บทที่ 8 Eliminating Plan I: หน้าซื่อใจคด หน้าสลดเพราะสามี -1
รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อเคลื่อนเข้าจอดสนิทตรงลานหน้าบ้านไม้สักสองชั้นหลังใหญ่ ที่มีบริเวณบ้านกว้างขวางและสวยงามร่มรื่นด้วยสวนดอกไม้นานาพันธุ์ซึ่งปลูกไว้อย่างสวยงามรอบๆ ตัวบ้าน หลังบ้านก็มีลำธารขนาดย่อมไหลผ่านยิ่งเพิ่มให้บ้านหลังนี้ดูชุ่มชื่นและน่าอยู่ขึ้นอีกเป็นกอง
อิศม์เดชขยับตัวด้วยความเมื่อยขบ เพราะขับรถตรงมายังเหมืองโดยไม่หยุดพักที่ไหนอีกเลย จึงทำให้เขามาถึงเหมืองในเวลาหกนาฬิกาของเช้าวันรุ่งขึ้น
ใบหน้าคมเข้มหันไปมองภรรยาสาวที่ยังนอนขดตัวหลับปุ๋ย ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมารับรู้ว่าได้เดินทางถึงที่หมายแล้ว เรียวปากได้รูปกระตุกยิ้มอย่างเอ็นดูคนขี้เซา มือหนายกขึ้นหวังเอื้อมไปปลุกให้เธอตื่นขึ้นเพื่อให้หญิงสาวไปนอนต่อให้สบายๆ ในห้องนอน ทว่ามือที่เกือบแตะเข้ากับท่อนแขนกลมกลึงก็ชะงักค้างในอากาศ
อิศม์เดชเปลี่ยนใจ เพราะไม่อยากจะแสดงให้อีกฝ่ายรู้ว่าตัวเขาเองก็ใส่ใจในตัวเจ้าสาวเช่นกัน ที่ผ่านมาเขาก็รู้สึกผิดกับความรู้สึกในใจพอแล้ว ร่างสูงใหญ่ถึง 185 เซนติเมตรจึงเปิดประตูรถออกมายืนยืดเส้นยืดสายอยู่ข้างๆ ตัวรถแทน โดยไม่หันไปสนใจคนที่ยังหลับไม่รู้เรื่องอยู่ในรถอีกต่อไป และถึงจะเหนื่อยล้าแต่เขาก็พร้อมจะเข้าไปดูงานในเหมืองซึ่งปล่อยให้เมืองแมนดูแลคนเดียวอยู่เป็นนานแล้ว
ช่วงขายาวที่กำลังจะเดินตรงไปยังออฟฟิศซึ่งถูกสร้างอยู่ไม่ไกลกับตัวบ้านต้องหยุดอยู่กับที่ เมื่อเสียงแหลมปรี๊ดและดังมาก่อนตัวของวันเพ็ญ แม่บ้านที่คอยดูแลอาหารการกินทำความสะอาดบ้านรวมทั้งให้ความสุขกับเขาในยามที่เขาเรียกใช้เรียกหาด้วย...
“นายเหมืองกลับมาแล้วหรือคะ” คนที่ทะเยอทะยานหวังเลื่อนขั้นเป็นนายหญิงของเหมืองแห่งนี้มานานนมปรี่เข้าเกาะกอดร่างใหญ่เอาไว้อย่างออดอ้อนออเซาะ
“เหนื่อยไหมคะ ให้เพ็ญเตรียมน้ำอุ่นให้อาบนะคะ นายเหมืองจะได้สบายตัว” เสียงหวานพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสายสายตาหวานฉ่ำก็มองคนตรงหน้าอย่างทั้งรักทั้งหลงและศรัทธาถวายหัวให้
หล่อนต้องหักห้ามใจไม่ให้แสดงสีหน้าเกลียดชัง ยามหันไปมองคนที่จะมาแย่งนายเหมืองไปจากหล่อนในรถนั่น เพราะสำหรับนายเหมืองหนุ่มแล้ว หล่อนก็เป็นแค่ข้ารับใช้แสนซื่อสัตย์ที่ไม่ว่าเขาจะหยิบยื่นอะไรมาให้หล่อนก็น้อมรับไว้ด้วยความเต็มใจ
ทว่าความจริงแล้วไม่ใช่...หล่อนจะไม่มีวันปล่อยให้นายเหมืองรูปหล่อเงินหนักคนนี้ตกไปเป็นของหญิงอื่นใดเป็นอันขาด แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตหล่อนก็ยอม...
“ไม่เหนื่อย ฉันจะไปดูงาน” อิศม์เดชแกะมือที่เกาะแข้งเกาะขาเขาอยู่ออกอย่างรำคาญ ก่อนบอกโดยไม่มองหน้าหล่อนเลยสักนิด
ถึงวันเพ็ญจะเป็นคนรูปร่างหน้าตาดีเกินมาตรฐานชาวบ้านแถวนี้ ทว่าอิศม์เดชก็ไม่เคยรู้สึกพิศวาสสาวครบสูตรเนื้อนมไข่ไม่พอ ยังช่างเอาอกเอาใจตรงหน้าเลยสักนิด
ถ้าเพียงเขากลายเป็นพระอิฐพระปูนเต็มตัว หรือเพียงหญิงสาวไม่ยินยอมสนองตอบต่อความต้องการให้กับเขาโดยไม่หวังผลตอบแทนอะไรมากไปกว่าเงินเดือนที่มากกว่าคนงานคนอื่นหลายเท่าอยู่ เขากับหล่อนก็คงไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมายาวนานเป็นเวลากว่าสามปีเยี่ยงนี้เป็นแน่...
“นายเหมืองไม่พักผ่อนสักนิดหรือคะ ให้เพ็ญนวดตัวผ่อนคลายความเมื่อยสักนิดก็ดีค่ะ” หล่อนชักชวนเขาทั้งหน้าทั้งตาเพราะรู้ดีว่ามันจะจบลงที่ใด มือเล็กที่โดนปัดทิ้งไปแล้วก็ยกขึ้นลูบไล้ไปบนแผงอกแกร่งที่ให้ความเร่าร้อนให้กับหล่อนจนแทบตายคาอกนายเหมืองคนนี้มานับครั้งไม่ถ้วน
ไม่ใช่แค่ฐานะหน้าตาของนายเหมืองเท่านั้นที่หล่อนหลงรัก รสรักและลีลาบนเตียงของเขาก็ทำให้หล่อนหลงอิศม์เดชหัวปักหัวปำ หล่อนจะไม่ขอไปมีใครใหม่และจะไม่ยอมให้ชายหนุ่มไปมีใครใหม่รวมทั้งนังผู้หญิงคนนี้ด้วย
วันเพ็ญคิดอย่างเคียดแค้น พลางปรายหางตาแสนเกลียดชังไปมองมุกตาภาซึ่งก็เริ่มขยุกขยิกลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี หล่อนจึงต้องยิ่งประกาศความเป็นเจ้าของนายเหมืองให้อีกฝ่ายเห็นแบบไม่ทันตั้งตัว แขนเรียวโอบเข้ารอบเอวสอบพลางซบหน้างามของตนบนหัวไหล่ของเขาเอ่ยชวนชายหนุ่มอย่างออดอ้อนและอย่างตั้งใจให้คนที่เพิ่งลืมตาตื่นมาเห็นจังๆ
“นะคะ ให้เพ็ญดูแลนายเหมืองให้หายเหนื่อยนะคะ” เสียงของหล่อนแหบพร่า คนที่รู้สึกร้อนรุ่มด้วยอาการแปลกๆ กัดฟันข่มความพลุ่งพล่านที่ไม่ได้เกิดขึ้นได้อย่างง่ายๆ กับวันเพ็ญเลยสักนิด อิศม์เดชไม่เข้าใจตัวเอง
“ไว้คืนนี้ละกัน” นายเหมืองหนุ่มตัดความด้วยการตอบรับความหวังดีของอีกฝ่าย เพราะเนื้อตัวร้อนผ่าวของเขา...จากสาเหตุใดเขาก็ไม่รู้ ต้องได้รับการเยียวยา...
อิศม์เดชไม่อยากคิดให้กลัวใจตัวเอง ว่ามันมีสาเหตุมาจากความหอมละมุนที่เขาได้เชยชมไปไม่กี่ครั้งของภรรยาสาวนั่นเอง...
“เอากระเป๋าของฉันไปเก็บ ส่วนของฝากพวกนี้ก็ไปแจกคนงานในเหมืองด้วยละกัน” ก่อนสั่งความต่อพลางชี้ไปที่ถุงของกินเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนมหม้อแกงทองหยิบทองหยอดฝอยทองที่ถูกแพ็กเอาไว้เป็นอย่างดี
แม้มุกตาภาจะเป็นคนซื้อของฝากจำพวกนี้มา แต่เขาก็ยังไม่อยากให้หญิงสาวต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนงานในเหมืองซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ชายสักเท่าใดนัก คนงานผู้หญิงที่มีอยู่เพียง 5 คนในจำนวนคนงาน 40 คนก็ทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศเท่านั้น
วันเพ็ญจึงจัดแจงคว้ากระเป๋าของอิศม์เดชไว้ในมือด้วยความกระตือรือร้น ทว่าพอจะคว้าไปถึงกระเป๋าเสื้อผ้าของผู้หญิงหล่อนก็ชะงักมือเอาไว้ ไม่อยากจะแตะต้องหรือบริการมารหัวใจของตัวเองสักนิด แต่ก็ต้องจำใจทำเพราะหล่อนไม่อาจเปิดเผยความชั่วร้ายในใจให้นายเหมืองหนุ่มรับรู้ ทว่าเสียงทุ้มที่ร้องสั่งออกมาก็ทำให้วันเพ็ญต้องเต้นเร่าด้วยความดีใจ
“เอาไว้นั่นแหละ เดี๋ยวเจ้าตัวตื่นขึ้นมาขนเข้าบ้านเอง อยู่ที่นี่ต้องรู้จักช่วยตัวเอง ไม่ได้อยู่เป็นคุณหนูเหมือนอย่างเมืองกรุง” มุกตาภานั่งตกตะลึงอ้าปากตาค้างกับท่าทีของสาวแปลกหน้ากับสามีตัวเองอยู่เป็นนาน และทนฟังถ้อยคำของเขาไม่ไหวอีกต่อไปจึงเปิดประตูพาตัวเองออกมายืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ ตัวรถ ก่อนจะปิดประตูรถดังโครมด้วยความโกรธเคืองปนน้อยใจ
อิศม์เดชสะดุ้งโหยงเพราะเสียงประตูและเพราะตกใจ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาได้ยินคำของเขา แล้วหญิงสาวจะได้ยินสิ่งที่เขาคุยกับวันเพ็ญก่อนครู่นี้หรือเปล่า แต่อิศม์เดชก็ยักไหล่อย่างไม่แคร์เพราะเขาไม่คิดจะอยู่กินฉันสามีภรรยากับเธอจริงๆ อยู่แล้ว
ที่พาหญิงสาวมาอยู่ที่นี่ด้วยก็เพื่อให้มารดาของเขาวางใจและสบายใจเท่านั้น ทว่าในที่สุดแล้วเขาก็จะขอเซ็นใบหย่าให้เธอเอง ให้หญิงสาวได้ไปมีชีวิตตามทางที่เธอเลือกไว้ ถึงแม้มันเป็นเส้นทางที่ผิดและเขาก็รังเกียจมันสิ้นดี
“รถเพิ่งซื้อมาใหม่ๆ ปิดแรงๆ แบบนั้น เดี๋ยวก็ได้พังหรอก” คนใจร้ายไม่วายเหน็บแนมเสียงห้วนจัด
คำของเขาทำเอาคนฟังอย่างวันเพ็ญต้องแอบอมยิ้มด้วยความสะใจ นายเหมืองไม่ได้มีใจให้นังผู้หญิงเมืองกรุงสักนิด อย่างนี้ก็ยิ่งง่ายในการกำจัด หัวใจหล่อนพองโตเรื่องทุกอย่างไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดสักนิด
ส่วนอีกคนก็น้อยใจจนน้ำตาตกในไม่พอยังรินไหลออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว มือบางรีบยกขึ้นปาดน้ำตาแห่งความอับอายทิ้ง ไม่จำเป็นต้องแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น
ทว่าอิศม์เดชก็ดันตาดีทันเห็นเข้าพอดี หัวใจหนุ่มกระตุกวูบรู้สึกผิดในใจอย่างประหลาดที่ทำให้ภรรยาตัวเองร้องไห้ อดคิดไม่ได้ว่ากี่ครั้งกี่หนกันแล้วที่เขาทำให้ผู้หญิงคนนี้เสียน้ำตา แต่คนเย็นชาก็รีบสลัดความคิดสงสารที่เริ่มเข้ามาเกาะกุมหัวใจทิ้งก่อนหันไปสั่งความวันเพ็ญอีกครั้ง
“พามุกตาภาไปพักผ่อนด้วยนะ ฉันจะไปดูงานที่เหมือง”
“ค่ะ นายเหมืองไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เพ็ญจะดูแลนายหญิงเป็นอย่างดีค่ะ” วันเพ็ญรับคำเสียงหวานปลายเสียงนั้นต่ำลึกยิ้มทั้งหน้าทั้งตาให้ร่างใหญ่ที่เดินจากไปไม่แม้แต่ลาเจ้าสาวหมาดๆ ของตัวเอง
