บทที่ 11 ตอนที่ 11
ร่างสูงของคชาขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ แล้วขับรถออกไปนิ่งๆ ไม่สนใจงานเปิดตัวของตัวเองด้วยซ้ำ สนใจเพียงคนที่นอนส่ายไปมาอยู่เบาะหลัง
ถ้ารู้ว่ากินไวน์แล้วเมาก็ไม่รู้จะไปกินมันทำไม ในงานมันก็มีน้ำอย่างอื่นอยู่เยอะแยะ เสือกไม่กิน อยู่ในสภาพนั้นก็สมควรแล้วล่ะ
“วา กุญแจห้องอยู่ไหน”
ตอนนี้ร่างสูงของเขา แบกเธอมาอยู่หน้าห้องแล้ว ถามชั้นกับเลขที่ห้องของเธอจากนิติของคอนโดเรียบร้อยแล้วเช่นกัน สภาพของวาริชตอนอุ้มออกมาจากรถ นิ่งสนิทเหมือนคนที่กินยานอนหลับเข้าไปสักสิบเม็ด
“กาเป๋า อา” เสียงยานคางตอบพอให้เขารู้เรื่อง
คชาค้นกระเป๋าคนเมาจนเจอคีการ์ดที่ใช้ปลดล็อคประตู เขาใช้เวลาต่อจากนั้นเพียงแค่ไม่นาน ก็สามารถพาร่างของวาริชมาโยนไว้บนเตียง สายตาคู่คมมองสำรวจห้องของเธอจนทั่ว ของตกแต่งภายในค่อนข้างหรูหรา ที่สำคัญคอนโดแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจ ถือว่าทำได้ดี สำหรับความสามารถที่พาตัวเองไต่มาได้ถึงขนาดนี้
“กลับแล้วนะ อย่าลืมเก็บไปคิดทบทวนอีกรอบ”
ไม่รู้เธอจะได้ยินมันไหม ได้ยินก็ดี ไม่ได้ยินเดี๋ยวค่อยถามใหม่อีกทีก็ไม่สาย
“นอนด้วยกันไหม”
ร่างสูงที่กำลังจะเปิดประตูห้องนอนออกไป ชะงักงันพร้อมกับหันใบหน้ากลับไปมองคนที่เขาคิดว่าหลับอยู่ แต่ความจริงคือตอนนี้วาริชกำลังนั่งทอดสายตามองเขา ใบหน้าสวยหวานนั่น คชาอ่านไม่ได้เลยว่า ละเมอหรือพูดจริงๆ
“พูดเล่น?” คชาถามพลางเลิกขึ้นสูง
“พูดจริง” วาริชตอบกลับเสียงเรียบ ไร้แววลังเลในดวงตาคู่สวย
“อย่าเสียใจทีหลังนะวา” ร่างสูงก้าวเข้าไปช้าๆ ขณะพูด สีหน้าและแววตาสั่นไหว หัวใจเต้นรัวจนแน่นอก
“วาแค่อยากรู้อะ ว่าเวลาที่เรานอนด้วยกัน มันจะรู้สึกยังไง” วาริชไม่ได้เมาขนาดนั้น วาริชมีสติดี
เมื่อกี้ได้นอนพักสายตาแปปนึงด้วย คอนโดใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวของเขา กับคอนโดเธออยู่ห่างกันเยอะ แถมรถก็ติด กว่าจะมาถึงนี่ เธอมีเวลาให้นอนเกือบชั่วโมง เพราะอย่างนั้นตอนนี้วามีสติทุกอย่าง ตอนที่คชาแบกขึ้นมาก็ด้วย
แค่แกล้งหลับเพราะขี้เกียจเดินขึ้นมาเองแค่นั้นแหละ
“งั้นถอดชุดดิ”
“ถอดบ้านแกดิ คนนอนที่ไหนเขาถอดเสื้อผ้ากันละ” ใบหน้าสวยเอียงมองคนที่สั่งให้เธอถอดเสื้อผ้า
“ไม่ถอดมันจะทำอย่างนั้นได้ยังไงวะวา” คชามีสีหน้ามึนงง นอนของยัยวามันหมายความว่ายังไงวะเนี่ย คนละความหมายกับของเขางั้นเหรอ
“ปกติวาก็นอนแบบนี้นะ” วาริชแอบขำกับท่าทางของคชาตอนนี้มากๆ เขาคงคิดว่าเธอหมายถึงนอนเอากัน แต่เปล่าเลย วาหมายถึงนอน นอนอะ นอนหลับพักผ่อน
“กวนตีนแล้ววา”
คชาเดินต่อไปจนท่อนขาชิดปลายเตียง มองใบหน้าสวยที่กลั้นขำด้วยสายตากรุ่นโกรธ อย่ามาล้อเล่นเรื่องนี้ดิเห้ย คนมันพร้อมจะทำจริงตลอดเวลาไม่รู้เหรอ
“ถ้าไม่นอน วานอนแล้วนะ ล็อกห้องให้ด้วยละ”
วันนี้วาริชแอบมีความสุขนิดๆที่ได้แกล้งคชาให้หัวปั่น เพราะทั้งวัน เธอนั่งปั่นชุดที่สวมอยู่ตอนนี้ ให้เขาจนเหนื่อยล้า เอาคืนนิดหน่อยอย่าว่ากันเลย ลงโทษที่ให้วาหอบสังขาร เอาชุดไปประเคนให้ตั้งไกล
“อาบน้ำก่อนไม่ชอบนอนแบบนั้นอะ เหม็นสาบคนไม่อาบน้ำ”
ใครบอกว่าคชาจะไม่นอน ตั้งใจจะนอนด้วยตั้งแต่ทีแรกอยู่แล้ว
วาริชมองตามแผ่นหลัง คนที่คว้าผ้าเช็ดตัวเธอเข้าห้องน้ำอย่างอึ้งๆ คชามันเอาจริงเหรอ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก คอนโดเธอมีสองห้อง วานอนอีกห้องก็ได้ ไม่ใช่ไว้ใจคนแบบคชาหรอก แต่เธอรู้ว่า คชาไม่ชอบบังคับให้ใครนอนด้วยอยู่แล้ว
ร่างบางในชุดราตรีเกาะอกสีแดง เดินเข้ามาห้องนอนอีกห้อง ที่มีห้องน้ำในตัวเหมือนกัน ก่อนจะจัดการตัวเองในอ่างน้ำที่เล็กกว่าอีกห้อง
แช่น้ำอุ่นสักพัก วาริชก็ออกมาด้วยสภาพพร้อมนอน แต่เธอไม่นอนหรอก ช่วงนี้งานเธอยุ่งมาก เพราะต้องออกแบบและตัดเองทุกชุด มันจึงยุ่งยากพอสมควร
มือเรียวเล็กหยิบกระดาษที่ใช้ทำแพทเทิร์น ออกมาวาง ห้องนี้เธอเอาไว้ทำงานอยู่แล้ว จึงไม่เป็นปัญหาถ้าเธอจะนั่งทำงานต่อให้เสร็จ คืนนี้น่าจะได้สักชุดสองชุดแหละ ค่อยนอนก่อนเข้าร้านสักชั่วโมงน่าจะไหว
“ทำอะไร ไม่มีชุดใส่อะ หาให้หน่อยดิ”
ร่างสูงของคชา เดินออกมาด้วยกางเกงชุดเดิม ส่วนข้างบนเขาไม่ใส่อะไร ปล่อยให้หน้าอกเปลือยเปล่าท้าทายสายตา คนที่มองมันด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ อาบน้ำแล้วอะ ใครเขาใส่ชุดเดิมกัน
“ทำงานสิ ก็บอกว่าช่วงนี้วายุ่ง มันมีเสื้อที่วาได้มาฟรีอยู่ในตู้ ลองไปเลือกดู น่าจะใส่ได้ ห้ามรื้อมั่วนะคชา ขี้เกียจเก็บ”
วาริชเบือนหน้าหนีจากอกกว้าง มือเรียวขยับร่างแบบตามที่ได้ดีลงานกับลูกค้าไปแล้ว ก่อนจะนึกขึ้นได้ จึงวิ่งตามแผ่นหลังกว้างไปที่ตู้ของตัวเองด้วยความรวดเร็ว
“วาหาเอง รออยู่ตรงนั้นแหละ” วาริชรีบหยิบเสื้อที่เธอได้แจกมาฟรี ก่อนจะเก็บกระเป๋า ที่เคยวางทับอยู่ข้างบนเข้าไปด้านใน อย่างไม่ต้องการให้ใครเห็นอะไรทั้งนั้น
