บทที่ 2 จุดเริ่มต้นของเส้นขนานที่เฉียดใกล้

บ่ายวันเดียวกันแสงแดดจัดจ้านส่องกระทบทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารเรียนรวม พะแพงกำลังเร่งรีบเดินถือเอกสารและชีทสรุปวิชาเคมีเพื่อนำไปส่งอาจารย์ที่ตึกกลาง มือทั้งสองข้างของเธอหอบเอกสารกองโตจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า

ขณะเดียวกันกลุ่มของเรนเจอร์กำลังเดินสวนทางมา โดยมีนักศึกษาชายหญิงจำนวนมากคอยหลบทางให้ แต่พะแพงที่กำลังก้มหน้าก้มตาและเร่งรีบกลับมองไม่เห็นร่างสูงใหญ่ที่เดินตรงเข้ามา

ปึก! โครม!

            ด้วยความไม่ระวังร่างบางของพะแพงเสียหลักชนเข้ากับแผงอกแกร่งดั่งกำแพงเหล็กของเรนเจอร์อย่างจัง! ชีทเอกสารและตำราเรียนเคมีเล่มหนาหลุดมือกระจายเกลื่อนเต็มพื้นทางเดินหินอ่อน

“กรี๊ด! / ยัยนั่นเป็นใครวะ ชนเรนเจอร์!”

            เสียงฮือฮาและเสียงนินทาดังขึ้นทันทีจากรอบข้าง

พะแพงใจเสียด้วยความตกใจและกลัว เธอรีบย่อตัวลงก้มเก็บเอกสารบนพื้นอย่างลนลานโดยไม่ทันสังเกตว่าเงาร่างสูงใหญ่กำลังยืนตระหง่านครอบคลุมร่างของเธอไว้ทั้งหมด

“ขอโทษค่ะ! ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”

            พะแพงเอ่ยเสียงสั่นพร่าโดยยังคงก้มหน้าก้มตาเก็บชีท

รองเท้าหนังแบรนด์เนมเนื้อดีหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เรนเจอร์ก้มสายตาคมกริบสีเทาหม่นลงมองเด็กสาวที่กำลังขวัญเสียอยู่บนพื้น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดในตอนแรก... แต่ทว่า เมื่อพะแพงช้อนสายตาขึ้นมองเขาเพื่อเอ่ยคำขอโทษอีกครั้ง ดวงตาสุกใสคู่สวยที่เปี่ยมด้วยความซื่อสบริสุทธิ์และกรอบหน้าหวานหยดของเธอก็ปะทะเข้ากับสายตาของเขาอย่างจัง

เรนเจอร์ชะงักไปชั่วครู่ดวงตาคมคู่สวยของเด็กสาวคนนี้แปลกประหลาดกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยเจอ มันไม่มีความยั่วยวนไม่มีความหลงใหลในเงินทองหรืออำนาจของเขา แต่กลับเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์และหวาดหวั่น

กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิตามธรรมชาติจากเรือนร่างบางลอยมาแตะจมูกของหนุ่มลูกครึ่งเข้าอย่างจัง มันเป็นกลิ่นที่แตกต่างจากน้ำหอมราคาแพงฉุนกึกของผู้หญิงคนอื่นที่เคยเข้าหาเขา

“เดินยังไงไม่ดูทาง?”

            น้ำเสียงทุ้มต่ำ ปราบปรามและทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เรนเจอร์มองลงมาด้วยสายตาเหยียดหยามเพื่อซ่อนความรู้สึกประหลาดในใจ

            “ฉัน... ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ พอดีมองไม่เห็นทาง...”

            พะแพงรีบลุกขึ้นยืนมือบางกำชีทเอกสารแน่น ใบหน้าหวานขึ้นสีเรื่อด้วยความอับอายและกลัวกลาย ๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอันตรายที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มลูกครึ่งตรงหน้า

ฟินิกซ์และออสตินเดินเข้ามาประกบข้างเรนเจอร์ ฟินิกซ์มองพะแพงด้วยสายตาสำรวจและอมยิ้มบาง ๆ

“เด็กปี 1 คณะวิทย์นี่หว่า... หน้าตาสวยหวานใช้ได้เลยนี่หว่าไอ้เรนจ์”

            นิกซ์เอ่ยเย้าเรนเจอร์ไม่ได้ตอบเพื่อน เขาเพียงแต่จ้องมองใบหน้าเนียนใสของพะแพงนิ่วหน้า สายตาจับจ้องริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อธรรมชาติของเธออย่างมีความหมายบางอย่างก่อนจะเหยียดยิ้มเย็น

“หลบไป”

            เขาพูดเพียงคำเดียวด้วยน้ำเสียงทรงพลัง พะแพงรีบก้าวถอยหลังหลบทางให้อย่างรวดเร็ว ร่างบางก้มหัวให้เขาเล็กน้อยก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากตรงนั้นทันทีด้วยหัวใจที่เต้นระทึกอย่างหาสาเหตุไม่ได้

เรนเจอร์มองตามแผ่นหลังบางที่วิ่งลับหายไปกับผู้คน สายตาของเขายังคงทิ้งร่องรอยความสนใจบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจ

ตกเย็นบรรยากาศใน SMIU เริ่มเงียบสงบลง พะแพงเดินออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อไปยังร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ ที่เธอทำงานพาร์ตไทม์เป็นกะเย็น ความเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนและงานไม่ได้ทำให้เธอท้อแท้ เพราะความคิดถึงแม่และเป้าหมายในชีวิตคือแรงผลักดันเดียวที่เธอมี

ทว่าขณะที่เธอกำลังก้าวออกจากประตูหลังมหาวิทยาลัย เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของเธอก็ดังขึ้น พะแพงหยิบขึ้นมารับสาย เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของ ‘พงษ์’ พี่ชายชายแท้ ๆ ของเธอที่มักจะก่อเรื่องเสมอ

“ฮัลโหล พี่พงษ์...”

(“แพง! ช่วยพี่ด้วย! ช่วยพี่ด้วยแพง!”)

            เสียงปลายสายระส่ำระสาย กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวอย่างหนัก ท่ามกลางเสียงโวยวายและเสียงตบตีดังลอดออกมา พะแพงหน้าซีดเผือดหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

“พี่พงษ์! เกิดอะไรขึ้น!? พี่อยู่ไหน?!”

(“พี่... พี่โดนพวกกู้นอกระบบจับตัวไว้! พี่ติดหนี้พวกมันแปดล้าน! พวกมันบอกว่าถ้าไม่มีเงินมาคืนภายในคืนนี้ มันจะตัดมือพี่ แล้วเอาพี่ไปโยนให้ไอ้เข้กิน! แพง... ช่วยพี่ด้วยนะแพง พี่ไม่อยากตาย!”)

“อะไรนะ?! แปดล้าน!”

            พะแพงแทบทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจสุดขีด

“พี่ไปเอาเงินเยอะขนาดนั้นมาจากไหน! หนูจะไปหาเงินแปดล้านมาจากไหนกัน!”

            ยังไม่ทันที่พะแพงจะได้พูดอะไรต่อสายโทรศัพท์ก็ถูกตัดไป พร้อมกับข้อความภาพที่ส่งเข้ามาในเครื่อง เป็นภาพของพี่ชายเธอนอนจมกองเลือดถูกพันธนาการไว้ในโกดังร้างแห่งหนึ่ง และมีโลโก้ประทับบนภาพ... โลโก้รูปสัญลักษณ์ ‘W’ ของเครือข่าย ไวท์ คอร์ปอเรชัน

ในเวลาเดียวกันที่ห้องเพนท์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดของคอนโดใจกลางเมือง เรนเจอร์กำลังนั่งจิบไวน์รสเลิศอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท ดวงตาสีเทาหม่นมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างชมทัศนียภาพยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร เสียงประตูห้องเปิดออกพร้อมกับออสตินเดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาวางลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเรนเจอร์

“เรื่องลูกหนี้กู้นอกระบบที่อมเงินไป แปดล้าน... สายสืบจับตัวมันได้แล้ว”

            ออสตินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“และนี่คือประวัติของครอบครัวมัน”

            เรนเจอร์ยื่นมือไปเปิดแฟ้มเอกสารอย่างไม่ใส่ใจนัก ทว่าเมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับรูปถ่ายของน้องสาวลูกหนี้ในแฟ้ม... ดวงตาสีเทาหม่นดุดันก็ฉายแวววาววับขึ้นมาทันที

ภาพของเด็กสาวหน้าหวาน รูปร่างอรชร ดวงตาสุกใส เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม... คนเดียวกับคนที่ชนเขาเมื่อตอนกลางวัน ‘นางสาวพิมพรรณ วงศ์สว่าง’ นักศึกษาทุน คณะวิทยาศาสตร์

รอยยิ้มร้ายกาจและป่าเถื่อนปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเรนเจอร์ ชายหนุ่มปิดแฟ้มลงเบา ๆ แล้วพิงหลังกับโซฟา ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างรื่นรมย์

“เหยื่อวิ่งมาชนกรงเองถึงที่...”

            เรนเจอร์พึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยพิษสงและอันตราย

โลกสองใบที่เคยเป็นเส้นขนาน... กำลังจะถูกพันธนาการเข้าหากันด้วยหนี้สิน น้ำตา และเงาร้ายที่พะแพงไม่มีวันจินตนาการถึง!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป