บทที่ 4 ลูกจัน
และสิ่งที่ทำให้เธอลำบากใจก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อแม่ของเขามาทาบทามให้เธอรับงานแสดงของบริษัท ในขณะที่มีบริษัทละครมากมายมาทาบทามเธอ แต่เธอต้องเลือกรับละครที่มีเขาเป็นผู้กำกับการแสดงด้วยความจำใจเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ใหญ่
สุดท้าย แค่มาทำงานวันแรก เธอก็โดนเขากลั่นแกล้งอีกจนได้ ผู้ชายเฮงซวย ขนาดมีข่าวฉาวจนอับอายไปทั้งตระกูลยังไม่สลด ไม่รู้ใบหน้าหล่อ ๆ ของเขาฉาบรองพื้นไว้หนาขนาดไหนกันแน่
เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ด้านนอกยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง ประตูห้องแต่งตัวด้านข้างถูกปิดอย่างแรงจนผนังที่ใช้เพียงไม้อัดกั้นเอาไว้สั่นสะเทือน
ปลายฟ้า นางร้ายหน้าใหม่ที่เพิ่งเป็นข่าวกับปัณณธีก่อนที่เขาจะตกเป็นจำเลยสังคมด้วยข่าวฉาววางเสื้อผ้าลงบนโต๊ะตัวเล็กริมผนัง เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วแข่งกับเวลาจนเสร็จ แต่เมื่อกำลังรวบเก็บของบนโต๊ะกลับต้องเลิกคิ้วแปลกใจเมื่อผนังห้องที่เคยมีปฏิทินแขวนอยู่กลับว่างเปล่าเพราะตอนนี้ปฏิทินชิ้นนั้นตกลงไปบนพื้นจากการกระแทกประตูจนผนังสั่นสะเทือนเมื่อครู่
จึงก้มเก็บปฏิทินชิ้นนั้นจะนำมาแขวนที่เดิมเพราะเข้าใจเหตุผลแล้วที่ทำไมต้องมีปฏิทินแขวนอยู่ เนื่องจากผนังเป็นรูขนาดใหญ่จนมองทะลุเห็นห้องแต่งตัวที่อยู่ข้างกันนี่เอง
แต่ยังไม่ทันที่จะแขวนปฏิทินคืนที่เดิม ดวงตาก็ดันมองเข้าไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งยืนกอดกันอยู่ที่บริเวณประตูห้อง เธอจะไม่สนใจเลยถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ปัณณธี ผู้ชายที่เพิ่งลากเธอขึ้นเตียงเมื่ออาทิตย์ก่อน
มือเล็กกำแน่นจนตัวสั่น เธอกดส่งข้อความบอกให้เพื่อนที่มาด้วยกันออกไปก่อน เดี๋ยวเธอจะตามออกไปเอง แล้วทำทีเปิดและปิดประตูให้เหมือนว่าคนที่เข้ามาใช้บริการห้องนี้ออกไปแล้วทั้งที่เธอยังยืนแอบอยู่จุดเดิม
เสียงพูดคุยของดาราและทีมงานกลุ่มใหญ่เงียบลงพร้อมกับเสียงปิดประตูดังแว่ว เขาจึงปล่อยมือที่ปิดปากนางเอกสาวเอาไว้ทันที
“คุณเข้ามาทำไม”
ตอนเด็กเธอเรียกเขาว่าพี่ปัณณ์ แม้จะไม่เต็มใจและใส่อารมณ์ทุกครั้งในการเรียกเพราะโดนบังคับก็ตาม แต่จากกันไปไม่กี่ปีก็ทำตัวห่างเหิน ไหนจะใบหน้าสวย ๆ ที่ทำเอาเขาตกตะลึงจนแทบลืมหายใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอนั่นอีก ตอนนี้มันเชิดสูงจนน่าหมั่นไส้
“คุณงั้นเหรอ”
“ใช่”
“เมื่อก่อนเรียกฉันว่าพี่ ลืมแล้วเหรอ”
“ไม่ได้ลืม แต่สะดวกเรียกแบบนี้”
“เหอะ”
“ตอบมา ว่าคุณเข้ามาทำไม จะมาแกล้งอะไรกันอีก”
“เป็นเด็กหรือไง ถึงคิดว่าคนอื่นจะเข้ามาแกล้ง ฉันเข้ามานั่งในนี้ พอดีได้ยินเสียงใครโวยวายในห้อง นึกว่าลื่นล้มคอหักตายเลยเข้ามาดู ใครจะคิดว่ามีผู้หญิงไม่รู้จักโตแก้ผ้าอยู่”
เขากวาดมองร่างบางขาวผ่องแต่อวบอิ่มไปด้วยวัยสาวแล้วก็ต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่อีกครั้ง แต่แล้วดวงตาคมกลับวาบขึ้นเมื่อเด็กเอาแต่ใจตอกกลับมา
“ก็เห็นนี่ว่าโตแล้ว ที่เข้ามาในนี้เพราะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ใครจะไปคิดว่ามีคนไม่เอาไหนหนีนักข่าวเข้ามาในห้องนี้ล่ะ คิดว่าพี่รสยังอยู่ เลยจะเรียกมาช่วยรูดซิปให้หน่อย”
เสียงเถียงกันแม้จะไม่ดังนักแต่คนที่ยืนแอบอยู่ห้องข้าง ๆ ก็ได้ยินชัดเจน คิ้วที่กันแต่งเป็นทรงสวยขมวดเข้าหากัน จากบทสนทนาที่เรียกว่าเถียงกันน่าจะเหมาะกว่า คาดเดาว่าทั้งคู่คงรู้จักกันมาก่อน
“ลูกจัน...”
เสียงทุ้มกดต่ำ กรามแกร่งขบแน่นด้วยความไม่พอใจที่เธอพูดแทงใจดำ
ใช่ เขาหนีนักข่าวเข้ามาหลบในนี้ เพียงแค่เพราะผู้หญิงคนเดียวทำเอาชีวิตเขารวนได้ขนาดนี้เชียวเหรอ น่าเจ็บใจชะมัด
ความหงุดหงิดที่มีทำเอาเขาคว้าแขนเรียวแล้วกำแน่น เธอเจ็บจนเบ้หน้าร้องออกมาเบา ๆ แต่กลับเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีเหมือนเมื่อตอนเด็ก ๆ ต่างกันนิดหน่อยที่ถ้าเป็นตอนนั้น ถึงแม้เธอจะสู้ แต่ก็ร้องไห้แหกปากเสียงดังจนเขาโดนแม่ทำโทษทุกครั้ง
แต่คราวนี้ เธอจะร้องไห้เรียกหาใครล่ะ ใครจะช่วยเธอได้ และใครจะมาทำโทษเขา
“ปล่อยนะ ฉันเจ็บ”
“เหอะ ฉันงั้นเหรอ”
“ใช่ จะทำไม จะให้แทนตัวว่าลูกจันเหมือนเมื่อก่อนเหรอ ไม่เอาอะ ไม่สนิท”
“เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เธอบอกไม่สนิทงั้นเหรอ งั้นต้องแบบไหนล่ะเธอถึงจะเรียกว่าสนิท ต้องเอากันเลยไหม ใช่สินะ ไปโตที่เมืองนอกเมืองนานี่ คงฟรีเซ็กซ์สนุกเลยสิ”
ปลายฟ้าขมวดคิ้ว ยกโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายวิดีโอผ่านช่องว่างของผนัง ซึ่งรูของมันใหญ่พอที่จะมองเห็นความเป็นไปของอีกห้องอย่างชัดเจน
“ต่ำ ตอนเด็ก ๆ ปากหมายังไง โตขึ้นมาก็ยังปากหมาเหมือนเดิม ฉันแปลกใจมากที่มีผู้หญิงอยากนอนกับผู้ชายอย่างคุณ”
“ปากหมางั้นเหรอ ลองโดนหมาในปากฉันกัดหน่อยเป็นไง”
