บทที่ 1 บทที่ 1

บทที่ 1

ณ คฤหาสน์หรูหลังงามของตระกูล ศิริวัฒนบูลย์

“นี่คุณคะ เมื่อไรตาพิชญ์จะกลับมาสักทีคะ ฉันคิดถึงลูกจะแย่อยู่แล้ว” คุณหญิงกัลยา ศิริวัฒนบูลย์ เอ่ยขึ้นถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวในระหว่างรับประทานอาหารกลางวันกับผู้เป็นสามี  พิศาล

ศิริวัฒนบูลย์ ผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์หรูหลังงามแห่งนี้และเป็นนักธุรกิจเจ้าของบริษัทพีเคกรุ๊ป เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด หรือเรียกสั้นๆว่า บริษัทพีเคกรุ๊ป บริษัทก่อสร้างชื่อดังที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

“เอาหน่าคุณ อีกสองสามวันลูกก็คงมาแล้ว” พิศาลเอ่ยตอบภรรยา จริงๆเขารู้ว่าเจ้าลูกชายตัวดีมันจะกลับมาวันนี้แหละแต่มันให้เขาเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับเพราะอยากจะเซอร์ไพรส์ผู้เป็นแม่

“จริงเหรอคะ ฉันดีใจจังเลยค่ะ เดี๋ยวฉันต้องออกไปช็อปปิ้งซื้อของซะหน่อยแล้วจะได้เตรียมทำของโปรดไว้ต้อนรับลูก คิดถึงลูกมากค่ะ”

“นี่คุณ เราพึ่งจะบินไปเยี่ยมเจ้าพิชญ์มันเมื่อสองเดือนที่แล้วเองนะ อีกอย่างที่ผมให้ลูกไปอยู่ที่โน่น แล้วดูแลงานสาขาของเราที่โน่น เพราะผมอยากให้ลูกโตเป็นผู้ใหญ่ รับผิดชอบตัวเอง งานการและครอบครัวได้”

“อยากให้ลูกโตเป็นผู้ใหญ่? คุณก็เลยเล่นส่งลูกไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่อายุสิบห้าเนี่ยนะ ใจร้ายกับฉันมากนะคะคุณพิศาล ฉันมีลูกชายอยู่คนเดียว” คุณหญิงกัลยาเอ่ยตัดพ้อพลางทำหน้างอนผู้เป็นสามีที่ส่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวอย่าง พิชญ์  ศิริวัฒนบูลย์ ไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุสิบห้า จนตอนนี้ลูกจบปริญญาโทด้านการบริหารแล้วก็ยังให้ลูกดูแลงานสาขาที่โน่นต่ออีก

“ก็คุณเล่นตามใจเจ้าพิชญ์ทุกอย่างตั้งแต่เด็กจนโต ผมก็กลัวว่าลูกจะเสียคนน่ะสิ อีกอย่างไปอยู่ที่โน่นจะได้โตเป็นผู้ใหญ่ รู้จักรับผิดชอบตัวเอง เพราะวันหนึ่งลูกก็ต้องขึ้นมาดูแลบริษัทแทนผมเพราะผมเองก็อายุมากแล้ว อยากพักแล้ว แล้วจะได้มีเวลาอยู่กับคุณแล้วก็พาคุณไปเที่ยวไปช็อปปิ้งไง ไม่ดีเหรอ” พิศาลพูดขึ้นพลางส่งยิ้มให้ภรรยาที่ดูท่าว่าจะงอนเขาเข้าซะแล้ว

“ก็ดีค่ะ แต่ฉันก็คิดถึงลูกอยู่ดีนี่คะ”

“ใครคิดถึงผมอยู่ครับ!”

คุณหญิงกัลยาได้ยินเสียงอันแสนจะคุ้นเคยที่กำลังคิดถึง

“พิชญ์ ลูก!” คุณหญิงกัลยารีบลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้วเดินไปหาลูกชายของเธอที่กำลังเดินเข้ามาในห้องอาหาร

“สวัสดีครับแม่ สวัสดีครับพ่อ” พิชญ์กล่าวทักทายพลางยกมือไหว้พ่อกับแม่ของเขา

“โอ๊ย! พิชญ์ลูก แม่คิดถึงลูกที่สุดเลย มาให้แม่หอมที”

‘ฟอดดดด’

คุณหญิงกัลยาหอมแก้มลูกชายหัวแก้วหัวแหวนซ้ายทีขวาที

“โอ๊ย พอแล้วครับแม่ ผมโตแล้วนะครับ ผมก็คิดถึงแม่เหมือนกันครับ ขอกอดขอหอมหน่อย” พิชญ์กอดผู้เป็นแม่พลางหอมแก้มผู้เป็นแม่ด้วยความคิดถึง

ในขณะที่พิศาลเขานั่งมองภรรยาและลูกชายของเขาด้วยรอยยิ้มก่อนจะเอ่ยเรียกทั้งสองคน

“อ้าว มาๆ มานั่งทานข้าวกันก่อนทั้งแม่ทั้งลูกน่ะ” พิศาลเอ่ยเรียกภรรยาและลูกชายของเขา

“ครับพ่อ” พิชญ์จึงเดินประคองกอดแม่ของเขามานั่งที่โต๊ะอาหารและเขาก็นั่งลงข้างๆแม่ของเขา

“อ้าว นก น้อย จัดสำรับเพิ่มให้ตาพิชญ์ด้วย แล้วนี่ตาพิชญ์ลูกชายฉันจ๊ะ” คุณหญิงกัลยาแนะนำลูกชายให้สองสาวพี่น้องฝาแฝดซึ่งเป็นคนงานในบ้านและเป็นหลานสาวของแม่อิ่ม แม่บ้านเก่าแก่ของตระกูลศิริวัฒนบูลย์รู้จักอย่างเป็นทางการ เพราะทั้งนกและน้อยเพิ่งจะมาอยู่ช่วยงานที่นี่ได้ไม่นานและมาอยู่ในช่วงที่พิชญ์ไปเรียนต่อต่างประเทศจึงไม่เคยเจอกันมาก่อนเคยเห็นแต่ในรูป

“สวัสดีค่ะ” นกกับน้อยกล่าวสวัสดีพิชญ์

“สวัสดีครับพี่นกพี่น้อย” พิชญ์กล่าวสวัสดีทั้งสองสาว เขาดูแล้ว นกกับน้อยน่าจะอายุมากกว่าเขาไม่กี่ปี เขาจึงเรียกทั้งสองคนว่าพี่

ทั้งสองสาวยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกเขินอายเพราะเคยเห็นลูกชายของพิศาลและคุณหญิงกัลยาแต่ในรูป

‘ในรูปว่าหล่อแล้ว เจอตัวจริงยิ่งหล่อเข้าไปอีก’ นกกับน้อยคิดในใจ

“ไปได้แล้วแม่สองคนนี้นี่มายืนยิ้มหวานให้ลูกชายฉันอยู่ได้ ไปจัดสำรับมาให้ลูกชายฉันแล้วก็ไปตามแม่อิ่มมาด้วยบอกว่าตาพิชญ์กลับมาแล้ว”

“ค่ะคุณหญิง” ทั้งนกและน้อยพูดพร้อมกันก่อนที่จะเดินออกไป

“ไหนคุณบอกว่าอีกสองสามวันลูกถึงจะกลับมาไงคะ ลูกก็เหมือนกันกลับมาทำไมไม่บอกแม่ล่ะลูก แม่จะได้ให้คนไปรับแล้วจะได้เตรียมทำของโปรดไว้ให้ลูกด้วย” คุณหญิงกัลยาหันไปพูดกับสามีแล้วหันมาพูดกับลูกชายของเธอ

“ก็เจ้าพิชญ์มันให้ผมปิดคุณน่ะสิ มันอยากเซอร์ไพรส์คุณน่ะ”

“ใช่ครับแม่ อย่าโทษพ่อเลยครับ ผมอยากเซอร์ไพรส์แม่น่ะครับก็เลยไม่ได้บอกก่อน”

“แล้วลูกกลับมายังไง ลำบากมากหรือเปล่า” คุณหญิงกัลยาพูดขึ้นด้วยท่าทางเป็นห่วงเป็นใยลูกชาย

“แม่ครับ ผมก็นั่งแท็กซี่กลับมาสิครับ ผมโตแล้วนะครับแม่ แค่นี้เองไม่ลำบากหรอกครับ”

“เนี่ย ก็เพราะคุณเป็นแบบนี้ไง ผมถึงต้องส่งลูกไปเรียนเมืองนอก ถ้าขืนปล่อยลูกให้อยู่ที่นี่ คุณก็คงจะสปอยล์ลูกจนเสียคนกันพอดี”

“คุณอะ อย่ามาว่าฉันนะคะ ก็ฉันมีลูกชายคนเดียวนี่”

“โอ๋ พ่ออย่าว่าแม่นะครับ” พิชญ์พูดพลางโอบกอดแล้วส่งยิ้มให้แม่ของเขา

“แม่ก็อย่างอนพ่อเลยนะครับ ผมเข้าใจที่พ่อทำ เพราะวันหนึ่งผมก็ต้องขึ้นมาดูแลบริษัทดูแลครอบครัว”

“อ้าว โอ๋กันเข้าไปสองแม่ลูก” พิศาลพูดพลางส่งยิ้มให้ภรรยาและลูกชายของเขา

“ถ้าได้แหวนเพชรอีกสักวงแม่อาจจะหายงอน” คุณหญิงกัลยาพูดพลางทำท่างอนสามีอย่างไม่จริงจังนัก

“ฮ่าฮ่าฮ่า ผมว่าพ่อต้องง้อแล้วล่ะครับ”

“อ่ะๆ เดี๋ยวผมจัดการให้” พิศาลเอ่ยพูดพลางส่งยิ้มให้ภรรยา ‘งอนเขาทีไรเป็นอย่างนี้ทุกที’ พิศาลคิดในใจ

“ขอบคุณค่ะคุณ น่ารักที่สุด” คุณหญิงกัลยากล่าวขอบคุณสามีอันเป็นที่รัก

“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกสำหรับคุณเท่าไรผมก็ให้ได้ ให้คุณทั้งชีวิต” พิศาลตอบกลับภรรยาด้วยถ้อยคำแสนหวานเช่นเดียวกัน

“โอ๊ย พอแล้วครับพ่อ แม่ มดขึ้นอาหารหมดแล้วครับ”

“ฮ่าฮ่าฮ่าๆ” ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกต่างส่งเสียงหัวเราะออกมา

“สำรับมาแล้วค่ะคุณหญิง” เสียงของแม่อิ่มที่เดินเข้ามาในห้องอาหารพร้อมกับนกและน้อยที่ยกสำรับและอาหารเพิ่มเติมออกมาด้วย

“สวัสดีครับนมอิ่ม ผมกลับมาแล้วครับ” พิชญ์เอ่ยขึ้นพลางเดินเข้าไปกอดแม่อิ่ม เพราะแม่อิ่มก็เคยช่วยคุณหญิงกัลยาเลี้ยงพิชญ์มาตั้งแต่เด็กๆ

“คุณพิชญ์ นี่คุณพิชญ์จริงๆเหรอคะ โอ๊ย โตเป็นหนุ่มแล้ว หล่อด้วย นมจำแทบไม่ได้เลยค่ะ” แม่อิ่มกอดตอบพิชญ์ด้วยความคิดถึงเนื่องจากไม่ได้เจอชายหนุ่มมานานมาก เพราะพิชญ์ไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่อายุสิบห้า ช่วงที่เรียนมัธยมปลายพิชญ์ก็ยังกลับมาที่บ้านบ้างในช่วงปิดเทอมแต่พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว พิชญ์ก็ไม่ได้กลับบ้านอีกเลยเพราะเรียนหนักและต้องเข้าดูแลงานบริษัทที่ไปเปิดสาขาอยู่ที่โน่นด้วยทำให้เขาไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน มีแต่พิศาลและคุณหญิงกัลยาที่บินไปเยี่ยม

“นมก็ยังสาวอยู่เลยนะครับ” พิชญ์พูดพลางคลายอ้อมกอดออกจากแม่อิ่ม

“คุณพิชญ์ ก็พูดไป”

“ฮ่าฮ่าฮ่าๆ” ทุกคนต่างส่งเสียงหัวเราะให้กับการเอ่ยแซวแม่อิ่มของพิชญ์

“แล้วนี่คุณพิชญ์จะกลับมาอยู่เมืองไทยเลยไหมคะ”

“คงต้องถามพ่อครับนม” พิชญ์พูดพลางหันไปมองพ่อของเขา

“โอ๊ยๆ” จู่ๆ แม่อิ่มก็รู้สึกเวียนหัวหน้ามืดขึ้นมา พิชญ์จึงรีบประคองแม่อิ่มไว้

“โอ๊ย! แม่อิ่ม ไหวไหมนั่น” คุณหญิงกัลยาที่สังเกตเห็นเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจและความห่วงใย

นกกับน้อยที่วางสำรับเสร็จแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาช่วยประคองแม่อิ่ม

“นมอิ่มเป็นอะไรครับ” พิชญ์ที่ประคองแม่อิ่มอยู่เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“โรคคนแก่น่ะค่ะคุณพิชญ์ นมไม่เป็นไรหรอก นมแค่หน้ามืดนิดหน่อยเอง”

“อ้าว ถ้างั้นนกกับน้อยพาแม่อิ่มไปพักก่อนไป” พิศาลเอ่ยขึ้น

“ค่ะ” นกกับน้อยพูดพร้อมกันแล้วช่วยกันประคองแม่อิ่ม

“พักผ่อนเยอะๆนะครับนม”

“ค่ะคุณพิชญ์” แม่อิ่มพูดพลางส่งยิ้มให้พิชญ์แล้วนกกับน้อยก็ช่วยกันประคองพาแม่อิ่มออกไปพัก ในขณะที่พิชญ์เขาก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารเช่นเดิม

“นมอิ่มเป็นอย่างนี้บ่อยไหมครับแม่”

“ก็ไม่นะลูก แม่เองก็พาแม่อิ่มไปตรวจสุขภาพอยู่ทุกปีก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ก็คงหน้ามืดตามประสาคนอายุมากแหละลูก”

“อ๋อครับ ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้วครับ” พิชญ์ตอบกลับผู้เป็นแม่ด้วยความสบายใจ

บทถัดไป