บทที่ 2 จะควงใครก็ดูให้มันดีหน่อย
“โธ่ แม่ครับ ก็ผมไม่ได้ชอบใครจริง ๆ แล้วจะให้ผมคบใครเป็นตัวเป็นตนได้ไง อีกอย่างผู้หญิงก็เข้ามาให้ผมเลือกตั้งเยอะ ก็ต้องเลือกกันหน่อยสิครับ ผมไม่ได้มีแฟนแล้วเล่นชู้เสียหน่อย”
คนมีชนักติดหลังเอ่ยเสียงอ่อย รู้ว่าตนมีส่วนผิด แต่ทุกอย่างมันก็เริ่มจากความสมัครใจที่จะมีสัมพันธ์โดยไร้สถานะ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาขนาดนี้แท้ ๆ
“นี่ขนาดเลือกแล้วนะ”
“ผมขอโทษครับแม่”
สีหน้าหงอย ๆ ทำเอาคนเป็นแม่ถอนหายใจอีกครั้ง ผู้หญิงดี ๆ มีเข้ามาให้เลือกมากมาย แต่ก็ไม่แซ่บโดนใจพ่อเจ้าประคุณ เป็นอย่างไรล่ะ ที่แซ่บ ๆ มันกินแล้วเสาะท้องขนาดไหน คงรู้ฤทธิ์ของอาการอาหารเป็นพิษแล้วสินะ
“ต่อไปนี้จะคบจะควงใครก็ดูให้มันดีหน่อยแล้วกันเจ้าปัณณ์ พ่อกับพี่คงช่วยแกได้เท่านี้ ที่เหลือก็แล้วแต่แม่”
“ครับพ่อ”
“ส่วนเรื่องงานแกจะเอายังไง ละครเรื่องนี้ให้พ่อใช้ผู้กำกับคนอื่นก่อนดีไหม ไว้รอเรื่องยุ่ง ๆ จบก่อนแกค่อยกลับไปทำงาน”
ละครเรื่องใหม่กำลังจะเปิดกล้องโดยที่เรื่องนี้เขารับหน้าที่เป็นผู้กำกับการแสดงเป็นเรื่องที่สอง ที่ผ่านมาเขาทำได้ดีและสนุกกับหน้าที่นี้มาก แม้เรื่องนี้จะมีอะไรไม่สบอารมณ์นิดหน่อยตรงที่นางเอกของเรื่องคือหนูลูกจันคนดีของแม่ก็ตาม
“ผมอยากทำเองครับพ่อ”
“แต่ไม่รู้เรื่องของแกจะจบเมื่อไหร่ แกออกไปทำงานไหวเหรอ อีกอย่างเราจะเลื่อนการเปิดกล้องออกไปไม่ได้เด็ดขาด ตอนนี้ลูกจันกำลังดัง น้องมีคิวให้เราแค่นี้ ถ้าเลื่อนไปคงต้องไปต่อแถวรอคิวใหม่ พ่อว่ามันไม่คุ้ม”
อดีตพระเอกชื่อดังและผันตัวมาเป็นผู้จัดละครก่อนส่งไม้ต่อให้ลูกสาวและลูกชายออกความเห็น การที่ได้ ชิดจันทร์ ดาราดาวรุ่งมาเป็นนางเอกละครให้บริษัทเขาก็เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวของภรรยาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแม่ดาราสาวนั่นเอง ทั้งที่ทุกบริษัทตามหาคิวของเธอกันให้ควั่ก แล้วจะให้ทิ้งโอกาสงาม ๆ นี้ไปได้อย่างไร
“ผมทำได้ครับพ่อ ช่างมันเถอะ ยังไงผมก็ตกเป็นจำเลยสังคมไปตั้งหลายวันแล้ว ไว้ค่อยมาแก้ข่าวทีหลังพร้อมหลักฐานก็ยังไม่สาย แต่งานเราต้องเดินต่อ จะมาหยุดชะงักเพราะข่าวฉาวของผมคนเดียวไม่ได้”
ทุกคนมองหน้าเขาด้วยความเป็นห่วง แม้จะมีข่าวฉาวซุบซิบออกมาไม่เว้นวัน แต่ผู้จัดละครและผู้กำกับการแสดงอย่างเขาย่อมไม่คุ้นชินกับการปั้นหน้าทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนดาราที่มักจะมีดรามาอยู่บ่อยครั้ง
“ไม่ต้องเป็นห่วงครับ วันหนึ่งความจริงก็ต้องเปิดเผย”
หลายวันแล้วที่นักสืบยังตามหาตัวมาลินไม่พบ เหตุเพราะเธอไม่ได้กดเงินใช้เลย รวมถึงงานต่าง ๆ ที่เธอเคยรับไว้ก็ถูกยกเลิกจนหมด
วันนี้เป็นวันเปิดกล้องละครและเป็นวันแรกที่ปัณณธีออกมาตอบคำถามต่อหน้าสื่อหลังจากมีข่าวฉาว นักข่าวจึงให้ความสนใจกับเขามากกว่าคู่พระนางเสียอีก
เมื่อจบการสัมภาษณ์เกี่ยวกับละคร ผู้กำกับการแสดงหนุ่มจึงถูกนักข่าวต้อนจนหลังติดฝา แม้แต่ทีมงานก็ไม่มีใครสามารถแหวกดงนักข่าวเข้าไปช่วยได้
นักข่าว : “เรื่องข่าวที่ว่าพี่ปัณณ์ทำน้องหลินท้อง เป็นเรื่องจริงไหมคะ”
ปัณณธี : “ผมยังตอบเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะตั้งแต่ที่มีข่าวหลุดออกมา ผมเองก็ยังติดต่อหลินไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าหายไปไหน”
นักข่าว : “ถ้าเจอน้องหลินจะถามว่าอะไรคะ”
ปัณณธี : “ก็ถามว่าเรื่องจริงมันคืออะไรกันแน่ครับ เพราะหลินไม่ได้บอกผม แต่กลับบอกนักข่าว ทั้งที่อ้างว่าผมเป็นพ่อของลูกในท้อง แต่ผมกลับติดต่อไม่ได้”
นักข่าว : “เพราะน้องหลินกลัวว่าพี่ปัณณ์จะโกรธหรือเปล่า เห็นว่าทั้งคู่เพิ่งคบกัน แต่น้องหลินก็ท้องเสียแล้ว”
ปัณณธี : “ผมกับหลินเราไม่ได้คบกันในสถานะแฟนครับ และเรื่องนี้ผมเองก็ยังต้องรอการยืนยันจากหลินเหมือนกัน ถ้าผมทำหลินท้องจริง ผมเองก็เป็นลูกผู้ชายพอ พร้อมจะรับผิดชอบ แต่ถ้าไม่ ก็คงต้องมาคุยกันว่าทำแบบนี้กับผมทำไม”
นักข่าว : “น้องหลินอาจจะโกรธ เพราะมีข่าวกับน้องหลินอยู่ดี ๆ พี่ปัณณ์ก็มีข่าวกับดาราคนอื่น”
ปัณณธี : “เผื่อทุกคนจะลืม ผมไม่ได้มีแฟนครับ วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ ผมต้องทำงานแล้ว นางเอกมีคิวให้เราไม่มากครับ ขอตัวนะครับ”
ทีมงานพยายามแหวกฝูงชนเข้ามาดึงแขนผู้กำกับการแสดงหนุ่มออกจากวงล้อมของนักข่าวแล้วพาเขาเข้าไปนั่งพักสงบสติอารมณ์ในห้องพักนักแสดงที่ตอนนี้เหลือเพียงนางเอกของเรื่องกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่เท่านั้น
