บทที่ 2 (Not) A First Impression: แรกพบ สบหน้า ระอาจิต – 2
“ตะ...แต่มุกเป็นของพี่แล้วนะ” แววตาคมของคนพูดสั่นหวิวไหวยามต้องเอ่ยคำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเช่นนี้ออกมา
คนฟังสะอื้นในอกที่กลัดเป็นหนอง น้ำตาจากเบ้าตาไหวระริกไหลนองแก้มแดงก่ำราวกับเขื่อนพัง เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้เธอยังโศกเศร้าคิดมากไม่จบไม่สิ้น
สายตาแสนผิดหวังของมุกตาภาจ้องหน้าผู้ชายที่เธอเคยหลงรักหมดใจ และเคยคบหากันมาจนคิดว่าจะได้ร่วมหอลงโรงกับเขา แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปเธอพบว่าเขามีลูกมีเมียอยู่แล้ว มุกตาภาเสียใจจนแทบเสียผู้เสียคนและตีตัวออกห่างเพราะไม่ต้องการเป็นมือที่สามของใคร
ทว่านิรุจน์ไม่ยอม ตามตอแยเธอไม่เลิกไม่พอ ยังหลอกมอมเหล้ามอมยา พรากสิ่งสำคัญของชีวิตสาวของเธอไปด้วย จนเธอต้องหนีไปทำใจที่ประเทศอังกฤษถึงหนึ่งปีเต็มซึ่งยังไม่เพียงพอในการรักษาบาดแผลร้าวลึกในใจ ยิ่งเมื่อเธอกลับมาเมืองไทยเมื่อสามเดือนที่แล้ว นิรุจน์ก็ยังตามตื๊อขอคืนดีพร้อมกับทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเธออย่างไม่ลดละ รวมทั้งบอกว่าเลิกกับเมียไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วเขาโกหก...
และเมื่อคุณหญิงอรวราติดต่อสู่ขอเธออีกครั้ง หลังจากที่เคยทาบทามมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเกือบห้าปีที่แล้ว แต่ก็ต้องยกเลิกไปเพราะบุตรชายคนโตของคุณหญิงปฏิเสธการแต่งงานกับเธอ คนที่หมดหนทางหนีวงจรรักสามเส้าอย่างเธอจึงรับคำโดยทันที และหวังว่าว่าที่เจ้าบ่าวของเธอจะไม่รังเกียจร่างกายมีราคีของเธอ...
“มุกไม่แคร์หรอกค่ะ นึกว่ามุกเป็นของพี่รุจน์คนเดียวหรือยังไงคะ อย่าลืมนะคะมุกไปอยู่เมืองนอกตั้งปีหนึ่ง ฝรั่งหัวแดงหัวทองมุกก็ควงมาแล้วทั้งนั้น” มุกตาภาเชิดหน้าย้อนเสียงแข็ง
“ทำไมมุกพูดแบบนี้ล่ะครับ พี่รักมุกนะครับ รักมาก” นิรุจน์ไม่เชื่อในคำของเธอสักนิด เพราะเขารู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเพียงใด นิสัยเปลี่ยนผู้ชายคนแล้วคนเล่านั้น ไม่ใช่มุกตาภาแน่นอน
“ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกค่ะพี่รุจน์ เรื่องมันผ่านมานานแล้วและมุกก็ลืมมันไปหมดแล้ว” มุกตาภาตัดความก่อนลาอย่างตัดบัวไม่เหลือใย
“ขอโทษที่ไม่ได้เชิญพี่รุจน์และภรรยานะคะ เพราะงานแต่งงานจัดเล็กๆ เชิญแค่คนภายในครอบครัว”
มุกตาภาพยุงร่างโงนเงนจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ขึ้น สะบัดตัวหนีมือใหญ่ที่ยังไม่เลิกเกาะเกี่ยวเธอเอาไว้ ทว่าก่อนที่เธอจะต่อว่าด่ากล่าวนิรุจน์ เสียงแหลมปรี๊ดของคู่กรณีที่เธออยากหนีไปให้ไกลที่สุดก็ดังขึ้น...
“กรี๊ดด นังมุกตาภา อีผู้หญิงหน้าด้าน ไม่มีปัญญาหาผู้ชายหรือยังไง ถึงได้วิ่งโร่มาแย่งผัวชาวบ้านอยู่ได้”
ร่างอวบอั๋นของวิภาดาปรี่เข้ามากระชากสามีของตนที่ยังนัวเนียอยู่กับมุกตาภา ก่นด่าสาดเสียเทเสีย พร้อมกับฝากฝ่ามือจากพิษรักแรงหึงลงบนใบหน้างามของคนโดนด่า จนหน้าหันดังขวับ...
“อีนังเมียน้อย อีหน้าไม่อาย ผัวฉันทั้งคนฉันไม่ยกให้แกหรอก” วิภาดายังพ่นคำผรุสวาทไม่เลิกออกแรงผลักผู้หญิงหน้าด้านสุดแรง จนร่างเล็กที่ตั้งตัวไม่ทันเซถลาไปด้านหลังเสียการทรงตัวและเกือบล้มลงไปกองกับพื้น...
ทว่าโชคดีที่มีมือแข็งแรงมารับร่างเล็กเอาไว้ได้ทัน...มุกตาภาจึงตกอยู่ในอ้อมกอดชายแปลกหน้าที่มาช่วยไม่ให้เธอต้องล้มกระแทกพื้นอย่างหวุดหวิด...
อิศม์เดชที่เสร็จจากดื่มอำลาชีวิตโสดขอพี่ชายไปเข้าห้องน้ำก่อนกลับบ้าน แล้วในขณะที่เขากำลังเดินผ่านหน้าโต๊ะที่มีหญิงชายเกาะเกี่ยวกันอยู่เหนียวแน่น ร่างใหญ่ของเขาก็หยุดชะงักโดยไม่รู้สาเหตุ ไม่แน่ใจว่าทำไมตัวเองต้องหยุดมองชายหญิงพลอดรักกันด้วย
ทว่าก่อนที่เขาจะได้คำตอบให้ตัวเอง ก็มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งปรี่เข้ามาลงไม้ลงมือ พร้อมกับส่งเสียงต่อว่าชายหญิงทั้งคู่ด้วย ภาพที่เห็นไม่ต่างกับละครน้ำเน่าที่คนงานในเหมืองของเขาชื่นชอบ และตั้งหน้าตั้งตาคอยหลังข่าวภาคค่ำเลยสักนิด และถึงแม้เสียงเพลงในผับจะดังสนั่น แต่น้ำเสียงแหลมของผู้หญิงคนนั้นก็สั่นโสตประสาท และเขาก็จับใจความนั่นได้อย่างชัดเจน
นัยน์ตาคมที่ฉายแววเย้ยหยันสาดส่องผู้หญิงไร้ยางอายทันที อิศม์เดชส่ายศีรษะอย่างระอาในใจและถึงไม่ต้องสำรวจมากเขาก็พอจะเห็นว่าผู้หญิงที่โดนประณามทำร้ายอยู่นั่น มีหน้าตาดีที่ใครเห็นคงต้องหันหลังมองกันเป็นทิวแถว รูปร่างที่ซ่อนตัวอยู่ในชุดแซคสายเดี่ยวนั้นก็คงดีไม่แพ้กัน ทว่าทำไมต้องคิดสั้นด้วยการปีนต้นงิ้วแย่งสามีคนอื่นด้วย
ชายหนุ่มสลัดความคิดทิ้งก่อนเริ่มก้าวเดินไปสมทบกับพี่ชาย แต่ยังไม่ทันได้ย่างเท้าร่างเล็กที่โดนอีกสาวผลักจนกระเด็นก็ลอยละลิ่วมาตกลงบนแขนแข็งแรงที่เปิดอ้าขึ้นตามที่สัญชาตญาณความเป็นชายในตัวเขาสั่งมา
อิศม์เดชสะดุ้งสุดตัว ไม่คิดว่าตัวเองจะมีความรู้สึกแปลกๆ ร่างเล็กแสนนุ่มนิ่มของสาวแปลกหน้าที่เขารู้สึกรังเกียจในนิสัยของเจ้าหล่อนโดยที่ไม่ต้องมีการพูดคุยกันนั้นแนบสนิทไปกับแผงอกบึกบึน ส่งผลให้จังหวะการสูบฉีดเลือดของหัวใจเร็วและแรงขึ้นจนเขารู้สึกได้...
แล้วในขณะที่เขายังงุนงงกับความรู้สึกของตัวเอง ผู้หญิงคนเดิมก็ปรี่เข้ามากระชากร่างเล็กในอ้อมแขนของเขาไป
“อีนังอีตัว ไม่มีปัญญาหาผัวเองหรือไงถึงได้ร่านมาหาผัวชาวบ้านเขาอย่างนี้” วิภาดาตามด่าเช็ด พร้อมกับฝากรอยฝ่ามือไว้บนใบหน้านวลเปื้อนน้ำตาของมุกตาภาอีกครั้ง เรียวปากอิ่มถูกขบเข้าหากันอย่างแค้นเคือง ถ้ารู้ว่านังผู้หญิงหน้าด้านจะมาที่นี่ด้วยหล่อนคงไม่ออกมาเปิดหูเปิดตากับนิรุจน์เป็นแน่ คิดว่าจะแต่งงานให้ไปพ้นๆ ชีวิตหล่อนแล้ว ที่ไหนได้ยังแอบนัดมาพลอดรักเยาะเย้ยหล่อนอยู่ได้...
คนโดนตบไปถึงสองครั้งเจ็บแปลบไปทั้งหน้า ทว่าเจ็บใดๆ จะเท่าเจ็บปวดอย่างสาหัสตรงขั้วหัวใจของเธอไม่ ความจริงที่เธอพยายามวิ่งหนี แต่มันกลับตามมาหลอกหลอนเธอไม่สิ้นสุด
มุกตาภาร้องไห้โฮอย่างเจ็บร้าวไปทั้งตัวและหัวใจ มือน้อยกอบกุมใบหน้างามที่ส่ายดิก อยากจะปฏิเสธข้อกล่าวหา ทว่าสูญสิ้นทุกคำพูด เพราะถึงวิภาดาจะด่าว่าเธอแรงเกินไปแต่มันก็ยังแฝงไว้ด้วยความจริงหลายอย่าง...
