บทที่ 3 บทที่ 3

บทที่ 3

18:30 นาที  ที่เดอะรูทผับ ผับสุดหรูใจกลางเมือง

พิชญ์ขับรถมาถึงผับของเพื่อนรักอย่างรบ เมื่อจอดรถเสร็จเขาก็กดโทรศัพท์โทรออกไปหารบ ก่อนที่รบจะรับสาย

“ฮัลโหล ไอ้รบ กูมาถึงแล้ว”

“เออ เดี๋ยวกูออกไปรับ” รบวางสายแล้วเดินออกไปรับพิชญ์ที่หน้าผับ

“เฮ้ย! ไอ้พิชญ์!” รบที่ยืนรออยู่ด้านหน้าของผับเมื่อเขาเห็นพิชญ์เดินมาเขาจึงโบกมือแล้วเอ่ยทักขึ้น

“เออ!” พิชญ์เดินเข้ามาหารบ รบจึงเดินเข้าไปกอดพิชญ์ด้วยความคิดถึง

“คิดถึงว่ะเพื่อน มึงสบายดีนะ” รบพูดพลางกอดเขย่าตัวพิชญ์

“เออแล้วมึงอะสบายดีนะ เฮ้ย! พอแล้ว มากอดทำไมวะเนี่ย จั๊กจี้โว้ย” พิชญ์พูดพลางสะบัดตัวออกจากรบเบาๆ เพราะคนอื่นๆเริ่มมองมาที่พวกเขาแล้ว  ‘ไม่รู้ว่ามองเพราะว่าพวกเขาหล่อหรือเพราะคิดว่าเขากับไอ้รบเป็นคู่รักกันๆแน่’ พิชญ์คิดในใจ

“เออ กูสบายดี ไป เข้าไปข้างในกัน ไอ้ปกรออยู่แล้ว” รบเอ่ยขึ้นพลางกอดคอพิชญ์แล้วเดินเข้าไปในผับ

ด้านปกที่นั่งรออยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ท่ามกลางบรรดาหนุ่มสาวนักเที่ยวกระเป๋าหนักลูกหลานไฮโซ เมื่อเห็นพิชญ์กับรบเดินเข้ามาเขาจึงเอ่ยทักขึ้น

“เฮ้ย! ไอ้พิชญ์”

พิชญ์โบกมือให้ปกแล้วเดินไปนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ข้างๆปก ตามมาด้วยรบที่เดินไปสั่งเครื่องดื่มสุดพิเศษเพื่อมาต้อนรับเพื่อนรักก่อนที่รบจะเดินมานั่งลงข้างๆพิชญ์

“มึงสบายดีนะไอ้ปก” พิชญ์เอ่ยทักปก

“เออ กูสบายดีแล้วมึงอะพิชญ์”

“ก็ดีโว้ย”

“แล้วนี่มึงกลับมาอยู่ไทยเลยเปล่าวะหรือไปๆมาๆ” รบถาม

“เออ งานที่โน่นลงตัวแล้ว กูคงได้อยู่ไทยยาวๆ” พิชญ์ตอบ

“งั้นดีเลยพวกเราจะได้เจอได้สังสรรค์กันบ่อยๆ มาชนแก้วกันหน่อยโว้ย ฉลองมิตรภาพของพวกเราแล้วก็ฉลองที่ไอ้พิชญ์มันคัมแบ็คด้วย มา ชน” รบกล่าว

ทั้งสามคนจึงชนแก้วกันแล้วดื่มจนหมดแก้วพลางหัวเราะพูดคุยกันอย่างสนุกสนานตามประสาเพื่อนฝูง

“เออ ไอ้ปกเรื่องคอนโดเรียบร้อยยังวะ” พิชญ์ถามปกถึงเรื่องคอนโดที่เขาซื้อไว้เพราะปกเป็นเจ้าของโครงการเดอะรูมคอนโด

“เหลือแค่ตกแต่งภายในอีกนิดหน่อย อาทิตย์หน้ามึงก็เข้าอยู่ได้เลย ชั้น วีไอพีทั้งชั้นของมึงคนเดียว ส่วนบิลค่าใช้จ่ายกูจะส่งตามไปที่หลัง” ปกพูด

“เออ ขอบใจเว้ยเพื่อน ชาร์ตให้เต็มที่ กูจ่ายไม่อั้น” พิชญ์กล่าว

“ได้ กูจะชาร์ตมึงให้หมดตัวเลย ฮ่าฮ่าฮ่า” ปกพูด

“เออ ไม่มีปัญหา” พิชญ์พูด

“เออ เดี๋ยวอีกแป๊บกูคงกลับแล้วนะเว้ย เดี๋ยวมิ้นด่าว่ะ” ปกพูด

“โห อะไรวะ กลัวแฟนหรือไงวะ ไอ้พิชญ์อุตส่าห์กลับมาจากเมืองนอกทั้งที” รบพูด

“ไม่ได้กลัวเว้ย แต่เกรงใจแล้วก็รักมากด้วย มึงก็รู้ว่ากูกับมิ้นหมั้นกันแล้ว อีกเดี๋ยวก็แต่งงานกัน กูแค่ไม่อยากให้มิ้นไม่สบายใจ”

“โหย ไอ้คนดี คลั่งรัก” พิชญ์เอ่ยแซวปก เขาเคยเจอคู่หมั้นของปกครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้วตอนที่เขามางานหมั้นของปกกับมิ้นที่จัดขึ้นที่เชียงใหม่แล้วก็ต้องบินกลับไปทำงานที่อังกฤษทันที ยังไม่ทันได้ทำความรู้จักกัน เขาเลยไม่ได้รู้จักกับคู่หมั้นของปกมากนักรู้แต่ว่ามิ้นเป็นลูกสาวของเพื่อนแม่ปกแล้วก็คบกับปกมาได้สักสามสี่ปี

“เออ ว่าแต่มึงเถอะไอ้พิชญ์ มีแฟนยังวะ ไอ้รบกูคงไม่ต้องถาม ไอ้นี่ลอยไปลอยมา” ปกเอ่ยถามพิชญ์ ในขณะที่รบก็หัวเราะที่ปกพูดว่าเขาลอยไปลอยมา

“ไม่มีว่ะ” พิชญ์พูดพลางกระดกเหล้าเข้าปาก

“ไปอยู่ที่โน่นไม่มีเลยเหรอวะ” ปกยังคงถามพิชญ์ต่อ

“ไม่มีเป็นตัวเป็นตน ฮ่าฮ่าฮ่า” พิชญ์เอ่ยตอบพลางหัวเราะออกมา

“อ้าว ไอ้นี่!” ปกพูด

“แล้วสาวๆฝรั่งไม่มีใครถูกใจมึงบ้างเลยเหรอวะ อ๋อ....กูลืมไปว่ามึงชอบสาวไทย” รบพูด

“เออ” พิชญ์ตอบ

“แล้วไม่เจอสาวไทยสักคนเลยเหรอวะ” รบเอ่ยถามพิชญ์

คำถามของรบทำให้พิชญ์ชะงักไปเล็กน้อยเพราะมันทำให้เขานึกถึงผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่เขาเจอที่โน่น เธอคือแฟนเก่าของเขาเอง

“ก็...มีอยู่คนหนึ่งว่ะ” พิชญ์ตอบคำถามเพื่อนด้วยใจที่เหม่อลอย

“เฮ้ย! ใครวะ” รบถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็นในขณะที่ปกเองเขาก็มองหน้าพิชญ์อย่างอยากรู้อยากเห็นเช่นเดียวกัน

“เออ ช่างเหอะว่ะ ยังไงมันก็จบไปแล้ว” พิชญ์เอ่ยตอบเพื่อนไป ‘เฮ้อ...เขาจะไปนึกถึงเธอทำไมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน’ พิชญ์คิดในใจ

“อ้าว ไอ้นี่ อะไรของมันวะ” ปกพูดขึ้นอย่างรู้สึกงงๆ

“เออ ไหนๆมึงก็อยู่ไทยแล้ว คืนนี้สักคนเปล่าวะ สาวไทยทั้งนั้น เฮ้ย! มึงดูสาวๆโต๊ะนั้นดิมองมาที่พวกเราด้วย เดี๋ยวกูเข้าไปคุยให้” รบพูด

“เฮ้ย! ไม่ต้องเดี๋ยวกูจัดการเอง” พิชญ์พูดพลางส่งสายตากลับไปที่สาวๆโต๊ะนั้น เขาเองก็ห่างหายจากเรื่องพวกนี้มานานด้วยเพราะเรื่องงาน ถ้าคืนนี้เขาจะได้ผ่อนคลายบ้างก็คงจะดี

เสียงโทรศัพท์ของปกดังขึ้นเขาจึงหยิบขึ้นมาดู

“เออ พวกมึง กูกลับก่อนนะเว้ย มิ้นโทรตามแล้ว อ้อ...แล้วอย่าลืมใส่ถุงกันนะเว้ย” ปกพูดกับเพื่อนทั้งสองคนก่อนที่เขาจะกดรับโทรศัพท์มิ้นแล้วเดินออกไป

“เออ รู้แล้วโว้ย!” รบเอ่ยตะโกนไล่หลังปกที่เดินออกไปแล้ว

“ไปเว้ยไอ้พิชญ์ ได้เวลาออกล่าเหยื่อกันแล้ว” รบเอ่ยขึ้นพลางกอดคอพิชญ์ ส่วนพิชญ์เขาก็กระดกเหล้าเข้าปากพลางกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง ที่บ้านพงษ์ไพศาล

ทรงพลกับคุณหญิงปรียาผู้เป็นภรรยาพร้อมด้วยลูกสาวเพียงคนเดียวอย่าง ใบเตย กุสุมา และหลานสาวแท้ๆของทรงพลอย่าง อ้าย ไอศวรรย์ กำลังนั่งรับประทานอาหารค่ำกันอยู่ที่ห้องอาหาร โดยมีทรงพลนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ คุณหญิงปรียานั่งอยู่ด้านซ้ายตรงข้ามกับใบเตย ส่วนอ้ายเธอนั่งอยู่ข้างๆใบเตย

“เออ อ้าย ลุงซื้อรถคันใหม่มาให้เป็นของขวัญสำหรับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารและเป็นของขวัญวันเกิด” ทรงพลพูดกับอ้ายถึงเรื่องที่เขาซื้อรถคันใหม่ให้เธอเพื่อเป็นของขวัญสำหรับการเลื่อนตำแหน่งและเป็นของขวัญวันเกิดของเธอในวันพรุ่งนี้ และที่เขาต้องให้ของขวัญวันเกิดเธอวันนี้ก็เพราะว่าพรุ่งนี้เขาไม่ว่างมีนัดตีกอล์ฟกับเพื่อนๆ อีกอย่างรถคันที่เธอใช้อยู่ในปัจจุบันก็มีสภาพที่ค่อนข้างเก่าเพราะเป็นรถของที่บ้านที่ใช้งานมาเป็นเวลานานแล้ว น่าจะก่อนที่เธอจะเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศซะอีกแล้วเธอก็เอาไปใช้ต่อ และที่สำคัญเพื่อเป็นการตอบแทนที่หลานสาวคนนี้ทำงานช่วยบริษัทเขาอย่างหนัก เพราะตั้งแต่ได้หลานสาวคนนี้เข้ามาช่วยงานที่บริษัททั้งเรื่องการออกแบบภายในและการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ตั้งแต่เธอเรียนจบมาก็ทำให้ผลประกอบการของบริษัท ทีพีบี ดีไซน์ของเขาดีวันดีคืน จริงๆเขาอยากเลื่อนตำแหน่งผู้บริหารให้เธอมาตั้งนานแล้วเพราะยังไงเธอก็เป็นหลานเจ้าของบริษัทอย่างเขาและผลงานของเธอก็เป็นที่ประจักษ์ แต่อ้ายปฏิเสธเพราะเธออยากค่อยๆเรียนรู้งานแล้วรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นยอมรับเธอ ว่าเธอเหมาะสมกับตำแหน่งผู้บริหารและได้มันมาด้วยความสามารถของเธอจริงๆ นั่นคือเหตุผลที่อ้ายให้กับเขาและวันนี้ก็ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วเพราะอ้ายทำงานให้กับบริษัทมาหลายปีตั้งแต่เรียนจบ ทุกคนในบริษัทต่างให้การยอมรับในฝีมือและความสามารถของเธอ

บริษัท ทีพีบี ดีไซน์ ของทรงพลเป็นบริษัทเฟอร์นิเจอร์รวมถึงออกแบบตกแต่งภายใน มีผู้ถือหุ้นร่วมกันอยู่สี่คน คือ ทรงพลถือหุ้นอยู่ หกสิบ เปอร์เซ็นต์ ณวัฒน์เพื่อนสนิทของทรงพลถือหุ้นอยู่ สามสิบ เปอร์เซ็นต์ และมีผู้ถือหุ้นอีกสองคนได้แก่ ไตรภพและพิศมัยซึ่งเป็นญาติห่างๆที่ไม่ได้สนิทกันมากของคุณหญิงปรียาภรรยาของทรงพลถือหุ้นอยู่คนละ ห้า เปอร์เซ็นต์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป