บทที่ 6 สัญญาซาตาน
เรนเจอร์ลุกขึ้นยืนเดินตรงเข้ามาหาพะแพงช้า ๆ เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะย่อตัวลงมาจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากใบหน้าหวานเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นบรั่นดีผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และน้ำหอมราคาแพงจากตัวเขาลอยมากระทบประสาทสัมผัสของเธอ
“ทางเลือกที่สอง...”
เรนเจอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ทว่าป่าเถื่อนไปถึงขั้วหัวใจ
“มึงต้องมาเป็น ‘เด็กขัดดอก’ ของกู”
พะแพงกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ดวงตากลมโตสุกใสฉายแววความหวาดกลัวและขยะแขยงอย่างปิดไม่มิด
“เด็ก... ขัดดอก?”
“ใช่”
เรนเจอร์ยื่นมือไปบีบสันกรามมนของเธอไว้เบา ๆ บังคับให้เธอสบตากับเขานิ่ง
“หมายถึง... มึงต้องมาเป็นผู้หญิงของกู ยอมให้กูกระทำ ยอมเป็นของเล่นบนเตียงให้กูเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ ตามใจกูทุกอย่าง... โดยไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง ไม่มีสิทธิ์หึงหวงและไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”
“ไม่! ฉันไม่ทำ!”
พะแพงโพล่งออกมาสะบัดหน้าออกจากฝ่ามือหนาด้วยความแรง
“ฉันไม่ใช่งานบริการ! ฉันมีศักดิ์ศรี! คุณจะมาบังคับให้ฉันขายตัวแลกหนี้แบบนี้ไม่ได้!”
“ศักดิ์ศรีงั้นเหรอ?”
เรนเจอร์หัวเราะเสียงเย็น มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างของเธอแล้วดึงร่างบางให้ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับเขา
“ศักดิ์ศรีของมึงมันกินได้ไหมพะแพง?! ศักดิ์ศรีของมึงมันช่วยชีวิตพี่ชายมึงได้ไหม?! หรือศักดิ์ศรีของมึงมันจะช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แม่มึงที่นอนป่วยอยู่บ้านได้?!”
คำพูดของเรนเจอร์ดั่งมีดคมที่กรีดแทงลงบนหัวใจที่บอบช้ำของพะแพงอย่างจัง มันคือความจริงอันโหดร้ายที่เธอพยายามหลบหนีมาโดยตลอด
“กูจะให้เวลาของกูที่เป็นเงินเป็นทองกับมึงในการชดใช้หนี้...”
เรนเจอร์พูดต่อด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
“ถ้ามึงยอมเซ็นสัญญาเป็นเด็กขัดดอกของกูเป็นเวลา 1 ปี... กูจะยกเว้นดอกเบี้ยทั้งหมดให้พี่ชายมึง และจะชะลอการจ่ายเงินต้นแปดล้านห้าแสนเอาไว้จนกว่าจะครบกำหนด และยิ่งไปกว่านั้น... กูจะออกค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้แม่ของมึง”
พะแพงชะงักไป ดวงตาโตขยายกว้างด้วยความสับสน
“คุณ... คุณจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แม่ฉันเหรอ?”
“ใช่... แต่มีเงื่อนไข”
เรนเจอร์เหยียดยิ้ม
“มึงต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ กับกู... คอยรับใช้กูทั้งบนเตียงและนอกเตียง ในฐานะ ‘นางบำเรอส่วนตัว’ ของกูเพียงคนเดียว จนกว่ากูจะเบื่อ”
“แล้วถ้าฉันไม่ยอมล่ะ?”
พะแพงเค้นเสียงถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจถึงคำตอบ
เรนเจอร์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเปิดหน้าจอวิดีโอคอลส่งให้อีกฝ่าย ภาพเบื้องหน้าคือภาพของพงษ์ พี่ชายของเธอที่กำลังถูกบอดี้การ์ดสองคนจับล็อกไว้กับโต๊ะไม้ โดยมีชายอีกคนถือคีมเหล็กขนาดใหญ่เตรียมจะบดขยี้นิ้วมือของพงษ์
(“แพง! ช่วยพี่ด้วย! ฮือ ๆๆ! ยอมเขาไปเหอะแพง! พี่ไม่อยากพิการ! พี่ขอโทษ!”)
เสียงพงษ์ร้องไห้ระส่ำระสายดังลอดออกมาจากลำโพง
“กูจะนับหนึ่งถึงสาม...”
เรนเจอร์พูดเสียงเรียบ นิ้วมือเตรียมจะกดปุ่มส่งสัญญาณ
“ถ้ามึงยังปฏิเสธ... นิ้วแรกของพี่ชายมึง จะถูกตัดทันที”
“หนึ่ง...”
“อย่า! อย่าทำพี่ชายฉัน!”
พะแพงกรีดร้อง น้ำตาไหลพรั่งพรู
“สอง...”
“พะ... พะแพง! ช่วยพี่ด้วย!”
พะแพงหลับตาลงแน่นร่างกายสั่นสะท้านอย่างหนัก ความรู้สึกสิ้นหวัง ดำมืดและไร้ทางออกกัดกินหัวใจของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ศักดิ์ศรีที่เธอเพียรพยายามรักษามาตลอดชีวิต... บัดนี้ต้องถูกย่ำยีด้วยน้ำมือของชายตรงหน้า
“สาม...”
“ฉันยอมแล้ว! ฉันยอมแล้ว!”
พะแพงตะโกนออกสุดเสียง ร่างบางทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น ร้องไห้สะอื้นไห้ราวกับหัวใจจะแตกสลาย
“ฉันยอมทำตามที่คุณต้องการทุกอย่าง... ได้โปรดอย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย... ได้โปรด...”
เรนเจอร์มองร่างบางที่กำลังคุกเข่าสะอื้นไห้อยู่แทบเท้าของเขาด้วยสายตาของผู้ชนะ เขาปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วเก็บใส่กระเป๋า ก้าวเข้าไปย่อตัวลงตรงหน้าเด็กสาว มือหนายื่นไปจับคางมนของเธอขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ทว่าไร้ซึ่งความอ่อนโยน
“เลือกได้ดี...”
เรนเจอร์กระซิบน้ำเสียงทุ้มต่ำฉายแววความพึงพอใจอย่างเปิดเผย
“จำคำพูดของมึงไว้ให้ดีนะพะแพง... มึงเป็นคนเลือกทางนี้เอง”
เรนเจอร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดผ่านหูฟัง
“ปล่อยตัวมันไป... แต่คอยจับตาดูไว้อย่าให้มันหนีออกนอกประเทศ”
เมื่อจัดการเรื่องพี่ชายเสร็จสิ้น เรนเจอร์ก็หันกลับมาสนใจ ‘ของเล่นชิ้นใหม่’ ที่กำลังนั่งหมดแรงอยู่บนพื้น เขาจูงมือเรียวของเธอให้ลุกขึ้นยืน แม้พะแพงจะพยายามฝืนตัวไว้ด้วยความกลัว แต่ด้วยแรงมหาศาลของเขา เธอจึงทำได้เพียงเดินตามร่างสูงใหญ่เข้าไปในห้องนอนใหญ่ที่อยู่ด้านใน
บรรยากาศภายในห้องนอนสลัวและเต็มไปด้วยความอึดอัด เตียงนอนขนาดคิงไซส์สีดำสนิทตั้งอยู่กลางห้อง ดั่งกรงขังที่จะพันธนาการเธอไว้ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
เรนเจอร์ดันร่างบางให้แผ่นหลังเนียนชนเข้ากับประตูห้องที่ปิดสนิท เขาก้าวเข้ามาเบียดชิด ร่างกายกำยำทับซ้อนร่างบางไว้จนไม่มีช่องว่างให้หนี มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นยันกับบานประตู ล็อกตัวเธอไว้ในอ้อมแขน
“คุณ... คุณจะทำอะไร?”
พะแพงถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ยกมือขึ้นยันอกแกร่งของเขาไว้ตามสัญชาตญาณ
“ถามคำถามโง่ ๆ...”
เรนเจอร์เหยียดยิ้มร้ายสายตาคมกริบสีเทาหม่นจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อของเธอที่กำลังสั่นระริก
“มึงคิดว่าการเป็น ‘เด็กขัดดอก’ ของกู... ต้องเริ่มจากอะไรล่ะ?”
“แต่นี่มันเร็วเกินไป! ฉัน... ฉันยังไม่พร้อม...”
“กูไม่ได้ถามความพร้อมของมึง”
เรนเจอร์ตัดบทอย่างเย็นชา
“มึงไม่มีสิทธิ์กำหนดเงื่อนไขอะไรทั้งนั้นพะแพง”
ก้านนิ้วเรียวยาวของเรนเจอร์ยื่นไปสัมผัสที่ผิวกายเนียนนุ่มบริเวณลำคอระหงของเธอ ลูบไล้ลงมาตามแนวไหปลาร้าอย่างเชื่องช้า สัมผัสอันร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาสร้างความขนลุกซู่และระสับระส่ายให้แก่พะแพงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“ได้โปรด...”
พะแพงเอ่ยขอร้อง น้ำตาไหลหยดลงบนหลังมือของเขา
“ปรานีฉันหน่อยได้ไหม...”
เรนเจอร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและหยาดน้ำตาอันบริสุทธิ์ของเธอ ทว่าความต้องการดิบในกายและสัญชาตญาณความเป็นเจ้าของกลับมีมากกว่า เขาโน้มใบหน้าคมคายลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งสันชิดกับแก้มเนียน
“กูเตือนมึงแล้วนะ...”
เรนเจอร์กระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดุร้าย
“ว่ากูมันเลว... และกูไม่เคยปรานีใคร”
ริมฝีปากหยักหนาของซาตานร้ายฉาบลงมาปิดริมฝีปากอิ่มของเด็กสาวอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน บดขยี้และครอบครองอย่างเอาแต่ใจ บีบบังคับให้เธอต้องยินยอมรับสัมผัสอันดุเดือดที่ฉุดกระชากเธอลงสู่เหวลึกแห่งความมืดมนอย่างไม่มีทางเลี่ยง!
เสียงสะอื้นไห้ของพะแพงถูกกลืนหายไปในลำคอ พร้อมกับบทเรียนบทแรกแห่งพันธนาการรักขัดดอก... ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างร้อนแรงและทรมานในเงามืด!
