บทที่ 1 ก้าวแรกบน SMIU

เสียงเครื่องยนต์ไฮเปอร์คาร์แผดร้องอย่างดุดันสะท้อนก้องทั่วบริเวณลานจอดรถ VIP ของมหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์มาร์ติน (St. Martin International University - SMIU) มหาวิทยาลัยเอกชนอันดับหนึ่งของประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของบรรดาลูกหลานอภิมหาเศรษฐี ทายาทนักการเมืองและตระกูลขุนนางเก่า การแต่งกาย เอกสิทธิ์และไลฟ์สไตล์ของนักศึกษาที่นี่ล้วนเป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่อาจเอื้อมถึง

ทว่าในอีกมุมหนึ่งของอาคารเรียนคณะวิทยาศาสตร์ที่ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบทางทิศตะวันออก ‘พะแพง’ หรือ พิมพรรณ วงศ์สว่าง นักศึกษาทุนเฟรชชี่ปี 1 สาขาเคมี กำลังยืดตัวขึ้นจัดปกเสื้อเชิ้ตสีขาวนวลของตนเองให้เรียบร้อย

เธอเป็นเด็กสาวร่างบางเจ้าของเรือนร่างอรชรสะกดสายตา ผิวขาวอมชมพูเนียนละเอียดดั่งไข่มุกน้ำงาม ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยดวงตากลมโตสุกใสประกายความอ่อนโยน ทว่าแฝงไว้ด้วยความเข้มแข็งและสู้ชีวิต เรือนผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มธรรมชาติทอดตัวลงมาถึงกลางหลัง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิที่แผ่ออกมาจากตัวเธอเรียบง่าย ทว่าดูบริสุทธิ์หมดจดจนยากจะละสายตา

พะแพงมองดูตราเข็มติดปกเสื้อรูปโล่ประจำมหาวิทยาลัย SMIU แล้วสูดหายใจเข้าลึก ความจริงแล้วเธอไม่ได้ต้องการเข้ามาอยู่ในสังคมที่หรูหราเกินตัวเช่นนี้ แต่เพราะทุนการศึกษาเต็มจำนวนที่ครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียนและค่าอุปกรณ์การวิจัยเคมีขั้นสูง พร้อมเงินสนับสนุนรายเดือนที่เธอสามารถเจียดส่งกลับไปให้แม่ที่ป่วยเรื้อรังอยู่ที่บ้านต่างจังหวัด มันคือโอกาสเดียวที่จะช่วยให้ครอบครัวของเธอรอดพ้นจากความอดอยาก

“เฮ้อ... ต้องตั้งใจเรียน ให้ได้เกรด A ทุกวิชา”

พะแพงพึมพำกับตัวเองขณะกระชับสายกระเป๋าเป้ใบเก่าแต่สะอาดสะอ้าน ร่างบางถือตำราเรียนเคมีเล่มหนาหนักไว้ในอ้อมอก เดินมุ่งหน้าไปยังอาคารเรียนรวมเพื่อเข้าเซกชันวิชาพื้นฐาน

ตลอดสองข้างทางสิ่งที่เธอเห็นคือโลกอีกใบที่แสนแปลกแยก นักศึกษาหญิงในชุดนักศึกษาตัดเย็บพิเศษสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ราคาแพงลิบลิ่ว พูดคุยกันเรื่องทริปท่องเที่ยวต่างประเทศหรือปาร์ตี้บนเรือยอชต์ ขณะที่พะแพงต้องคำนวณค่าอาหารกลางวันในแต่ละวันอย่างประหยัดที่สุดเพื่อให้มีเงินเหลือส่งกลับบ้าน

สำหรับคนอื่นที่นี่อาจเป็นสวรรค์ของการสร้างคอนเนกชันทางสังคม... แต่สำหรับพะแพง SMIU คือสนามรบที่เธอต้องอดทนและเอาตัวรอดไปให้ถึงฝั่งฝัน

บริเวณลานกว้างหน้าอาคารบริหารธุรกิจคราคร่ำไปด้วยผู้คน แต่บรรยากาศกลับเงียบลงกะทันหันเมื่อร่างของชายหนุ่มสามคนเดินตรงเข้ามา บรรดานักศึกษารอบข้างต่างถอยร่นเปิดทางให้ด้วยความเกรงขามและหลงใหลสายตาของสาว ๆ ทุกคู่มองตรงไปยังกลุ่มที่ถูกขนานนามว่า ‘สามพยัคฆ์แห่ง SMIU’

กลุ่มรุ่นพี่ปี 3 คณะบริหารธุรกิจ ทายาทผู้มีอิทธิพลและถือครองความงดงามระดับไร้ที่ติ

คนแรกที่เดินนำหน้าด้วยท่วงท่าทรงอำนาจและอันตรายที่สุดคือ ‘เรนเจอร์’ หรือ เรนจ์ (เรนเจอร์ อเล็กซานเดอร์ ไวท์) ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัย 21 ปี ทายาทเพียงคนเดียวของ ไวท์ คอร์ปอเรชัน เครือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมหรูระดับโลก เขาคือสัญลักษณ์ของความเพียบพร้อมและความชั่วร้ายที่ยากจะต้านทาน

เรนเจอร์มีความสูงโดดเด่นถึง 188 เซนติเมตร เรือนร่างกำยำสมส่วนภายใต้เสื้อเชิ้ตเข้ารูปและสูทสากลของมหาวิทยาลัย โครงหน้าหล่อคมคายดั่งรูปสลักของเทพเจ้ากรีก คิ้วเข้มได้รูปดุดันรับกับดวงตาคมกริบสีเทาหม่นประกายเขียว สายตาของเขามักจะแฝงไว้ด้วยความเย็นชา ดูถูกเหยียดหยามโลกและไม่มีใครสามารถเดาความคิดได้ ผมสีน้ำตาลช็อกโกแลตถูกเซตเปิดหน้าผากเผยให้เห็นสันกรามคมสันที่ทรงเสน่ห์ ริมฝีปากหยักหยอกหย่อนสีธรรมชาติมักจะเหยียดยิ้มร้ายกาจอยู่เสมอ เรนเจอร์คือคนประเภทที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่เคยก้มหัวให้ใครและเห็นผู้หญิงเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวแก้เหงา

ข้างกายเขาคือ **ฟินิกซ์’ หรือ นิกซ์ (ฟินิกซ์ เดชะปัญญา) หนุ่มเพลย์บอยลูกครึ่งหน้าหวาน รูปร่างสูงโปร่ง 185 เซนติเมตร ทายาทสายการบินและธุรกิจการบันเทิงยักษ์ใหญ่ นิกซ์เป็นคนที่มีรอยยิ้มทรงเสน่ห์เปี่ยมด้วยพิษสง เรือนผมสีน้ำตาลสว่างตัดทรงทันสมัย ดวงตาแพรวพราวเจ้าชู้ดูอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าภายใต้รอยยิ้มขี้เล่นนั้น เขาคือคนที่ไร้หัวใจ ไม่เคยจริงจังกับความรักและพร้อมที่จะสนับสนุนความเลวร้ายของเรนเจอร์เสมอ

และคนสุดท้ายที่เดินตามหลังมาด้วยความสงบนิ่งคือ ‘ออสติน’ หรือ ติน (ออสติน ภักดีวรโชติ) หนุ่มหล่อมาดนิ่ง เงียบขรึม สูง 186 เซนติเมตร ทายาทเครือโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจคมนาคม ตินใส่แว่นสายตากรอกบางทรงสวย ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ดวงตาคมใต้เลนส์แว่นฉายแววเฉียบแหลม เขาคือสมองของกลุ่ม ผู้กุมอำนาจการบริหารเรื่องใต้ดินและเครือข่ายข้อมูลทั้งหมดของพวกเขาทั้งสามคน

“เมื่อคืนมึงไปจบที่ไหนมาวะไอ้เรนจ์? เห็นเซเลนบ่นว่ามึงเบี้ยวนัดพาไปทานมื้อค่ำ”

            นิกซ์เอ่ยถามพร้อมหัวเราะในคอ มือเรียวหมุนพวงกุญแจรถสปอร์ตเล่นอย่างอารมณ์ดี

“เรื่องของกู”

            น้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นชาของเรนเจอร์ตอบกลับมาสั้น ๆ โดยไม่แม้แต่จะปรายสายตามองเพื่อน

“กูไม่ชอบให้ใครมาสั่ง หรือทำตัวเป็นเจ้าของกู”

“แต่เซเลนเป็นถึงดาราระดับนางเอกนะเว้ย ครอบครัวเขาก็เป็นพันธมิตรทางธุรกิจของมึง มึงไม่แคร์เลยเหรอวะ?”

            ฟินิกซ์ถามต่ออย่างกวนประสาท

“กูจำเป็นต้องแคร์ใครด้วยเหรอ?”

            เรนเจอร์เหยียดยิ้มร้าย ดวงตาสีเทาหม่นทอประกายเหี้ยมเกรียม

“ผู้หญิงก็เหมือนกันหมด... น่าเบื่อ ไร้สาระ พอได้แล้วก็ไม่มีอะไรให้น่าค้นหาอีก”

            ออสตินที่เดินข้าง ๆ ทำเพียงดันแว่นขึ้นเล็กน้อย

“ยังไงก็ระวังตัวหน่อย เร็ว ๆ นี้ฝั่งกูรายงานมาว่าลูกหนี้กู้นอกระบบเครือข่ายเรามีปัญหา สายสืบรายงานว่ามีคนหนึ่งอมเงินวงพนันไปหลายล้าน... และกำลังจะถูกตามล่า”

“จัดการตามกฎ”

            เรนเจอร์พูดเสียงเรียบ น้ำเสียงไม่มีความเห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อย

“ใครเบี้ยวหนี้กู... มันต้องจ่ายคืนด้วยสิ่งที่แพงกว่าเงินเสมอ”

บทถัดไป