บทที่ 9 Eliminating Plan I: หน้าซื่อใจคด หน้าสลดเพราะสามี -2
วันเพ็ญปรายตามามองคนที่ถูกกล่าวถึงซึ่งยืนอึ้งกับความสัมพันธ์ของสองคนตรงหน้ายิ้มหวานเคลือบยาพิษถูกส่งตามมา
“คุณคงต้องนอนห้องเล็กนะคะ นายเหมืองไม่ชอบนอนร่วมเตียงกับใคร เพ็ญรู้ดีเชียวล่ะค่ะ” คนที่กำลังประกาศสิทธิ์ของตนเอ่ยเสียงหวาน ทว่ามันกรีดลึกเข้าไปในร่องหัวใจของคนฟังเป็นอย่างยิ่ง...
วันเพ็ญทิ้งระเบิดเสร็จก็เดินนวยนาดตรงไปยังตัวบ้าน ทิ้งให้คนช็อกกับข่าวสารที่ได้รับยืนแน่นิ่งอยู่กับหัวใจที่บีบคั้นจนเธอหายใจไม่ออก ท่าทีและคำพูดของทั้งคู่ก็บอกได้แล้วว่าสถานะความสัมพันธ์ของวันเพ็ญและอิศม์เดชนั้นเป็นเช่นไร
เขามีผู้หญิงอยู่ แล้วมาแต่งงานกับเธอทำไม...มันไม่ยุติธรรมต่อเธอสักนิด หญิงสาวสะอื้นไห้ในอกปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัว
โชคดีที่เธอไม่ได้รักเขา ไม่งั้นเธอคงทั้งเจ็บทั้งช้ำยิ่งไปกว่านี้เป็นแน่ ที่ผ่านมาเธอยังเจ็บช้ำกับความรักไม่พอใช่ไหม..
น้ำตาแห่งความอาดูรไหลออกมาเป็นทางยาวก่อนมันจะถูกปาดทิ้งไป...
มุกตาภาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด รวบรวมกำลังใจฮึดสู้กับชีวิตต่อ สลัดความโศกเศร้าทิ้งถือว่ามาเปลี่ยนบรรยากาศสักพัก เพราะเธอเริ่มมั่นใจว่าเธอคงอยู่ที่นี่ได้ไม่นานเป็นแน่ ไม่เขาไล่เธอไป เธอก็เต็มใจเก็บกระเป๋ากลับกรุงเทพเอง
มือเล็กคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองได้ก็เดินตามวันเพ็ญไป
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองบ้านหลังใหญ่พร้อมกับสำรวจบริเวณรอบๆ ด้วยความตื่นตะลึงปนแปลกใจ ที่อยู่อาศัยของเขาดูยังไงก็ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน โดยเฉพาะของตกแต่งและเครื่องอำนวยความสะดวกซึ่งมีอยู่ครบครันภายในตัวบ้าน ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องใช้ที่ล้ำหน้าทันสมัยดีไซน์เก๋ไก๋ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นบ้านของผู้ชายโหดเถื่อนอย่างอิศม์เดชสักนิด
“ห้องใหญ่ตรงนี้เป็นห้องของนายเหมืองค่ะ ส่วนสองห้องเล็กอีกฝั่งเป็นห้องนอนแขก คุณเลือกได้เลยค่ะว่าจะนอนห้องไหน” วันเพ็ญชี้แจงให้คนที่เพิ่งตามขึ้นมาถึงชั้นบนฟัง สีหน้าของหล่อนยิ้มแย้มแจ่มใส ทว่าฟันของหล่อนกลับถูกกัดกันจนกรามแทบหัก แล้วอยากจะบริภาษด่าว่าไล่มุกตาภาให้พ้นบ้านหลังนี้มากกว่าต้องฝืนยิ้มให้อยู่อย่างนี้
“งั้นมุกเลือกห้องนี้ละกันค่ะ” มุกตาภาเดินไปยังห้องเล็กที่อยู่ไกลจากห้องใหญ่ ถึงยังไงเขาก็เป็นผู้ชายอยู่ห่างๆ ไว้เป็นดีที่สุด ยิ่งเป็นคนมีห่วงมีเจ้าของอยู่แล้วเธอต้องอยู่ห่างๆ เข้าไว้
แต่ที่แปลกก็คือทำไมวันเพ็ญถึงไม่มีท่าทีหวงผู้ชายของตัวเองอย่างที่วิภาดาคอยตามล่าตามด่ากับเธอสักนิด ข้อนี้ก็ทำให้มุกตาภายิ้มออก อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องคอยตั้งรับหรือสู้รบตบมือกับวันเพ็ญอย่างที่เธอต้องคอยทำอยู่กับวิภาดา
คนมองโลกในแง่ดีคิดในแง่ดี และนี่คือจุดอ่อนของมุกตาภาที่วันเพ็ญมองได้ทะลุปรุโปร่ง...
“คุณพักผ่อนตามสบายนะคะ นั่งรถมาเหนื่อยๆ ไว้ถึงเวลาอาหารแล้วเพ็ญจะมาเรียกเองค่ะ”
เสียงของหล่อนยังหวาน หน้าตาก็ต้อนรับแขกอย่างยิ่งถ้าคนเห็นรู้ว่ามันคือการเสแสร้งแสดงออกมาวันเพ็ญจะได้รับรางวัลตุ๊กตาทองสาขาดารานำหญิงไปอย่างไม่ต้องสงสัย
“ค่ะขอบคุณนะคะ งั้นมุกขอตัวนะคะ นั่งรถมาเมื่อยจริงๆ” มุกตาภาลาก่อนผลุบตัวเข้าไปในห้อง จัดแจงอาบน้ำแล้วล้มตัวลงนอน ก่อนหลับไปอย่างง่ายดายเพราะความเหนื่อยอ่อนบนที่นอนนุ่ม
ส่วนคนที่ยืนอยู่ด้านนอกก็ถลึงตาแห่งความริษยาใส่อยู่ตรงหน้าประตูอยู่เป็นนาน
‘ฉันไม่ให้แกอยู่ที่นี่นานหรอกนังมุกตาภา’
ทำไปทำมามุกตาภาก็หลับลึกจนไปถึงเวลาอาหารเย็นซึ่งเธอต้องนั่งรับประทานคนเดียว เพราะอิศม์เดชติดงานซ่อมเครื่องจักรในโรงโม่หิน จึงยังไม่ได้กลับมาร่วมทานอาหารค่ำกับเธอด้วย หญิงสาวออกจะดีใจด้วยซ้ำที่ไม่ต้องปั้นหน้าให้คนหน้ายักษ์อย่างเขา
หลังรับประทานอาหารเสร็จ มุกตาภาที่ไม่รู้สึกเหนื่อยล้า เพราะนอนมาทั้งวันก็เข้าไปนั่งดูทีวีอยู่ในห้องมินิโฮมเธียเตอร์ซึ่งมีดีวีดีทั้งไทยและเทศให้เธอเลือกดูอย่างจุใจและเพลิดเพลิน จนลืมเวล่ำเวลากว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนแล้วเธอจึงจัดแจงปิดไฟปิดโทรทัศน์แล้วเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเอง
แล้วในจังหวะที่ร่างเล็กเดินขึ้นไปตรงหัวมุมบันไดเพื่อเลี้ยวแล้วเดินผ่านห้องใหญ่ของสามีไปยังห้องของตัวเอง ภาพอันน่าอดสูหัวใจก็เข้ามากระแทกโสตประสาทการเห็นให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจยิ่งขึ้นไปอีก...
“อุ๊ย” เสียงอุทานด้วยความตกใจของมุกตาภา ก็ทำให้คนที่กำลังแลกลิ้นกันอย่างเมามันต้องผละห่างจากกัน
อิศม์เดชตกใจไม่น้อยที่ภรรยาป้ายแดงต้องมาเห็นเขาทำประเจิดประเจ้อกับวันเพ็ญอยู่หน้าห้องนอนของตัวเอง ปกติเขาไม่เคยแสดงความใกล้ชิดกับหล่อนต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้
ทว่าในระหว่างที่เขาเดินขึ้นมาบนห้อง อิศม์เดชก็โดนวันเพ็ญจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างกายที่ร้อนรุ่มเพราะโดนไฟสุมไว้นานก็ตอบสนองหล่อนได้อย่างง่ายๆ เขาจึงจูบตอบหญิงสาวไปโดยทันที เพราะไม่คิดว่าคนที่น่าจะนอนหลับอยู่ในห้องนอนตัวเองจะมาเห็นเต็มๆ ตาแบบนี้
แววตาของวันเพ็ญทอประกายวิบวับ หล่อนเฝ้ารอเวลานี้มานานแล้วเหลือเกิน ไม่คิดว่าเวลาทุกอย่างมันจะประจวบเหมาะกันเช่นนี้... หล่อนเฝ้ารอนายเหมืองอยู่เป็นนาน ใจจริงอยากเข้าไปนอนเปลือยกายรอท่าอยู่ในห้องนอน ทว่าหล่อนก็ขอเสี่ยงดวงเผื่อฟลุคได้รางวัลแจ๊คพ็อตเหมือนอย่างในตอนนี้ เพราะรู้ว่ามารหัวใจของตัวเองยังไม่ได้ขึ้นมานอนเช่นกัน
ดังนั้นแทนที่จะเข้าไปรอข้างในหล่อนก็นั่งรอนายเหมืองหนุ่มอยู่หน้าห้องอย่างใจเย็นและเจียมตัว ถ้ามุกตาภาเดินขึ้นมาก่อน หล่อนก็เปิดประตูเดินเข้าไปในห้องของเขาให้เมียแต่งเห็นแบบจะจะให้เจ็บช้ำน้ำใจเล่นๆ พอเห็นร่างสูงใหญ่เดินขึ้นบันไดมาหล่อนก็ลุกขึ้นยิ้มหวานเชิงยั่วยวนให้เขาทันที
และโชคก็เข้าข้างหล่อนเพราะเมื่อหล่อนได้ยินเสียงกุกกักๆ เดินขึ้นบันไดมา วันเพ็ญก็ขอเสี่ยงอีกครั้งด้วยการกระโดดจูบนายเหมืองหนุ่มทันที และมันก็เข้าแผนทุกอย่าง เมื่ออีกฝ่ายจูบหล่อนตอบอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กันทั้งๆ ที่ปกติเขาน่าจะผลักไสหล่อนออกมาและต่อว่าเรื่องกิริยาอันไม่เหมาะไม่ควรเยี่ยงนี้
หล่อนยังจำสีหน้านังมุกตาภายามเห็นภาพของพวกเขาผลัดกันรุกผลัดกันรับได้เป็นอย่างดี สะใจหล่อนจริงๆ แววตาหวานฉ่ำเพราะน้ำร้อนๆ เริ่มซึมผ่านออกมานั้นไหวระริก คนเห็นยังยืนทำหน้าชื่นอกตรมอกระทมเพราะสามีของตัวเอง...
“ขะ...ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะคะ”
มุกตาภาตะกุกตะกักบอกในเชิงประชดประชัน ก่อนเดินหนีภาพที่มันทุเรศลูกนัยน์ตาของเธอไปทันที
ร่างเล็กเดินผ่านหน้าทั้งคู่ไปยังห้องตัวเองไม่ต่างกับหุ่นยนต์ ร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของเธอแข็งทื่อราวกับก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่ทว่าหัวใจอ่อนระโหยโรยแรง สิ่งที่บ่งบอกได้ว่าเธอไม่ใช่หุ่นยนต์แต่เป็นคนมีเลือดมีเนื้อคือน้ำตาที่ไหลนองอาบแก้มนวลเป็นทางยาวของเธอนั่นเอง...
คนมองอย่างอิศม์เดชก็รู้สึกชาวาบตรงขั้วหัวใจ จะว่าเจ็บก็ไม่เชิง เพราะเขาไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ต้องเจ็บกับการได้เห็นภรรยาป้ายแดงของตัวเองเดินตัวสั่นจากไปเยี่ยงนี้ ไม่เห็นก็รู้หญิงสาวคงกำลังร้องไห้อยู่เป็นแน่
ในขณะที่วันเพ็ญยืนแสยะยิ้มมองตามร่างเล็กเดินกลับห้องตัวเองด้วยช่วงไหล่ที่ห่อคู้ นัยน์ตาของหล่อนทอประกายแรงกล้าจนน่ากลัว อ่อนแอเป็นไก่อ่อนแบบนี้จะอยู่ที่นี่ได้สักกี่น้ำ
‘ฉันจะกำจัดแกให้พ้นทางนังมุกตาภา อีกไม่กี่วันแกก็ต้องหนีกลับกรุงเทพไปไม่ทันแน่’
“เพ็ญขอโทษนะคะนายเหมืองเพ็ญห้ามตัวเองไม่อยู่จริงๆ ค่ะ คิดถึงนายเหมืองเหลือเกิน” หล่อนหันมาทำเสียงรู้สึกผิดกับชายในดวงใจ ถึงจะอยู่ในแผนกำจัดเสี้ยนหนามแต่หล่อนก็พูดออกมาจากใจจริง
“ไม่เป็นไร” เขาตอบก่อนเปิดประตูห้องแล้วเดินเข้าไปในห้อง วันเพ็ญเดินตามมาตรงเข้าสวมกอดร่างใหญ่จากทางด้านหลัง
“แต่เพ็ญรู้สึกไม่ดีจริงๆ นะคะ เมียนายเหมืองเข้าใจผิดแย่เลย” ปากบอกรู้สึกเสียใจทว่าวันเพ็ญกลับแสยะยิ้มอยู่กับหลังแกร่งอย่างสาแก่ใจตัวเอง
“ช่างสิ...มุกตาภาก็แค่ผู้หญิงที่ถือทะเบียนสมรสไว้เท่านั้น” เป็นอีกคนที่ปากบอกไม่แคร์แต่ก็อดคิดสงสารในใจอยู่ไม่น้อย
มุกตาภาก็แค่ผู้หญิงที่มารดาหามาให้ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องรัก เพราะตั้งใจว่าจะไม่รักและเขาก็คงรักใครไม่ได้อีก ดังนั้นเขาก็จะไม่เอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหญิงสาวให้มันวุ่นวายเลยเถิด เมื่อถึงเวลาที่จากกันจะได้จากกันได้อย่างง่ายๆ ไม่ต้องมีห่วงมีบ่วงผูกไว้ด้วยกัน...
