บทที่ 4 BOY TOXIN : CHAPTER 2 [100%]
“ไปๆ ผอมแห้งแบบลื้อจะมาแบกข้าวสารได้ไง”
“น้องไม่เหมาะกับการเป็นพีอาร์เลย พี่ว่าไปสมัครที่อื่นเถอะ”
“ล้างจาน? ผอมแห้งแรงน้อยแบบนี้ ฉันกลัวจานจะแตกหมดล่ะสิ ไม่รับ!”
ไม่รับ!
ไม่รับ!!
ไม่รับบบ!!!
“โว้ยยย...” ฉันไปสมัครงานที่คิดว่าตัวเองพอจะทำได้ แต่ไหงทุกคนถึงได้มองว่าฉันทำงานไม่ได้กันนะ! ฉันทำได้นะ ทำได้ทุกอย่างล่ะ แต่ยังไม่ทันจ้างก็ดูถูกฉันซะแล้วเหรอ ฉันหอบสังขารอันเหนื่อยล้าของตัวเองมาถึงห้องพี่เคียนติที่ว่างเปล่าเงียบเหงา ทิ้งตัวลงกับโซฟาอย่างเหนื่อยล้า วันนี้ทั้งวันเดินจนขาเจ็บ เท้าแดงไปหมดแล้ว แดดก็ร้อน กินน้ำก็ค่อยยังชั่วหน่อย ฉันหลับตาลงคิดถึงใบหน้าหล่อคม ผมสีน้ำตาลเข้ม ดวงตากลมโต ฝ่ามือที่อบอุ่น รออยิ้มแสนจริงใจซึ่งหาจากใครที่ไหนไม่ได้แล้ว
พี่รัม อยู่ที่ไหนกัน? หนู... คิดถึง
ถึงจะไม่ได้เรื่อง เป็นพี่ที่ไม่เอาไหน แต่พี่คือคนสุดท้ายที่หนูรักและเป็นครอบครัวเดียวที่เหลืออยู่ ทำไมมาทิ้งหนูไว้กับ กับ... เขาด้วย หรือพี่อยากให้หนูรู้สึกแย่ใช่ไหม ที่ต้องมองเขาควงผู้หญิงมานอนไม่ซ้ำหน้าโดยไม่สนใจความรู้สึกของหนู ฮึก
น้ำตาไหลอาบแก้มจนฉันต้องลุกขึ้นนั่ง เอามือปาดน้ำตาออกไป แต่ปาดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหมดสักที ทำไม? จะร้องไห้ทำไมกันเนี่ยจิน พี่รัมไม่ได้อยู่ปลอบแกตอนที่อ่อนแอนะ! หยุดร้องเดี๋ยวนี้
“ร้องไห้ทำไม?”
“ฮึก!” ฉันหันไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าเคร่งเครียดทำให้ฉันรีบหันหน้าหนี เช็ดน้ำตาตัวเอง “นะ หนูเปล่าร้อง”
“ก็เห็นอยู่ว่าร้องไห้ ทำไมชอบโกหกเรื่องที่เห็นๆ กันอยู่ด้วย” เสียงฝีเท้าหนักๆ เดินเข้ามาใกล้จนฉันหันไปตามแรงดึงของมืออุ่นซึ่งแตะลงบนไหล่ ใบหน้าหล่อนิ่งกวาดมองฉัน “ใครทำอะไร?”
พี่ไงพี่เคียนติ พี่นั่นแหละที่ทำหนู!
“หนูแค่คิดถึงพี่รัม ไม่มีอะไรหรอก...” สายตาของพี่เคียนติมองใบหน้าของฉัน และเลื่อนต่ำมายังฝ่าเท้าที่แดงเถือก เพราะฉันเป็นคนผิวขาว บวกกับถ้าโดนอะไรนิดหน่อยมันจะขึ้นรอยแดงอย่างเห็นได้ชัด “แล้ววันนี้ไปไหนมา?”
“ไป ไปหางาน”
“...”
“แต่ไม่มีใครรับ แต่หนูก็เดินแบบนี้ประจำ ปกติมากเลยนะ” รอยยิ้มสดใสส่งให้เขา ถึงแม้ในใจจะไม่ได้ยิ้มก็ตาม พี่เคียนติถอนหายใจออกมา “งั้นไปพักผ่อนไป”
ฉันมองร่างสูงลุกขึ้นเดินเข้าห้องไป ตัวฉันเองก็ไม่รู้จะนั่งอยู่ทำไม เลยเลือกที่จะเดินเข้าห้องไปอาบน้ำเพื่อพักผ่อน แต่ทว่าข้อความจากไอริชก็ถูกส่งมาขัดสิ่งที่ฉันจะทำตอนนี้ทุกอย่าง
Irish : จิน! พี่ไอซ์หางานให้จินได้แล้วนะ
Gin : จริงเหรอริช ที่ไหนและทำอะไรเหรอ?
ทันทีที่รู้ว่าตัวเองจะได้งาน ฉันก็คุยกับไอริชอย่างดีใจ งานที่พี่ไอซ์หาให้เป็นงานชั่วคราวแต่ได้เงินดี พี่ไอซ์เห็นว่าฉันอาจจะทำได้ก็เลยขอร้องให้ งานที่ฉันได้รับเป็นงานเสิร์ฟเหล้าในงานปาร์ตี้แห่งหนึ่งที่จะจัดขึ้นในอีกสองวัน ความจริงไอริชไม่อยากให้ฉันไป แต่ฉันก็ไม่อยากปฏิเสธเพราะพี่ไอซ์อุตส่าห์หาให้ ที่สำคัญมันก็คงจะไม่ยากอะไรหรอก ฉันคิดแบบนั้นนะ
Irish : จินต้องดูแลตัวเองด้วยนะ ไม่อยากให้ไปเลยจริงๆ
Gin : ไม่เป็นไร ฉันโอเคนะ วันนี้งานหาทั้งวันไม่ได้เลย ขอบคุณพี่ไอซ์นะที่ไม่ทิ้งกัน
ฉันคุยกับไอริชสักพักก็ออกมาจากห้องตัวเอง ตรงไปอีกห้องที่ไม่เคยจะเคาะหา แต่พี่เคียนติเคยบอกว่าถ้าได้งานหรือจะไปไหนมาไหนให้บอก เพราะงั้นฉันควรทำตาม อย่างน้อยอยู่กับเขาฉันควรทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง
ก๊อกๆ
เคาะออกไปแล้วสินะ ฉันยืนมองประตูบานสีขาวสะอาดตาด้วยหัวใจที่เต้นรัว กระทั่งบานประตูเปิดขึ้นพร้อมกับร่างสูงเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จแน่ๆ พี่เคียนติจะรู้ไหมว่าการที่เขาเปลือยท่อนบนแบบนี้ มันทำให้ฉันแทบจะช็อคตายและตามด้วยเลือดกำเดาพร้อมที่จะพุ่งพรวด
“มีอะไร?”
“คือหนูได้งานแล้วนะ”
“...”
“เป็นงานชั่วคราวอีกสองวันหนูต้องไปทำ ถ้าหนูกลับดึกพี่เคียนติจะได้ไม่ต้องกังวล” ใบหน้าหล่อนิ่งเฉยเขาไม่พูด แต่กลับจ้องมองฉันราวกับจะสาปให้กลายเป็นหินได้คงทำ ฉันยืนตัวเกร็งหายใจไม่ทั่วท้อง
“ระวังตัวด้วยแล้วกัน”
“อะ อืม ขอบคุณนะคะ” ฉันยกมือไหว้พี่เคียนติก่อนจะหันหลังเดินเข้าห้องมา ไม่รู้หรอกนะว่าตอนนี้สายตาของพี่เคียนติจะมองยังไง แต่รู้เพียงอย่างเดียวว่าพี่เคียนติคงไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงฉันมากขนาดห้ามไม่ให้ไปหรอก!
ในที่สุดวันทำงานของฉันก็มาถึง ไอริชส่งที่อยู่งานปาร์ตี้มาให้ฉัน พี่ไอซ์บอกว่าแค่บอกว่าชื่ออะไรและใครส่งให้มาก็ให้บอกชื่อพี่ไอซ์ไป งานจะเริ่มตอนสองทุ่ม ฉันเลยกะว่าจะไปก่อนสักครึ่งชั่วโมง “จะไปแล้ว?”
“งานเริ่มสองทุ่ม แต่หนูอยากไปก่อนน่ะ” ฉันนั่งสวมรองเท้าผ้าใบสีขาวมองร่างสูงของพี่เคียนติซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง แต่ประตูห้องของเขากลับเปิดขึ้นอีกครั้งด้วยร่างสวยของผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดคลุมอาบน้ำเดินตรงยังครัวราวกับที่นี่เป็นของตัวเอง ฉันเงยมองสบตากับพี่เคียนติและหันหน้าหนีทันที
“หนูไปก่อนนะ”
“จิน” น้ำเสียงเข้มเรียกรั้งฉันไว้อีกครั้ง ใจตกอยู่ที่ตาตุ่มตอนนี้มันกลับตกลงไปอีก ลึกลงไปจนถึงพื้นดินด้วยซ้ำ จำต้องใจแข็งหันไปมองเขา “พี่เคียนติมีอะไรหรือเปล่า?”
“เปล่า ไม่มีอะไร” ฉันพยักหน้ารับและเดินออกมาจากห้อง รู้อยู่แล้วว่าต้องได้คำตอบแบบนี้ แล้วทำไมจะต้องคาดหวังอะไรที่มันไม่มีอยู่จริงด้วยนะ
สองเท้าของฉันเดินไปตามทางเพื่อมารอรถเมล์ที่จะพาฉันไปส่งถึงจุดหมายปลายทาง แต่ทว่ารถหรูคันหนึ่งมาจอดเทียบข้าง ทำให้ฉันหรี่สายตามองเข้าไป เพราะสายตาของฉันจะมองเบลอไปหมดเฉพาะตอนกลางคืน ดังนั้นถึงไม่ค่อยเดินไปไหนมาไหนตอนดึกไง “ไงยัยแห้ง จะไปไหนเนี่ย?”
“ซัสเหรอ!”
“ใช่น่ะสิ ฉันยังไม่ได้เอาคืนเธอเลยนะที่ทำแสบอะไรกับฉันไว้” ร่างสูงลงจากรถพลางสาวเท้าเข้ามาใกล้ จนฉันเตรียมตัวจะหนี แต่ก็ถูกฝ่ามือคว้าเสื้อที่ต้นคอไว้ “จะหนีความผิดงั้นเหรอ?”
“เปล่าสักหน่อย ฉันจะรีบไปทำงานต่างหาก”
“ทำงาน? สภาพอย่างเธอเนี่ยนะ ใครเขาจะรับวะ”
“มีก็แล้วกัน ปล่อยเลย!” ฉันปัดมือเขาออกไปอย่างแรง แต่ซัสก็ไม่สะทกสะท้านสักนิด ทำไมเท้าฉันหนักแต่มือไม่หนักเหมือนเท้าบ้างนะ “ไปส่งปะ แต่ต้องนั่งกระโปรงรถไปนะ เพราะฉันพาสาวมาด้วย”
“นายกล้าไปส่ง ฉันก็กล้านั่ง เอาสิ!” ซัสมองฉันที่เชิดหน้าเดินไปนั่งขัดสมาธิบนฝากระโปรงรถ โดยมีเขายืนเท้าเอวมองฉันอย่างหงุดหงิด บอกเลยว่าฉันเป็นพวกไม่ยอมคนหรอกนะ ท้ามาก็ท้ากลับสิ นี่แหละจิน!
“แสบนักนะยัยแห้ง อยากโดนหรือไง?”
“โดนอะไร ไม่เคยกลัว” ฉันยักไหล่มองสบตากับเขาซึ่งเท้ามือลงกับฝากระโปรงรถ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนฉันเอนตัวถอยห่าง
“อยากโดนอะไรล่ะ ให้เลือกระหว่างโดนตบกับโดน... ถีบ”
“!”
“ทำหน้าตลกชะมัด คิดว่าคนอย่างฉันเอาเธอไปเคี้ยวหรือไง ฝันอยู่เหรอเด็กน้อย” ฝ่ามือแกร่งผลักหน้าฉันเกือบหงาย เขาดึงแขนฉันให้ลงจากฝากระโปรงรถและบึ้งรถออกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่กวนตีนแบบสุดๆ
“ไอ้บ้า ทำไมฉันจะต้องมาเจอคนอย่างนายด้วยเนี่ย?!”
