บทที่ 4 บทที่ 4

บทที่ 4

“อะนี่กุญแจรถ พรุ่งนี้ขับไปทำงานได้เลยนะลูก” ทรงพลพูดกับอ้ายพลางหยิบกล่องของขวัญซึ่งมีกุญแจรถอยู่ข้างในยื่นไปวางไว้ตรงหน้าอ้าย

“โหย ดีใจกับพี่อ้ายด้วยนะ ตอนแรกเตยเดินเข้ามาก็นึกว่ารถใครจอดอยู่หน้าบ้านที่แท้คุณพ่อซื้อรถใหม่ให้พี่อ้ายนี่เอง อิจฉาพี่อ้ายจังเลยค่ะ คุณพ่อซื้อให้เตยบ้างสิคะ เตยขับรถคันนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้ปีสี่แล้ว แล้วรถก็เริ่มเก่าแล้ว นะคะคุณพ่อ” ใบเตยหันไปพูดกับอ้ายแล้วหันกลับมาพูดกับพ่อของเธอพลางเกาะแขนออดอ้อนพ่อของเธอ

“นั่นสิคะคุณ ซื้อให้ลูกเราบ้างสิ รถของเตยก็ใช้มาสักพักแล้วเหมือนกัน” คุณหญิงปรียาเอ่ยขึ้นพลางมองไปที่อ้ายด้วยความรู้สึกหมั่นไส้อยู่ลึกๆ เธอไม่ค่อยชอบหน้าหลานสาวของสามี รู้สึกไม่ชอบหน้า ไม่ถูกชะตา ยิ่งท่าทางทำเป็นเรียบร้อยแถมยังชอบทำอะไรเกินหน้าเกินตาใบเตยลูกสาวของเธอ  ‘ตั้งแต่นังอ้ายมันมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ตอนอายุสิบห้าทั้งเรื่องเรียนเรื่องกิจกรรมจนตอนนี้มันเข้ามาทำงานที่บริษัทมันก็ยังได้รับคำชื่นชมจากสามีของเธอมากกว่าใบเตยซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆซะอีก หมั่นไส้มันนัก’ คุณหญิงปรียาคิดในใจ

“เอาไว้เรียนจบก่อนดีกว่าลูก อีกอย่างรถมันก็ยังใหม่อยู่เลย ปีนี้เตยก็ปีสี่แล้ว เรียนจบแล้วค่อยว่ากัน อะเปิดดูสิอ้ายเบนซ์รุ่นใหม่ล่าสุดเลยนะ” ทรงพลพูดกับใบเตยแล้วหันมาพูดกับอ้ายพลางส่งยิ้มให้

“เออ ขอบคุณนะคะคุณลุง แต่อ้ายขับรถคันเก่าก็ได้ค่ะ จริงๆรถคันเก่ามันก็ยังใช้ได้อยู่” อ้ายตัดสินใจเอ่ยปฏิเสธออกไปเพราะเธอไม่อยากมีปัญหาโดยเฉพาะกับคุณหญิงปรียาที่ตอนนี้กำลังนั่งจ้องหน้าเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเธอซะให้ได้

“งั้น ถ้าพี่อ้ายไม่เอาเตยขอนะคะ” ใบเตยหันมาพูดกับอ้ายแล้วหันมามองหน้าผู้เป็นพ่อกับผู้เป็นแม่ด้วยรอยยิ้ม

“เฮ้อ...ไม่ได้หรอกลูก เตย รถเราก็ยังใหม่อยู่ อีกอย่างรถคันนี้ก็เป็นของขวัญที่พ่อให้พี่อ้ายเขา เป็นทั้งของขวัญวันเกิดและของขวัญสำหรับการเลื่อนตำแหน่ง พี่อ้ายเขาเป็นผู้บริหารแล้วก็ต้องขับรถให้สมฐานะหน่อย อีกอย่างรถคันเก่าที่อ้ายใช้อยู่มันก็เก่ามากแล้วด้วย” ทรงพลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นทำเอาใบเตยถึงกับหุบยิ้มพลางทำหน้างอนผู้เป็นพ่อ คุณหญิงปรียาที่เห็นใบเตยทำหน้าแบบนั้นจึงเอ่ยพูดกับทรงพล

“ทำไมล่ะคะคุณ ให้ลูกเราไปเถอะค่ะ ก็ในเมื่อเจ้าตัวเขาไม่เอา แล้วเราจะไปบังคับเขาทำไมล่ะคะ” คุณหญิงปรียาพูดกับผู้เป็นสามีพลางมองหน้าอ้ายอย่างนึกหมั่นไส้

“นี่คุณหญิง คุณจะตามใจยัยเตยไปถึงเมื่อไร ตามใจลูกจนลูกจะเสียคนอยู่แล้ว” ทรงพลเอ่ยตำหนิภรรยาเล็กน้อย ‘เขาเองก็ไม่ค่อยมีเวลาเพราะต้องทำงาน คุณหญิงปรียาเป็นคนดูแลลูกและมักจะตามใจลูกอยู่เสมอ ลูกอยากได้อะไรก็มักจะหามาให้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เคยขาด เฮ้อ...เขาล่ะกลัวจริงๆ กลัวว่าวันไหนไม่ได้ดั่งใจขึ้นมา กลัวว่าวันหนึ่งถ้ามันเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่านี้ ใบเตยจะเป็นยังไงจะผิดหวังเสียใจขนาดไหนจะรับมือได้หรือเปล่า ขนาดกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้เธอก็มักจะทำงอนไม่พูดไม่จาไม่ยอมกินข้าวนั่งกอดอกทำหน้าไม่พอใจเขาเหมือนที่ทำอยู่ตอนนี้’ ทรงพลคิดในใจ

อ้ายเห็นบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มไม่ค่อยดีเธอจึงเอ่ยพูดขึ้น

“เออ....เอาอย่างนี้ก็ได้ค่ะคุณลุง รถคันใหม่ที่คุณลุงซื้อให้ เอาให้เตยก็ได้ค่ะ” อ้ายพูดพลางเลื่อนกล่องของขวัญที่มีกุญแจรถอยู่ข้างในให้ใบเตย  ใบเตยหันมายิ้มให้อ้าย

“ขอบคุณนะคะพี่อ้าย” ใบเตยพูดพลางโผเข้ากอดอ้าย

“อือ ส่วนรถของเตย เดี๋ยวอ้ายขอเอาไปขับเองนะคะ” อ้ายพูดกับทรงพลแล้วหันมาพูดกับใบเตย

“งั้นรถเตยพี่ขอนะ” อ้ายเอ่ยพูดพลางส่งยิ้มให้ใบเตย เธอคิดว่าวิธีนี้คงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับทุกคน

“ขอบคุณนะคะพี่อ้าย เดี๋ยวเตยเอากุญแจรถของเตยให้” ใบเตยพูดพลางคลายอ้อมกอดออกจากอ้ายแล้วหันมาหยิบกล่องกุญแจรถดู

“ไม่เห็นต้องขอบคุณเลยลูก อะไรที่มันเป็นของเรายังไงมันก็เป็นของเรา” คุณหญิงปรียาพูดขึ้นมาพลางมองหน้าลูกสาวสุดที่รักด้วยรอยยิ้มแล้วปรายตามองอ้ายด้วยความรู้สึกสะใจอยู่ลึกๆ

“เฮ้อ... อย่างนี้ทุกที ตามใจกันเข้าไป เอาที่สบายใจแล้วกัน เอากินข้าวได้แล้วสินะยัยเตย เฮ้อ...” ทรงพลเอ่ยพูดพลางถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกอ่อนใจ  ‘เพราะนอกจากภรรยาของเขาจะตามใจลูกสาวของเขาแล้ว อ้ายเองก็มักจะตามใจเสียสละให้อะไรต่อมิอะไรกับใบเตยอยู่เสมอ ไหนจะเวลาให้รางวัลอะไรหรือซื้อของขวัญอะไรให้อ้าย ใบเตยก็มักจะมาขอตามแล้วคุณหญิงปรียาก็มักจะให้ท้ายใบเตยแล้วอ้ายก็มักจะต้องเป็นฝ่ายที่เสียสละให้ของกับใบเตยทุกทีโดยอ้ายให้เหตุผลว่าไม่อยากมีปัญหา  ไอ้ปัญหาที่ว่าก็คงเป็นปัญหาจากภรรยาของเขานั่นแหละ คุณหญิงปรียามักจะชอบพูดจาเหน็บแนมอ้ายอยู่เสมอ เขาพอจะสัมผัสได้บ้างว่าคุณหญิงปรียาไม่ค่อยชอบอ้ายสักเท่าไร เขาเองก็เคยคุยกับภรรยาเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ก็มักจะได้รับคำตอบว่า

‘คุณน่ะคิดมากไปเอง ฉันจะไม่ชอบหลานสาวของคุณด้วยเรื่องอะไร’

ตอบแค่นั้นแล้วคุณหญิงปรียาก็เดินหนีไปทุกที ก็นั่นสิ อ้ายทั้งเก่งทั้งขยัน ไม่เห็นจะมีเรื่องอะไรไม่ดีเลย เฮ้อ...เหนื่อยใจจริงๆ’  ทรงพลคิดในใจพลางถอนหายใจออกมา

“งั้นเรามาทานข้าวกันค่ะทุกคน มีแต่ของอร่อยทั้งนั้น” ใบเตยที่อารมณ์ดีขึ้นแล้วเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มส่งให้กับทุกคน

ทุกคนจึงเริ่มลงมือรับประทานอาหารกันต่อ

“เออ อ้าย ว่าแต่เรื่องคอนโดล่ะลูกเรียบร้อยดีไหม” ทรงพลถามอ้ายถึงเรื่องคอนโดที่หญิงสาวซื้อไว้แล้วเตรียมจะย้ายเข้าไปอยู่เร็วๆนี้  ‘ซึ่งก็เป็นคอนโดที่ใช้บริการบริษัทของเขาออกแบบตกแต่งภายใน ตอนแรกเขาไม่เห็นด้วยหรอกเพราะเป็นห่วง เป็นผู้หญิงคนเดียวจะออกไปอยู่ข้างนอกตามลำพัง ถึงแม้อ้ายจะเคยไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศมาแล้วแต่ตอนนั้นเขาเองก็ไม่เห็นด้วยแต่ก็ห้ามอะไรไม่ได้เพราะอ้ายมาบอกเขาหลังจากที่เธอสอบชิงทุนได้แล้วเช่นเดียวกับตอนนี้ที่อ้ายซื้อคอนโดก่อนแล้วค่อยมาบอกเขาโดยที่เธอให้เหตุผลว่าสะดวกในการเดินทางไปทำงานเพราะคอนโดก็อยู่ใกล้ที่ทำงานแล้วช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่งแล้วเธอเองก็อยากมีบ้านมีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง เขาก็เข้าใจแล้วก็เคารพการตัดสินใจ หลานสาวของเขาโตแล้วย่อมต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางให้กับชีวิตตัวเองได้ แต่เขาก็แอบคิดว่าอ้ายคงจะรู้สึกอึดอัดใจกับการพูดจาเหน็บแนมอยู่เรื่อยๆของภรรยาเขาตลอดเวลาที่เธออยู่ที่บ้านหลังนี้ เขาเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็แอบรู้สึกผิดกับเพ็ญแขน้องสาวของเขาที่ฝากฝังให้ดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวของตนอย่างอ้ายก่อนที่จะเสียชีวิต เขารู้สึกผิดที่ไม่สามารถดูแลหลานสาวคนนี้ให้สุขกายสบายใจได้เท่าที่ควรเพราะเขาเองก็ไม่ค่อยมีเวลาเพราะทำแต่งานเรื่องในบ้านก็ให้คุณหญิงปรียาดูแลเป็นหลัก จริงๆบ้านหลังนี้ก็ออกจะใหญ่โตอยู่ร่วมกันกี่คนก็ได้ แต่ก็นะ บ้านจะใหญ่โตโอ่อ่าแค่ไหน คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก’ ทรงพลคิดในใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป