บทที่ 10 Eliminating Plan I: หน้าซื่อใจคด หน้าสลดเพราะสามี - 3
Eliminating Plan I: หน้าซื่อใจคด หน้าสลดเพราะสามี - 3
“ฉันจะอาบน้ำก่อน” เขาบอกเสียงเนือยๆ ความพลุ่งพล่านที่สั่งสมมาเหมือนจะเหือดหายไปเมื่อได้เห็นแววตาโศกเศร้าของมุกตาภา
“ให้เพ็ญเตรียมน้ำอุ่นให้นะคะ” หล่อนเสนอเสียงแหบพร่ารู้ดีว่าการอาบน้ำกับเขานั้นเร่าร้อนได้ถึงเพียงใด
“ไม่ต้องฉันจัดการเอง” พูดจบ เขาปลดมือที่รัดร่างใหญ่ออก แล้วเดินหันหลังเข้าห้องน้ำจัดการชำระคราบไคลพร้อมกับชะล้างความรู้สึกผิดในใจให้หมดสิ้นไปพร้อมกันด้วย
ฝ่ายวันเพ็ญยืนเชิดหน้ายิ้มให้กับแผนที่จะต้องสำเร็จในเร็ววัน แต่แค่นี้มันยังไม่พอหรอก...ตีเหล็กต้องตีในขณะที่มันยังร้อน อยากจะใส่ไฟคนหัวอ่อนก็ต้องทำมันตอนนี้ตอนที่เรื่องมันเพิ่งเกิดสดๆ ร้อนๆ ดีที่สุด ว่าแล้ววันเพ็ญก็เดินตรงไปยังห้องเล็กของมุกตาภาทันที...
ทั้งๆ ที่สั่งตัวเองว่าจะไม่เสียใจเพราะเธอก็ไม่ได้รักเขา และเธอจะไม่รักใครอีกแล้ว แต่มุกตาภาก็อดเศร้าโศกจนต้องกลับมานั่งร้องไห้ฟูมฟายให้กับความโชคร้ายและความโง่เขลาของตัวเองไม่ได้
ทำไมเธอต้องไปพัวพันกับผู้ชายมีเจ้าของตลอด เธอก่นด่าตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก...” เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำให้คนที่กำลังร้องไห้อย่างหนักปาดน้ำตาทิ้ง แล้วเดินไปเปิดประตูห้อง แต่ใบหน้าที่ปรากฏตรงหน้าก็แทบทำให้เธอแทบจะปิดประตูใส่ให้หายโกรธเคือง...
จะตามมาตอกย้ำอะไรกันอีก...
“เพ็ญ เอ่อ...เพ็ญขอโทษนะคะ เพ็ญไม่ดีเองทั้งๆ ที่ คุณเป็นเมียตบแต่งแท้ๆ” เสียงของหล่อนเศร้าสลดยิ่งนักและเมื่อเห็นคนฟังยืนนิ่งไม่โต้ตอบอะไรออกมา นางมารร้ายซ่อนรูปจึงใส่ไฟเข้าไปอีก
“เพ็ญไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรประเจิดประเจ้ออย่างนี้เลยสักนิดค่ะ แต่นายเหมืองสิคะ ทนคิดถึงเพ็ญไม่ไหวเลยรับขวัญเพ็ญเสียน่วมตั้งแต่หน้าประตูเลยน่ะค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ จะพูดแค่นี้ใช่ไหมคะ มุกขอตัวพักผ่อน”
มุกตาภาเอ่ยตัดความรำคาญเสียงห้วน แล้วเธอก็ไม่จำเป็นต้องฟังว่าทั้งคู่รักกันเพียงใดไม่ใช่เรื่องของเธอ
“คุณมุกอย่าโกรธเพ็ญเลยนะคะ ที่นายเหมืองทำก็เพราะเรารักกันมาก่อนน่ะค่ะ นายเหมืองแค่ไม่อยากขัดคำขอของคุณหญิงอรวรา” คนได้ทีก็ใส่ไคล้ให้คนที่จิตใจอ่อนไหวเป็นทุนเดิมฟัง สายตารู้สึกผิดก็ส่งตรงมามองดวงตากลมโตทว่าแดงช้ำของมุกตาภาอย่างขอความเห็นใจ
มุกตาภาสะบัดหน้าหนี ไม่อยากมองคนตรงหน้าให้ตัวเองอ่อนแอไปมากกว่านี้
“แต่เพ็ญเจียมตัวอยู่เสมอนะคะ ว่าตัวเองก็คงเป็นได้อยู่แค่นี้” วันเพ็ญยกมือขึ้นกรีดน้ำตาที่พยายามกลั่นออกมาเรียกคะแนนสงสาร ก่อนยืนสะอื้นไห้ให้มุกตาภารู้สึกผิดยิ่งขึ้นไปอีก
ภรรยาป้ายแดงอย่างเธอโกรธคนมาก่อนไม่ลงจริงๆ ถ้าพวกเขาทั้งคู่รักกัน เธอก็พร้อมจะหลีกทางให้ไม่ต้องการเป็นมือที่สามของใครอีกครั้ง
“อย่ากังวลไปเลยค่ะ มุกเข้าใจดีค่ะ ขอตัวนะคะดึกแล้ว” มุกตาภาลาด้วยหัวใจที่เบาหวิวปิดประตู แล้วเดินไปล้มตัวลงนอนร้องไห้จนหลับไปในที่สุด
ในเมื่อไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา ทำไมเธอถึงเจ็บปวดได้ถึงเพียงนี้...
เช้านี้มุกตาภาตื่นขึ้นมาด้วยสมองที่ยังหนักอึ้งเพราะนอนขบคิดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมาทั้งคืน หลับๆ ตื่นๆ นอนไม่เต็มอิ่มเท่าใดนัก แต่ก็ไม่อยากแช่ตัวอยู่กับเตียงให้คิดมากอีกต่อไป อากาศนอกเมืองในยามเช้าแบบนี้ ถ้าได้สูดดมคงสดใสสบายปอดน่าดู และมันคงทำให้เธอสบายตัวสบายใจขึ้นได้บ้าง
ร่างเล็กจึงเด้งขึ้นจากเตียงแล้วจัดการทำธุระส่วนตัวเพื่อออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก ทว่ามุกตาภาก็สะดุดเล็กน้อยเมื่อก้าวออกมานอกห้องเพราะกลัวว่าจะเห็นภาพบาดตาอีกครั้ง แต่ทางเดินที่ว่างเปล่าก็ทำให้มุกตาภาถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนก้าวเดินต่อไป ทว่าในขณะหญิงสาวเดินผ่านห้องใหญ่ของสามีประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมร่างอิ่มของวันเพ็ญที่ผมเผ้าชี้ฟูและเสื้อผ้ายับยู่ยี่เดินออกมาจากห้องพอดี
“อุ๊ย” หล่อนแกล้งอุทานราวกับว่าเสียใจที่ต้องโผล่ออกมาจากห้องนายเหมืองหนุ่มในยามนี้
“ขอโทษนะคะ เพ็ญนี่เป็นบ่าวที่ไม่ได้เรื่องเลย ตื่นหลังนายหญิงเสียอีก” น้ำเสียงของคนแผนสูงนั้นรู้สึกผิดยิ่งนัก
วันเพ็ญแกล้งแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าหล่อนเพิ่งออกมาจากห้องนายเหมือง ทั้งที่จริงแล้วหล่อนถูกไล่กลับห้องพักของตัวเองตั้งแต่เมื่อคืน เพราะอิศม์เดชไม่เคยนอนร่วมเตียงกับหล่อนจนถึงเช้าเลยสักครั้ง แม้กระทั่งเมื่อคืนที่เขาแทบหลับไปทันทีหลังจากเดินทางไปเยือนสวรรค์พร้อมๆ กับเธอ
หากชายหนุ่มก็ยังมีแรงเหลือออกปากไล่หล่อนออกมาจากห้องจนได้ แต่คนมีแผนกำจัดศัตรูหัวใจก็เตรียมพร้อมเสมอ หล่อนกลับขึ้นมารอท่าอยู่ในห้องนอนของชายหนุ่มในตอนเช้า แล้วพอได้ยินเสียงเปิดประตูจากห้องนอนเล็ก หล่อนก็จัดแจงให้ตัวเองมีสภาพราวกับว่าเพิ่งผ่านศึกรักมาอย่างหนัก ก่อนเปิดประตูออกมาดักรอเจอมุกตาภาอย่างที่หล่อนทำอยู่ตอนนี้
“พอดีเมื่อคืนนายเหมืองเอ่อ...เพ็ญก็ไม่รู้ว่านายเหมืองไปเอาแรงมาจากไหนเหมือนกัน...ตอนนี้ก็ยังหลับลึกลุกขึ้นไม่ไหวอยู่เลยค่ะ คุณคงต้องทานอาหารเช้าคนเดียวอีกครั้งนะคะ” หล่อนรายงานราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติหากคนฟังรู้สึกผิดปกติไปทันใด
และวันเพ็ญก็โกหก จริงๆ อิศม์เดชตื่นและเข้าไปในเหมืองตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ที่หล่อนไม่ได้ปดคือเรื่องความร้อนแรงของอิศม์เดชเมื่อคืนต่างหาก เพราะนายเหมืองของหล่อนเร่าร้อนเหลือเกิน...เขาทำราวกับว่าไปอดอยากปากแห้งมาจากไหนทั้งๆ ที่ขึ้นกรุงเทพไปเพียงสี่วัน ขนาดว่าไม่เรียกหาหล่อนเป็นอาทิตย์ๆ หรือแม้แต่เป็นเดือนๆ นายเหมืองยังไม่ร้อนแรงและดุดันเยี่ยงนี้มาก่อน...
วันเพ็ญยิ้มกริ่มดูท่าอิศม์เดชคงจะติดใจรสรักของหล่อนเข้าเสียแล้ว
มุกตาภายืนฟังด้วยหัวใจที่เต้นอย่างอ่อนแรง เธอยังไม่ได้ทันชาร์จแบตให้กับตัวเองเธอก็ต้องหมดแรงสู้ชีวิตไปอีกครั้ง
“คุณจะรับอะไรเป็นอาหารเช้าดีคะ เพ็ญจะไปเตรียมให้” วันเพ็ญทำตัวเป็นบ่าวที่ดีกัดฟันบริการมารหัวใจตัวเอง
“มะ...เป็นไรค่ะ มุกไม่หิวขอบคุณนะคะ” ใครจะไปกินอะไรลง...
เธอตอบด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ก่อนหันหลังหนีเดินตัวสั่นกลับเข้าไปยังห้องนอนที่เพิ่งจากมา ทิ้งให้คนมองกระตุกยิ้มเย้ยหยันตามหลังอย่างสะใจ ไม่ต้องออกแรงมากมารหัวใจของหล่อนก็จะกระเด็นออกไปจากเส้นทางรักของหล่อนกับนายเหมืองได้อย่างง่ายๆ
