บทที่ 4 ก้าวเข้าสู่กับดัก
เสียงแท็กซี่จอดนิ่งอยู่ริมถนนสายเปลี่ยวหน้าโกดังร้าง พะแพงก้าวลงจากรถด้วยขาที่สั่นเทา บรรยากาศรอบข้างมืดมิดและเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นตึกตัก ความกลัวตื่นตระหนกคุกคามทุกโสตสัมผัส แต่เธอกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินไปข้างหน้า
ชายฉกรรจ์ชุดดำสองคนยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูเหล็กบานใหญ่ เมื่อเห็นพะแพงเดินเข้ามา พวกเขาก็เปิดประตูให้อย่างรู้กันโดยไม่พูดอะไรสักคำ พะแพงก้าวเข้าไปภายในโกดังแสงไฟดวงใหญ่กลางห้องส่องกระทบให้เห็นภาพพี่ชายของเธอที่สภาพสิ้นฤทธิ์นอนคุดคู้อยู่กับพื้นข้างเก้าอี้เหล็กมีเลือดไหลเปรอะเปื้อนตามตัว
“พี่พงษ์!”
พะแพงถลาจะวิ่งเข้าไปหาพี่ชายด้วยความตกใจ
หมับ!
แขนแกร่งของบอดี้การ์ดคนหนึ่งยื่นออกมาขวางทางเธอไว้แน่น พะแพงพยายามดิ้นรนแต่ไม่สามารถสู้แรงมหาศาลได้
“ปล่อยนะ! พี่พงษ์! เป็นยังไงบ้างพี่!”
“แพง... แพงช่วยพี่ด้วย... พี่ขอโทษ...”
พงษ์ละล่ำละลักพูดเสียงแผ่วเบาร่างกายสั่นสะท้าน
“เสียงดังจริง ๆ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นชาและเปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้นจากเงามืดด้านบนของชั้นลอยภายในโกดัง พะแพงเงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียงทันที
ร่างสูงใหญ่ของใครบางกำลังก้าวลงมาจากบันไดเหล็กอย่างช้า ๆ ท่วงท่าก้าวเดินของเขาทั้งสง่างามและอันตรายดั่งราชสีห์ที่กำลังเดินเข้าหาเหยื่อ ดวงตาสีเทาหม่นประกายเขียวจ้องมองมายังเด็กสาวร่างบางไม่คลาดสายตา ด้านหลังของเขามีร่างสูงใหญ่อีกสองร่างเดินตามลงมาติด ๆ
เมื่อแสงไฟส่องกระทบใบหน้าคมคายของชายหนุ่ม พะแพงก็ต้องตื่นตะลึงดวงตากลมโตสุกใสขยายกว้างด้วยความช็อก
“คุณ... คุณคนเมื่อตอนกลางวัน!”
พะแพงอุทานออกมาอย่างลืมตัว
เรนเจอร์เหยียดยิ้มร้ายเขาเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพะแพง ระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้วทำให้พะแพงสัมผัสได้ถึงรังสีความเหี้ยมเกรียมและกลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“จำกูได้ด้วยเหรอ?”
เรนเจอร์เอ่ยเสียงเรียบ ยื่นมือหนาไปแตะที่คางมนของพะแพงแล้วบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรง ๆ พะแพงพยายามจะเบือนหน้าหนีแต่แรงบีบที่คางของเขากลับเพิ่มมากขึ้นจนเธอรู้สึกเจ็บ
“ปล่อยนะ! คุณคือประธานเครือข่ายกู้นอกระบบเหรอ? คุณเป็นนักศึกษา SMIU เหมือนฉันไม่ใช่เหรอทำไมถึงทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้!”
พะแพงเค้นเสียงพูดอย่างเข้มแข็งทั้งที่ในใจสั่นกลัวจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ ฟินิกซ์ที่ยืนดูอยู่หัวเราะออกมาเบา ๆ
“ห้าวใช้ได้เลยนี่น้องเฟรชชี่... รู้ไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร?”
เรนเจอร์ไม่ตอบคำถามของเธอ เขาก้มลงมองใบหน้าหวานที่กำลังสั่นระริกสายตาจับจ้องดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและต่อต้าน มันยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณความเป็นดิบในตัวเขาให้ตื่นขึ้น
“กูเป็นใครไม่สำคัญ...”
เรนเจอร์พูดเสียงทุ้มข้างหูเธอ
“สำคัญที่ว่า... พี่ชายไร้ค่าของมึงติดหนี้กูแปดล้านห้าแสนบาท และวันนี้ มึงต้องเป็นคนจ่าย”
“ฉันไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอก!”
พะแพงโพล่งออกมาน้ำตาแห่งความอัดอั้นไหลซึมออกมาจากหางตา
“ฉันเป็นแค่นักศึกษาทุน ทำงานพาร์ตไทม์ได้เงินเดือนละไม่กี่พัน คุณจะเอาอะไรจากฉันนักหนา”
เรนเจอร์ปล่อยมือจากคางมนของเธอเปลี่ยนเป็นยื่นมือไปเกลี่ยน้ำตาบนแก้มเนียนเบา ๆ นิ้วมือที่เย็นชืดของเขาสัมผัสผิวเนื้อนุ่มจนพะแพงสะท้านไปทั้งร่าง
“กูรู้ว่ามึงไม่มีเงิน...”
เรนเจอร์เหยียดยิ้มร้าย ดวงตาคมกริบทอประกายความโลภและความต้องการอย่างเปิดเผย
“แต่ร่างกายของมึง... น่าจะมีมูลค่าพอที่จะขัดดอกได้บ้าง”
พะแพงเบิ่งตากว้างด้วยความช็อก ร่างกายแช่แข็งไปชั่วขณะเมื่อเข้าใจความหมายในคำพูดของเขา
“คุณ... คุณหมายความว่ายังไง?”
“ข้อเสนอของกูเรียบง่ายมาก”
เรนเจอร์ก้าวเข้ามาใกล้จนอกแกร่งเบียดชิดกับหน้าอกของเธอ เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหูของพะแพงด้วยน้ำเสียงป่าเถื่อน
“มาเป็น ‘เด็กขัดดอก’ ของกู... ยอมเป็นของเล่นบนเตียงให้กูจนกว่ากูจะเบื่อ แล้วกูจะละเว้นชีวิตพี่ชายมึงและยกเว้นดอกเบี้ยทั้งหมดให้”
“ไม่! ไม่มีวัน!”
พะแพงปฏิเสธทันควันด้วยความขยะแขยง
“ฉันไม่มีวันยอมทำเรื่องต่ำช้าแบบนั้นเด็ดขาด! คุณมันซาตาน! มันไม่ใช่คน!”
เรนเจอร์ไม่แสดงสีหน้าโกรธเคืองแม้แต่น้อย เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปสั่งออสตินและบอดี้การ์ดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ตัดนิ้วมันทิ้งทีละนิ้ว... แล้วค่อยเอาตัวไปโยนลงแม่น้ำ”
“ครับ คุณเรนเจอร์”
บอดี้การ์ดเดินเข้าหาพงษ์ทันที พร้อมกับชักมีดพับคมกริบออกมา
“อย่า! หยุดนะ! อั่ก! แพงช่วยพี่ด้วย! แพง! พี่ขอร้อง! ยอมเขาไปเหอะแพง! พี่ไม่อยากตาย!”
พงษ์กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ดิ้นรนจนเก้าอี้ล้มลงกับพื้น มีดเล่มคมกำลังจะปักลงบนนิ้วมือของพงษ์ พะแพงมองภาพตรงหน้าด้วยความทรมานใจเกินกว่าจะรับฟังเสียงกรีดร้องของพี่ชายได้ หัวใจของเธอเหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ
“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
พะแพงกรีดร้องสุดเสียงน้ำตาไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย บอดี้การ์ดชะงักมือแล้วหันไปมองเรนเจอร์เพื่อรอคำสั่ง เรนเจอร์หันกลับมามองพะแพงด้วยสายตาของผู้ชนะ เขาเดินเข้าไปหาเด็กสาวที่กำลังสั่นสะท้านและร้องไห้อย่างหนัก
“ว่ายังไง? จะยอมเป็น ‘ของเล่น’ ให้กู... หรือจะดูพี่ชายมึงตายตรงนี้?”
เรนเจอร์ถามด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก
พะแพงทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ กับพื้น ซบใบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเองเสียงสะอื้นแห่งความสิ้นหวังดังระงมทั่วโกดังร้าง ศักดิ์ศรี ความถูกต้องและอนาคตที่เธอเพียรพยายามสร้างมาทั้งหมด กำลังพังทลายลงตรงหน้า... เพียงเพื่อแลกกับลมหายใจของพี่ชายไร้ค่าและความสงบสุขของแม่
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นใดเหลืออยู่อีกแล้ว พะแพงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเรนเจอร์ ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใส บัดนี้ดับแสงลงเหลือเพียงความอับจนและขมขื่น
“ฉัน... ฉันยอม...”
พะแพงเอ่ยเสียงสั่นพร่า น้ำตาไหลหยดลงบนพื้นปูน
“ฉันจะยอมเป็นของเล่นของคุณ... แต่คุณต้องสัญญาว่าจะปล่อยพี่ชายฉันไปและห้ามยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวฉันอีก”
เรนเจอร์ยิ้มอย่างพึงพอใจในชัยชนะ เขาโค้งตัวลงมาประคองร่างบางให้ลุกขึ้นยืนมือหนาเช็ดน้ำตาออกจากแก้มของเธออย่างแผ่วเบา ทว่าสายตากลับเต็มไปด้วยความเจ้าคิดเจ้าแค้นและความเป็นเจ้าของ
“สัญญา...”
เรนเจอร์กระซิบตอบ
“แต่นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... ร่างกาย ชีวิต และวิญญาณของมึง... เป็นของกูแต่เพียงผู้เดียว ‘พะแพง’”
เรนเจอร์คว้ามือเรียวของพะแพงแล้วออกแรงดึงให้เธอเดินตามเขาไปขึ้นรถสปอร์ตคันหรูที่จอดรออยู่ด้านนอก ทิ้งให้พะแพงมองกลับมายังพี่ชายเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่แหลกสลาย... ก้าวแรกสู่วังวนแห่งความหายนะและพันธนาการในเงามืดได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!
