บทที่ 7 ตอนที่ 7
“ถ้าไม่พูดจะลากลงม่านรูดนะวา”
รถขับออกมาไกลแล้ว แต่ผู้โดยสารจำเป็นของเขาเอาแต่นั่งเงียบ ตั้งแต่เธอพูดกับเขาตอนขึ้นรถ นี่เขาขับวนซอยนี้หลายรอบแล้ว เพื่อรอจุดหมายปลายทางจากเธอ
“จอดตรงนี้แหละคชา ขอบใจที่ช่วย”
คชากับเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน เธอเคยรู้จักเขาเมื่อ 5 ปีก่อนเพราะเขาเป็นเพื่อนของพี่แมททิว พี่ชายของยัยมาร์ หรือมาดาม ส่วนตัวเธอกับเขาไม่มีความสนิทสนมกันขนาดนั้น ถ้าเขาไม่มาจีบเธอ เธอคงจะไม่รู้จักคนที่อยู่สูงแบบคชาด้วยซ้ำ
“เราจะพูดกันดีๆไม่ได้เลยเหรอ”
คชาหันมามองใบหน้าสวยหวาน ที่นั่งมองเพียงวิวด้านนอก แค่จะมองตรงไปข้างหน้าแล้วเจอเขาในหางตา เธอยังไม่ทำเลย ไม่รู้จะโกรธเกลียดอะไรกันนักหนา
“เราไม่เกี่ยวข้องอะไรกัน วาไม่จำเป็นต้องพูดดีกับคนที่เคยทิ้งวา”
ก็ใช่ที่เธอก็อยากเลิกกับเขา เพราะไม่มีอะไรเข้ากันได้ แต่คำพูดตอนเขาบอกเลิก มันยังฝังลึกในใจเธอไม่หายไปสักที บอกตัวเองว่าไม่รู้สึกอะไร แต่เจอหน้าคชาทีไร อยากจะเตะเสยปลายคางมันทุกครั้งไป
“ก็ดี อย่างน้อยก็ยังจำได้ ว่าเคยคบกัน”
เขาไม่เคยมองย้อนกลับไปตอนที่เลิกกับยัยนี่สักครั้ง เขายังอยู่กับความรู้สึกแรกของตัวเองเสมอ แต่เธอไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเขาเคยรู้สึกยังไงกับเธอ เพราะมันก็แค่อดีตนั่นแหละ ถ้าเขาเปลี่ยนอดีตได้ เขาก็ไม่อยากจะรู้สึกอะไรกับยัยนี่หรอก
“จะจอดได้รึยัง วนมา 5 รอบแล้วเนี้ย”
รถของคชาจอดสนิทลงข้างทาง ทั้งที่จุดหมายตอนนี้คือหน้าร้านเหล้าร้านเดิม เขาวนมา 5 รอบอย่างที่เธอบอกนั่นแหละ รู้ว่าวาริชไม่ได้พักอยู่ที่เดิมแล้ว เขาไม่เคยรู้ความเป็นไปของเธอ ไม่รู้และไม่อยากถาม เพราะต่างคนต่างอยู่แล้ว
“ขอบใจนี่ค่ารถกับค่าเหล้า”
คชามองเงินที่มันอยู่แทนที่ร่างของวาริช ก่อนจะขับรถกลับคอนโดตัวเองนิ่งๆ ไม่รู้ตัวว่าต้องรู้สึกยังไงดี กับการกลับมาเจอกันอีกในรอบ 5 ปี ของเขากับวาริช
แม้ก่อนหน้านั้นจะบังเอิญเจอกัน เกือบทั้งเดือนที่ผ่านมา แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้คุย แถมยังคุยแบบถึงเนื้อถึงตัวอีก ก็ยอมรับนะว่า วาริชแอบเซ็กซี่ขึ้นเพราะการแต่งตัว แต่นิสัยเธอยังไม่เปลี่ยนไปเลย ห้าวยังไงก็ยังเหมือนเดิม หาความหวานไม่ได้เลยสักนิด
“หึ” คชายิ้มหยันให้กับความคิดตัวเอง ก่อนจะขับรถกลับไปที่คอนโดตัวเองอีกครั้ง เมื่อกี้เขายูเทิร์นรถ ขับตามรถแท็กซี่ที่วาริชโดยสารกลับไป จนกระทั่งเห็นชัดว่าเธอเข้าไปในคอนโดที่คาดว่าน่าจะเป็นของเธอแล้ว เขาถึงได้ขับรถกลับไปบ้าง
ก็แค่อยากรู้ว่าความเป็นอยู่ ว่าเธออยู่ที่ไหนยังไง ก็แค่อดีตคนรู้จัก ไม่มีอะไรพิเศษเลยสักนิด
หลังจากวันที่ขึ้นรถวนอยู่หน้าร้านเหล้ากับคชา มันก็เหมือนวาริชจะบังเอิญเจอเขาบ่อยขึ้น แถมยังถี่มากอีกด้วย วันๆนึงเกือบจะ 3 รอบ เช้า กลางวัน เย็น
“โอ้ยคชา! ถ้ารีบก็ไปหาร้านอื่นไป มาเร่งอยู่ได้ กะอีแค่ชุดแฟนใหม่”
วาริชมองร่างสูง ที่นั่งหน้าตึงอยู่โซฟารับแขกในร้านตัดชุดราตรีของเธอ คชามาบอกให้เธอช่วยตัดชุด เพื่อเอาไปให้แฟนของเขา ใส่ไปงานเปิดตัวอะไรสักอย่างนี่แหละ วาไม่ได้ตั้งใจฟัง และตอนนี้คชาก็มาเร่งวา เช้า กลางวัน เย็น คือถ้ารีบก็ไปร้านอื่น วาทำไม่ทันจริงๆ
“เขาบังคับมาว่าต้องเป็นร้านนี้”
ตอนนี้แบรนด์เสื้อผ้าของวาริชกำลังมาแรง ด้วยราคาที่มันไม่ค่อยแพง แต่ชุดที่เธอทำออกมา กลับดูสวยหรูเพราะเนื้อผ้าที่ดูเหมาะสมกับราคานั่นแหละ
“แต่มาเร่งวาไม่ได้ไง งานคนอื่นวาก็ยังทำไม่เสร็จ รู้จักลำดับก่อนหลังไหมคะคุณคชา คุณมาทีหลังคุณก็ต้องรอ”
วาริชกำลังตัดแพทเทิร์นชุดอยู่ แต่สมองเธอทำงานได้ดี แม้ปากจะกำลังถกเถียงกับลูกค้าอย่างคชา แต่มือเธอกลับยังทำงานไม่หยุดหย่อน
“ก็ไม่ได้เร่งอะไรนี่ แค่มาดูว่าทำไปถึงไหนแล้ว”
คชามองดูร่างบางที่ไม่เคยเงยหน้ามาให้เห็นเลยสักครั้ง เธอเอาแต่ก้มหน้าทำงานตั้งแต่เขาเข้าร้านมา เธอรับรู้การมาถึงของเขาจากพนักงานในร้านนั่นแหละ แม้ปากจะตอบกลับเขาตลอด แต่ไม่เคยเงยหน้าขึ้นมามองกันเลย
“ถ้าเสร็จแล้วจะส่งไปให้ ไม่ต้องมารอทุกวัน เกะกะ”
วาริชวางผ้าที่เธอตัดแพทเทิร์นลง งานทุกอย่างที่เธอเตรียมเสร็จหมดแล้ว จึงได้เงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งอยู่ตรงโซฟารับแขกใกล้ๆ ก่อนจะเห็นว่าเขาส่งยิ้มมาให้นิดๆ คชาแม่งหล่อดีนะ แต่ปากหมาไปหน่อย
“อย่ามาทำเหมือนจีบ”
ไม่ชอบเลยไอ้สายตาจากใบหน้าหล่อเหลา ที่มองเธออยู่ตอนนี้ มันเหมือนหมาหยอกไก่ อ่อยเล่นๆแต่ไม่คิดจริงจัง
“หลงตัวเองจัง”
“ไม่จีบแล้วเรียกอะไรวะ มันจะมีใครทำเหมือนคชาบ้างละ มาเช้า กลางวัน เย็น แกมันบ้าคชา ชุดที่สั่งตัด วาก็บอกไปแล้วว่าอีกสองวัน สองวันคือเสร็จเรียบร้อยพร้อมรับ ไม่ต้องมาบ่อยเข้าใจไหม ”
คชาเป็นลูกค้าใหม่ที่โคตรจะหน้ามึน เล่นมาทุกวัน 3 เวลา เธอต้องหมดค่าน้ำดื่มเพราะเขาคนเดียวไปเยอะโข ไหนจะค่าขนมที่เขาขอกินอีกนะ ทำอย่างกะคนอดอยาก มันเปลืองรู้ไหม
