บทที่ 2 บทที่ 2

บทที่ 2

“ว่าแต่งานสาขาที่โน่นเป็นยังไงบ้างเรียบร้อยดีใช่ไหม” พิศาลเอ่ยถามลูกชายของเขา

“เรียบร้อยดีครับพ่อ ตอนนี้ทุกอย่างลงตัวแล้วครับ คุณประพันธ์ก็ดูแลงานทุกอย่างได้ดี” พิชญ์ตอบกลับผู้เป็นพ่อ คุณประพันธ์ที่เขาพูดถึงเป็นคนเก่าคนแก่ของบริษัท ทำงานให้พ่อของเขามานานตอนนี้ก็เป็นผู้จัดการสาขาอยู่ที่โน่น

“ถ้าทุกอย่างลงตัวแล้ว งั้นก็ดีเลย แกจะได้อยู่ช่วยงานพ่อที่นี่ในฐานะ รองประธานบริษัท พ่อจะได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง”

“ไม่มีปัญหาครับพ่อ”

“ในเมื่องานที่โน่นลงตัวแล้ว เอาไว้นานๆค่อยบินไปตรวจงานทีก็ได้” พิศาลเอ่ยพูด

“งั้นแปลว่าลูกจะกลับมาอยู่กับแม่แล้วใช่ไหม” คุณหญิงกัลยาเอ่ยพูดขึ้นอย่างรู้สึกตื่นเต้น

“ครับแม่” พิชญ์กล่าวพลางส่งยิ้มให้พ่อกับแม่ของเขา

“แม่ดีใจจัง ถ้างั้นแม่จะได้นัดทานข้าวกับบ้านพงษ์ไพศาลของคุณทรงพลกับคุณหญิงปรียาเลย”

“คุณทรงพลกับคุณหญิงปรียา….” พิชญ์เอ่ยขึ้นพลางทำท่าครุ่นคิด

“อ๋อ….ผมจำได้แล้วครับ คุณอาทรงพลกับคุณน้าปรียา ว่าแต่มีอะไรพิเศษหรือเปล่าครับแม่” พิชญ์จำได้ คุณน้าปรียากับแม่ของเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน ทำให้คุณอาทรงพลกับพ่อของเขาก็รู้จักกันไปด้วย แล้วตอนเด็กๆเขาก็เคยไปวิ่งเล่นที่บ้านของคุณอาทรงพลกับคุณน้าปรียาจำได้ว่าทั้งสองท่านมีลูกสาวอยู่หนึ่งคน ชื่อ ใบเตย หรือว่า……........

“ก็แม่แกไปทาบทามลูกสาวบ้านนั้นเขาไว้น่ะสิ จำได้ไหมหนูใบเตยน่ะ”

‘ว่าแล้ว....’ พิชญ์คิดในใจ เขาจำได้แต่ตอนนั้นที่เจอใบเตยน้องยังเด็กมากเพราะเขาเองก็อายุแค่สิบขวบแล้วเขาก็เคยไปที่บ้านหลังนั้นแค่ครั้งสองครั้งเอง

“อ๋อ ผมพอจะจำได้ครับ แต่นี่ผมพึ่งจะกลับมาวันนี้ แม่จะจับคู่ให้ผมแล้วเหรอครับ”

“ทำไม หรือว่าลูกมีใครในใจอยู่แล้ว” คุณหญิงกัลยาหรี่ตามองลูกชายอย่างจับผิด

“โห เปล่าครับแม่ ผมแค่ยังไม่พร้อมจะผูกมัดกับใครนี่ครับ” พิชญ์รู้สึกว่าตัวเองยังใช้ชีวิตหนุ่มโสดได้ไม่เต็มที่เลยยิ่งช่วงหลังๆมานี้เขาแทบจะไม่มีความสัมพันธ์ทางกายกับใครเลยเพราะเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับงาน ยิ่งความสัมพันธ์ทางใจยิ่งไม่ต้องพูดถึง

“แล้วเมื่อไรจะพร้อมล่ะลูก แม่อยากให้ลูกแต่งงาน แม่อยากอุ้มหลานแล้วนะ แล้วลูกก็อายุยี่สิบแปดแล้ว อีกไม่กี่ปีก็สามสิบแล้วนะลูก เอาอย่างนี้ก็ได้ ดูๆคุยๆกันไปก่อนก็ได้ แม่รับรองว่าถ้าลูกได้เจอหนูเตยลูกต้องชอบน้องแน่ หนูเตยโตเป็นสาวแล้วทั้งสวยทั้งน่ารักแล้วก็เรียนเก่งใกล้จะเรียนจบแล้วด้วย แม่กลัวหนุ่มๆคนอื่นจะมาแย่งหนูเตยไป แม่อยากได้หนูเตยเป็นลูกสะใภ้แม่อยากอุ้มหลานแล้ว นะตาพิชญ์” คุณหญิงกัลยาพยายามพูดรบเร้าลูกชาย

“ใจเย็นๆครับแม่ หนูเตยของแม่เขาอาจจะไม่ชอบผมก็ได้นะครับ”

“ไม่จริงอะ ยังไงหนูเตยก็ต้องชอบลูกชายของแม่แน่นอน ลูกชายของแม่ออกจะหล่อน่ารักทำงานเก่งซะขนาดนี้ อีกอย่างหนูเตยเป็นคนน่ารักว่านอนสอนง่ายเชื่อฟังผู้หลักผู้ใหญ่ เอางี้ลูก ลองไปเจอน้องก่อนก็ได้นะ” คุณหญิงกัลยายังคงพยายามพูดรบเร้าลูกชายให้ไปเจอลูกสาวทรงพลกับคุณหญิงปรียาให้ได้

“เอาหน่าพิชญ์ พ่อว่าไปเจอดูก่อนก็ได้ เท่าที่พ่อเคยเจอหนูเตยสองสามครั้ง น้องก็น่ารักดีนะ แกก็ลองไปเจอดูก่อนก็ไม่เสียหายอะไร” พิศาลกล่าวเสริมภรรยา

“เอ่อ...งั้นก็ได้ครับ” ‘เอาวะ ไปก็ไป เขาก็ไม่ได้เสียหายอะไรอยู่แล้ว’ พิชญ์คิดในใจ

“ดีมากจ๊ะลูก เอ่อ...วันนี้วันศุกร์ เดี๋ยววันอาทิตย์นี้เลยแล้วกัน เราจะไปทานข้าวที่บ้านคุณทรงพลกับคุณหญิงปรียากัน”

“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอครับแม่”

“นั่นสิคุณ เจ้าพิชญ์เพิ่งจะกลับมา บริษัทยังไม่ทันเข้าเลย อีกอย่างวันอาทิตย์นี้ผมก็ไม่ว่างด้วย นัดตีกอล์ฟกับเพื่อนๆรวมถึงลูกค้าเรียบร้อยแล้ว”

“ก็ฉันไม่อยากรอแล้วนี่คะ กลัวคนอื่นจะมาแย่งหนูเตยไป วันอาทิตย์นี้แหละค่ะ คุณไม่ว่างฉันไปกับลูกสองคนก็ได้”

“แล้วบ้านนั้นเขาจะเตรียมตัวทันเหรอครับแม่ มันไม่กะทันหันไปหน่อยเหรอครับ”

“ไม่หรอกลูก เดี๋ยวแม่คุยกับคุณหญิงปรียาเอง” คุณหญิงกัลยาเอ่ยตอบพลางส่งยิ้มดีใจให้สามีและลูกชาย

แล้วทั้งสามคนก็นั่งรับประทานอาหารกลางวันพูดคุยสัพเพเหระตามประสาครอบครัวอยู่สักพัก ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปพักผ่อน

พิชญ์เดินเข้ามาในห้องนอนของเขาหลังจากที่เขาไม่ได้กลับมานอนที่บ้านเป็นเวลาหลายปี  พิชญ์วางกระเป๋าลงแล้วเดินไปทิ้งตัวลงที่เตียงนอนพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถูไถเล่นอยู่สักพักก่อนที่เขาจะกดโทรศัพท์โทรออกไปหาเพื่อนที่สนิทกันตั้งแต่เด็กเพราะครอบครัวรู้จักกัน

วัลรบ หรือ รบ เพื่อนสนิทของพิชญ์เจ้าของ เดอะรูทผับ ผับสุดหรูชื่อดังใจกลางเมือง เขากำลังสาละวนอยู่กับการตรวจดูความเรียบร้อยก่อนที่ผับจะเปิดในช่วงค่ำคืนนี้  รบได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นจึงหยิบขึ้นมาแล้วกดรับสาย

“ฮัลโหล สวัสดีครับ”

“พูดซะเพราะเลยนะมึงไอ้รบ”

“เฮ้ย! ไอ้พิชญ์!!”

“เออ กูเอง”

“กูเห็นเบอร์แปลกๆกูก็นึกว่าใคร” ที่รบถามเพราะปกติพิชญ์จะใช้เบอร์โทรศัพท์จากต่างประเทศโทรมา

“เบอร์ใหม่กูเอง”

“แล้วมึงกลับมาตั้งแต่เมื่อไรวะ”

“กูเพิ่งมาถึงวันนี้แหละ เออไอ้รบวันนี้มึงว่างเปล่าวะเจอกันหน่อยดิ”

“ว่างเว้ย กูอยู่ที่ผับนี่แหละ มาเลยเดี๋ยวกูส่งโลเคชั่นไปให้”

“ไม่ต้องเว้ย กูไปถูก ผับมึงดังจะตาย”

“เออ เดี๋ยวกูโทรชวนไอ้ปกมาด้วย พวกเราสามคนไม่ได้เจอกันนาน” รบพูด

“เออดี กูจะได้คุยกับไอ้ปกเรื่องคอนโดด้วย” ปกเป็นเพื่อนอีกคนของพิชญ์กับรบที่รู้จักกันและสนิทกันตั้งแต่เด็กและเป็นเจ้าของโครงการ เดอะรูมคอนโด คอนโดที่พิชญ์ซื้อไว้ตั้งแต่อยู่ต่างประเทศ

“เออ งั้นไว้เจอกันเย็นนี้เว้ย”

“โอเค” พิชญ์วางสายจากรบ แล้วเขาก็หลับตาลงทันทีเพราะตอนนี้เขารู้สึกเพลียแล้วก็ง่วงเต็มทีจากการเดินทาง

ช่วงเย็น

พิชญ์เดินลงมาข้างล่างแล้วเจอเข้ากับคุณหญิงกัลยาที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องรับแขก

“อ้าวพิชญ์ลงมาพอดีเลย แม่โทรไปคุยกับคุณหญิงปรียาแล้วนะลูกทางนั้นเขาโอเค วันอาทิตย์นี้เราจะไปบ้านนั้นกัน” คุณหญิงกัลยาพูดขึ้นอย่างรู้สึกตื่นเต้น

“ครับแม่”

“แล้วนี่ลูกกำลังจะออกไปไหน”

“ผมจะออกไปเจอไอ้รบกับไอ้ปกน่ะครับ”

“มาถึงก็จะออกเที่ยวเลยเหรอลูก”

“ก็ผมนัดกันไว้แล้วนี่ครับไม่ได้เจอพวกมันนานแล้วด้วย” พิชญ์เอ่ยพูดพลางเดินเข้าไปประคองกอดแม่ของเขา

“แล้วจะกลับดึกไหม จะนอนที่บ้านหรือนอนที่คอนโด แม่อยากให้นอนที่บ้านนะพึ่งมาถึงอยู่บ้านกับแม่สักสองสามวันก่อนไม่ได้เหรอลูก” คุณหญิงกัลยาพูดขึ้นด้วยความรู้สึกน้อยใจนิดๆ เธอรู้ว่าลูกชายของเธอซื้อคอนโดไว้โดยให้เหตุผลว่ามันสะดวกและอยู่ใกล้บริษัทหากต้องกลับมาทำงานที่เมืองไทย

“โธ่ แม่ครับอย่าน้อยใจเลยนะครับ” พิชญ์เอ่ยพูดพลางหอมแก้มผู้เป็นแม่

“ผมจะพยายามไม่กลับดึกแล้วก็กลับมานอนที่บ้านแน่นอนครับ” พิชญ์ตอบผู้เป็นแม่ให้สบายใจ อีกอย่างเขาคิดว่าคอนโดอาจจะยังไม่เรียบร้อยเพราะเขาพึ่งจะกลับมาแล้วยังไม่ได้เช็กกับปกเลย

“งั้นผมไปก่อนนะครับ”

“จ๊ะ ขับรถดีๆนะลูก”

“ครับ” พิชญ์เดินออกมาจากบ้าน เขาก้าวขึ้นรถสปอร์ตสุดหรูของเขาแล้วขับออกไปมุ่งหน้าไปยัง เดอะรูทผับ ผับสุดหรูของเพื่อนรักที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป