแค่จะเอาอเมริกาโน่มาให้ แกคงไม่เดินลงมาถึงห้องใต้ดินนี่หรอก"

"รู้ทันตลอด" 

พิมพ์ชนกหัวเราะร่วน ก่อนจะปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น 

"ผู้อำนวยการฝากเอกสารมาให้แกเป็นรายละเอียดของงานประมูลของเก่าการกุศลคืนพรุ่งนี้ ที่แกต้องไปเป็นตัวแทนพิพิธภัณฑ์ร่วมกับฉัน... และที่สำคัญที่สุด ท่านผอ. ฝากย้ำมาว่า แกต้องเตรียมตัวรับมือกับโปรเจกต์ใหญ่ระดับวีไอพี ที่ทางเราเพิ่งเซ็นสัญญารับทุนสนับสนุนมาสดๆ ร้อนๆ"

"โปรเจกต์อะไร ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่อง" 

นลินญาขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ก็โปรเจกต์ประเมินมูลค่าและขึ้นทะเบียนสมบัติโบราณของตระกูล 'ภูริพัฒน์ธาดา' ไงล่ะ แกจำได้ไหม ตระกูลมหาเศรษฐีที่บริจาคเงินก้อนโตให้พิพิธภัณฑ์เราปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ทั้งหมด แลกกับการให้ทีมภัณฑารักษ์ของเราเข้าไปประเมินของเก่าในคฤหาสน์ของพวกเขา และแน่นอน... หวยก็มาออกที่มือหนึ่งอย่างแก นลินญา ศิริเวคิน"

ชื่อตระกูลนั้นทำให้นลินญารู้สึกชาวาบไปทั้งแผ่นหลังโดยไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกอึดอัดระคนหวาดหวั่นก่อตัวขึ้นในช่องท้องอย่างรวดเร็ว ราวกับมีกระแสลมเย็นเยียบพัดผ่านเข้ามาในห้องที่ปิดมิดชิด เธอพยายามปัดความรู้สึกไร้สาระนั้นทิ้งไป และดึงสติกลับมาที่หน้าที่การงาน

"ฉันเป็นภัณฑารักษ์ มีหน้าที่ดูแลและบูรณะของในพิพิธภัณฑ์ ไม่ใช่นักประเมินราคาสมบัติตามบ้านเศรษฐีหน้าใหม่ที่อยากจะอวดรวย" 

นลินญาปฏิเสธเสียงแข็ง 

"แกก็รู้ว่าฉันเกลียดการต้องไปรับมือกับพวกคนมีเงินที่มองของโบราณเป็นแค่เครื่องประดับบารมี หรือไม่ก็ตัวเลขในบัญชีทรัพย์สิน"

"ใจเย็นๆ แม่คู้ณ" 

พิมพ์ชนกรีบยกมือขึ้นห้ามทัพ 

"ตระกูลภูริพัฒน์ธาดาไม่ใช่เศรษฐีหน้าใหม่นะ พวกเขาเป็นผู้ดีเก่าแก่ มีประวัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หรืออาจจะเก่ากว่านั้นด้วยซ้ำ ของที่อยู่ในคฤหาสน์นั่นอาจจะเป็นสมบัติชาติที่ประเมินค่าไม่ได้เลยก็ได้ แกไม่สนใจจริงๆ เหรอ ได้จับของแท้ที่ไม่มีใครเคยเห็นเลยนะ"

คำว่า 'สมบัติชาติ' และ 'ผู้ดีเก่าแก่' ทำให้ประกายบางอย่างวาบขึ้นในดวงตาที่เยียบเย็นของนลินญา ทว่ามันก็ถูกกลบเกลื่อนไปอย่างรวดเร็ว

"ท่านผอ. สั่งเด็ดขาดว่าโปรเจกต์นี้ห้ามพลาด เพราะมันหมายถึงเงินทุนก้อนต่อไปที่จะมาช่วยต่อลมหายใจให้พิพิธภัณฑ์ของเรา แกต้องรับผิดชอบโปรเจกต์นี้ลินถือว่าทำเพื่อรักษาสตูดิโอบูรณะของเก่าที่แกรักนักรักหนาก็ได้" 

พิมพ์ชนกงัดไม้ตายออกมาใช้ เธอรู้ดีว่าจุดอ่อนเดียวของเพื่อนรักคือสถานที่แห่งนี้ นลินญาถอนหายใจยาวอย่างยอมจำนน 

"ก็ได้ พรุ่งนี้ฉันจะไปงานประมูลแล้วจะลองคุยรายละเอียดกับตัวแทนของพวกเขาดู แต่ฉันไม่รับปากนะว่าจะรับงานนี้ ถ้าฉันประเมินแล้วว่าพวกเขาไม่ได้ให้เกียรติวัตถุโบราณมากพอฉันจะถอนตัวทันที"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป