บทที่ 1 บทที่ 1 วันวาน

ชานนท์  ศิริกุลพัฒน์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานบริษัทพัฒนาศิริกรุ๊ป อายุ 28 ปี มีดีดรีเป็นถึงนักเรียนนอก หล่อเหลาเอาการเอางานจนสาว ๆ ต่างแย่งกันขายขนมจีบ เขามีปมเรื่องความรักที่ไม่อาจเปิดเผยได้ เพราะความเย็นชาแสดงออกไม่เป็น ทั้งที่เพตราเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อนทุกครั้งตั้งแต่มัธยมต้นจวบจนกระทั่งเรียนจบมัธยมปลาย ของขวัญวันวาเลนไทน์ที่หญิงสาวมอบให้ทุกปีคือดอกทานตะวัน ชายหนุ่มรับมาแล้วโยนทิ้งทุกครั้ง

ย้อนกลับไปช่วงมัธยมปลาย ปีนั้นเพตราเพิ่งขึ้นมอสี่ส่วนชานนท์อยู่มอห้า เธอตามจีบเขามาหลายปีตั้งแต่มอต้นสุดท้ายก็คว้าน้ำเหลวทุกที นอกจากชานนท์จะไม่ใจอ่อน เขายังด่าทอเธอด้วยถ้อยคำเจ็บแปลบอีกด้วย

ในตอนเย็นท่ามกลางกลิ่นอายของวันวาเลนไทน์ หลังเลิกเรียนเพื่อน ๆ ต่างทยอยกลับบ้านกันไปบ้างแล้ว ชานนท์เดินมานั่งตรงม้าหินอ่อนใต้ต้นหูกวางที่ประจำหลังเลิกเรียน เพื่อรอคนขับรถมารับกลับบ้านเฉกเช่นทุกวัน

“พี่นนท์สุขสันวันวาเลนท์ไทยค่ะ” เสียงหวานดังขึ้นพร้อมยื่นช่อดอกไม้ให้กับหนุ่มน้อยในชุดมอปลายเหมือนทุกปีที่ผ่านมา

“ซื้อมาทำไม” นั่นคือคำถามเดิม ๆ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่มินตราส่งช่อดอกไม้ให้กับชานนท์

“แพรบอกแล้วไง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักกี่ปี วันวาเลนไทน์ทุกปีแพรจะซื้อดอกทานตะวันให้กับพี่ พี่นนท์รู้ไหมความหมายของดอกทานตะวันมันสื่อถึงความสุขและความรักที่มั่นคงเลยนะ” เด็กสาวในชุดมอปลายมอปลายที่มีอายุห่างจากชานนท์เพียงแค่หนึ่งปี ยังคงเผยรอยยิ้มสดใสให้กับชายหนุ่มรุ่นพี่มอห้า ที่กำลังแสดงสีหน้ารำคาญใส่เธอจนเห็นได้ชัด ทว่าเพตรากลับมองข้ามสีหน้าและแววตานั้น เพราะเธอเชื่อว่าสักวันเขาจะต้องใจอ่อนยอมรับช่อดอกไม้จากเธอด้วยความเต็มใจ

“เพ้อเจ้อ!”

“หัวใจของพี่ทำจากเหล็กกล้าหรือไง เมื่อไหร่จะใจอ่อนสักที”

“กลับไปนอนแล้วก็ฝันเอา” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา ใบหน้าของชานนท์ราบเรียบเสียจนคาดเพตราแทบถอดใจ

“พี่นนท์รู้ไหมกว่าแพรจะหาเงินมาซื้อดอกไม้ให้พี่ได้ แพรต้องเก็บค่าขนมเอาไว้ตั้งหลายวัน รับไปสิค่ะ” เพตรายัดช่อดอกไม้ใส่มือชานนท์ ก่อนจะส่งยิ้มหวานราวกับเขาตกปากรับคำคบกับเธอ

“ฉันหวังว่าปีหน้า จะไม่ได้ดอกไม้บ้า ๆ แบบนี้จากเธออีก” เขาพูดพลางทิ้งช่อดอกไม้ลงไปในถังขยะ เพตราหน้าเจื่อนเล็กน้อย ก่อนจะฝืนยิ้มให้กับอีกฝ่ายด้วยความสิ้นหวัง หลังจากสิ่งที่เธอพยายามมาหลายปีกำลังสูญเปล่า

“ถึงพี่จะทิ้งมันไป แต่แพรก็ถือว่าได้ให้พี่ไปแล้ว ดอกไม้ช่อนั้นมันเป็นของพี่ พี่จะทิ้งหรือเก็บไว้ก็ไม่เป็นไรค่ะ อืม... ยังมีอีกอย่างให้พี่ค่ะ”

“อะไร” ชานนท์มองกล่องของขวัญในมือเพตราด้วยความสงสัย

“ในเมื่อพี่ทิ้งดอกไม้ช่อนั้นไปแล้ว แพรยังมีของขวัญให้พี่อีกชิ้นค่ะ รับไปสิค่ะแพรอุตส่าห์ใช้เงินเก็บทั้งหมดซื้อมาเลยนะคะ แต่ก็มีปัญญาซื้อได้แค่นี้ ถ้าวันไหนพี่ใจอ่อนอยากคบกับแพรก็โทรมานะคะ” เธอยัดกล่องชองขวัญใส่มือชานนท์ก่อนจะรีบวิ่งออกไปทันที เพราะกลัวเขาเปลี่ยนใจปามันทิ้งเหมือนที่โยนช่อดอกไม้ช่อนั้นลงไปในถังขยะ

เมื่อชานนท์กลับถึงบ้าน เขาเก็บตัวอยู่ในห้องไม่ยอมลงไปทานมื้อเย็น กระทั่งป้ามลยกสำหรับขึ้นมาให้ หนุ่มน้องรับประทานไปได้ไม่กี่คำก็เอาแต่มองกล่องของขวัญชิ้นนั้น ก่อนจะตัดสินใจลุกไปแกะดูปรากฏว่ามันคือโทรศัพท์มือถือรุ่นปุ่มกดพร้อมใช้งาน

“ยัยนี่ตามตื๊อเก่งเป็นบ้าเลย” เขาพูดพลางกดเข้าไปดูฟังก์ชันที่ดูล้าสมัย เมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดที่เขามีในตอนนี้

หลายชั่วโมงผ่านไป ชานนท์นอนไม่หลับ เขายังคงนึกถึงใบหน้าเจ้าของโทรศัพท์มือถือรุ่นปุ่มกด พร้อมข้อความสุดหวาน สุขสันต์วันวาเลนไทน์ รักพี่ชานนท์ที่สุด... เพตรา* เมื่ออ่านจบประโยคเขาเผลอยกยิ้มมุมปากด้วยความรู้สึกหวั่นไหว จนไม่สามารถปฏิเสธเธอได้อีกต่อไป ชานนท์ลองกดโทรออกซึ่งเพตราได้เมมเบอร์เอาไว้ในชื่อ (ที่รักของชานนท์) ปรากฏว่าโทรติดจริง ๆ

‘ฮัลโหลพี่ชานนท์!’ จังหวะที่เขากำลังตัดสินใจจะกดวางสาย เสียงหวานของเพตราก็ดังมาตามสายเหมือนเธอกำลังดีใจที่สุดในสามโลก

“ฉันแค่ลองกดดูไม่คิดว่าจะโทรติด” น้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อยดังขึ้น เมื่อเขานึกย้อนถึงคำพูดของอีกฝ่าย ซึ่งเขาพยามปรับให้เป็นปกติ เพราะเพตราได้พูดเอาไว้ในตอนเย็น ถ้าหากเขาโทรหาเธอนั่นแสดงว่าชานนท์ตกลงปลงใจที่จะคบกับเธอ

‘ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น เมื่อพี่โทรหาแพรนั่นก็แสดงว่าพี่ตกลงที่จะคบกับแพร’

“อย่าแก่แดดหน่อยเลย ฉันกับเธอเพิ่งเรียนอยู่มอปลายไม่ควรคิดถึงเรื่องอื่น นอกจากการเรียน” น้ำเสียงไม่เกรี้ยวกราดแต่ฟังดูเด็ดขาดทำเอาเพตราถึงกับถอนหายใจออกมา

‘ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ค่ะ เราคบกันได้ต่างคนต่างให้เกียรติ์กัน เป็นกำลังใจให้กันคอยผลักดันให้อีกฝ่ายเดินทางไปสู่จุดหมายได้อย่างปลอดภัย พี่มีความฝันอะไรก็ทำตามฝันไป เรามาช่วยกันเติมความฝันให้กันนะคะพี่ชานนท์’

“เลิกคิดซะเธอยังเด็กเกินไปจะไปเข้าใจความรักได้ยังไง”

‘ถ้าเราสองคนคบกันมีความเข้าใจ ความซื่อสัตย์มั่นต่อกัน ช่วยกันพัฒนาความคิดความสามารถให้มีศักยภาพไปในทิศทางที่ดีก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ค่ะ ความรักไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้พื้นฐานของการมีเซ็กซ์เป็นหลักสักหน่อย’

“เพตราเธอพูดอะไรออกมาน่ะ”

‘พูดความจริงค่ะ พี่นนท์โทรหาแพรก็แสดงว่าพี่ตัดสินใจคบกับแพรแล้ว พรุ่งนี้เจอกันนะคะกู๊ดไนท์ค่ะจุ๊บ!’

“นี่เธอ!...” ชานนท์ยังพูดไม่จบเพตราก็กดวางสายไปแล้ว ในที่สุดก็ปฏิเสธเธอไม่ได้ไหน ๆ ก็ไหนแล้ว ลองคบกันดูก็ไม่มีอะไรเสียหาย เขานึกใจก่อนจะเอื้อมมือไปปิดไฟนอน

ในความเป็นจริงเพตราคือเด็กหญิงคนแรกที่เขาอยากปกป้อง สองบ้านค่อนข้างสนิทกันมาตั้งแต่สมัยบิดาของเขายังเป็นหนุ่ม แต่เป็นเพราะแสดงออกไม่เก่งจึงทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่ กระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี ชีวิตในโรงเรียนช่วงชั้นมัธยมปลายกำลังกลายเป็นสีสันให้เขาและเธอได้จดจำ ชานนท์คนปากไม่ตรงกับใจไม่รู้อีกนานแค่ไหนเขาจะกล้ายอมรับความจริง ทั้งที่ตัวเองก็แอบชอบเพตราแต่กลับทำเป็นผลักไสพูดจาขวัญผ่าซากไล่เธอให้อยู่ห่าง ๆ จากตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า

บทถัดไป