บทที่ 2 บทที่ 2 ข้อตกลง
เช้าของวันใหม่ ชานนท์โทรให้เพตรามาพบเขาหลังอาคารหนึ่ง ซึ่งสถานที่แห่งนั้นไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเขาต้องการคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว เพื่อสร้างข้อตกลงบางอย่าง
“พี่นนท์รอนานไหมคะ” เสียงหวานดังมาก่อนตัว พร้อมกับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของสาวน้อย
“ไม่นาน”
“ห้ามเปลี่ยนใจนะคะ พี่โทรหาแพรเองนะ” เพตรารีบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง พลางเอียงคออีกฝ่ายที่มีความสูงเกือบร้อยแปดสิบ
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ เผลอกดโทรออกไปน่ะ”
“ได้ไงคะ! พี่จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่เมื่อพี่กดโทรออกแล้วนั่นก็แสดงว่าพี่ตอบรับเงื่อนไขของแพรไปแล้วนะคะ” เพตราพูดพลางเผยยิ้มออกมาจนเห็นไรฟันลักยิ้มข้างซ้ายนั่นช่างมีเสน่ห์ จนชานนท์เกือบเสียอาการ
“เธอกำลังมัดมือชก ทำแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ”
“แล้วมันมีวิธีไหนดีกว่านี้ไหมล่ะคะ ลองคบกันดูก่อนเป็นความลับระหว่างเรา แพรสัญญาจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร” เธอยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พลางรอคำตอบจากชานนท์ด้วยความหวัง
“ก็ได้”
“เย้! พี่ชานนท์น่ารักที่สุดในโลกเลยค่ะ”
“อย่าเพิ่งดีใจไป ก็แค่ลองคบดูเท่านั้น” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยอีกตามเคย ซึ่งผู้ชายอย่างชานนท์ไม่ได้บังคับกันได้ง่าย ๆ ถ้าเขาไม่เต็มใจก็อย่าหวังจะได้คำตอบแบบนี้
“ยังไงก็คบกันแล้ว คืนนี้แพรโทรหานะคะ มาเกี่ยวก้อยสัญญาร้อยปีห้ามเปลี่ยนใจ”
“ทำบ้าอะไร”
“ก็เกี่ยวก้อยแบบนี้ไง ได้เวลาเข้าแถวแล้วไปก่อนนะคะพี่ชานนท์” เพตรายังคงใช้น้ำเสียงออดอ้อน ก่อนเดินออกไปเธอไม่ลืมที่จะหันมาโบกไม้โบกมือให้กับเขา
หลังจากตกลงคบกับเพตรา ชีวิตของชานนท์ก็ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ก่อนนอนจะมีคนบอกฝันดีทุกคืน ในตอนเช้าก็มีคนโทรปลุกจนเขาเริ่มชินกับการมีเธอเข้ามาในชีวิต เรื่องราวความรักช่วงวัยรุ่นไม่ได้หวือหวามีดื้อดึงบ้างตามประสา เมื่อตกลงปลงใจลองคบกันก็ไม่มีเรื่องเสื่อมเสีย ต่างคนต่างรู้ข้อจำกัดของการเป็นแฟนในวัยเรียน
กระทั่งผ่านไปหนึ่งปีที่คนทั้งคู่คบกัน ชานนท์กำลังจะเรียนจบเตรียมเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา เขาสอบติดแพทย์ตามที่ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรก และอีกคณะคือเอกบริหารธุรกิจอีกทั้งสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์อีกด้วย
สองครอบครัวมีปาร์ตี้ที่บ้านของชานนท์ ชายหนุ่มกำลังโตเป็นหนุ่มหล่อ สาว ๆ ต่างขายขนมจีบให้เขาไม่ขาด หนึ่งในนั้นก็คือมินตราน้องสาวแท้ ๆ ของเพตรา คนทั้งคู่ไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่ เมญ่ามารดาของเธอก็เอาแต่เข้าข้างลูกสาวคนเล็ก
“แม่เห็นไหมคะ พวกเขาแอบคบกัน” มิตราพูดขึ้นด้วยแววตาริษยาพี่สาว เมื่อเห็นเพตราเดินไปนั่งข้าง ๆ ชานนท์ ท่าทีของคนทั้งคู่แสดงออกชัดเจนขึ้น หลังจากเห็นเพตราตักอาหารใส่จานให้ชานนท์
“ยังไงสองครอบครัวก็อยากเป็นดองกันไม่เห็นเป็นไรเลย”
“คนที่คู่ควรเหมาะที่จะนั่งอยู่ข้าง ๆ พี่นนท์ไม่ใช่พี่แพร”
“หมายความว่ายังไง”
“มินชอบพี่นนท์ค่ะ คุณแม่ช่วยทำให้พวกเขาเลิกกันได้ไหมคะ”
“อะไรนะ!”
“แม่ค่ะ” หล่อนแสดงท่าทีออดอ้อน จนผู้เป็นมารดาใจอ่อน
“อืม... แม่จะลองดู เข้าไปนั่งได้แล้ว”
ในเวลานี้ทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน โต๊ะอาหารถูกแบ่งออกเป็นสองที่สำหรับผู้ใหญ่กับหนุ่มสาว เปิดโอกาสให้เพตราได้ใกล้ชิดชานนท์อีกครั้ง เธอจงใจตกอาหารใส่จานให้เขา ซึ่งดูเหมือนเขาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธท่าทีของเธออีกต่อไป
เมื่อสองครอบครัวประสบความสำเร็จในเรื่องธุรกิจ มารดาของชานนท์ดูออกว่าลูกชายกำลังชอบพอกับเพตรา ซึ่งคุณนายอมราเองก็รู้สึกเอ็นดูลูกสาวคนโตของบ้านนี้อยู่แล้ว
“พี่นนท์ลองทานกุ้งดูสิค่ะ มินอุตส่าห์แกะให้เลยนะ”
“พี่นนท์ไม่กินกุ้ง” เพตรารีบพูดขึ้น ซึ่งทำให้มินตรามองค้อนพี่สาวออกไปอย่างไม่พอใจ
“รู้ดีจังเป็นแฟนกันเหรอ”
“เปล่า!” เพตรารีบปฏิเสธเสียงแข็ง ขณะที่ชานนท์ยังคงนิ่งเฉยจนมินตราเริ่มกลัวว่าเขาจะชอบพี่สาวของเธอจริง ๆ
“ถ้าไม่บอกฉันคิดว่าพวกพี่แอบคบกันเสียอีก”
“เดี๋ยวฉันไปหยิบอาหารมาเพิ่มให้นะ” ชานนท์หันไปพูดกับเพตรา เธอพยักหน้าแล้วส่งยิ้มบาง ๆ ให้กับเขา ก่อนจะหันมาต่อว่ามินตราที่พูดจาแบบนั้นออกมา
“ชานนท์อาขอคุยด้วยหน่อยสิ” เมญ่าเรียกชานนท์เอาไว้ หลังจากที่เขาเดินมาหยิบบาร์บีคิวให้เพตรา
“ครับคุณอา”
“อาเห็นชานนท์สนิทกับเพตรา เธอเคยบอกไหมว่ามีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว” เมญ่ากำลังพยายามทำลายความเชื่อใจที่ชานนท์มีต่อเพตรา
“ผมไม่ได้สนิทกับเธอขนาดนั้นครับ” เขาเลี่ยงที่สนทนากับมารดาของเพตรา แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล
“อาขอร้องปล่อยให้ลูกสาวของอาไปมีอนาคตที่ดีเถอะนะชานนท์”
“ผมไม่เคยรั้งใครไว้ข้างกาย คุณอาต้องไปบอกลูกสาวให้เลิกยุ่งกับผมจะดีกว่า” ปกติชานนท์เป็นคนไม่ชอบก้าวก่ายเรื่องของคนอื่น พอถูกเมญ่าพูดแบบนี้จึงทำให้เขาไม่พอใจ
“แล้วชานนท์รับปากอาได้ไหมว่าจะไม่ยุ่งกับเพตราอีก ว่าที่คู่หมั้นของเธอทั้งหล่อทั้งรวย อาอยากให้ลูกสาวของอามีอนาคตที่สดใส”
“ได้ครับผมรับปากจะไม่ยุ่งกับเพตรา ไม่ว่าสถานะใดก็ตาม”
“ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ”
“แน่นอน ผมขอตัวนะครับ” ชานนท์พูดพลางเดินเข้าไปในบ้าน เขาวางจานบาร์บีคิวเอาไว้ ปล่อยให้เพตรานั่งรอเก้อราวกับทุกอย่างที่ผ่านมาไม่มีความหมายใด ๆ
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสองคนเริ่มห่างเหินออกไปทุกที เขาไม่รับสายไม่อ่านข้อความที่เพตราส่งไป หรือบางทีอ่านแล้วก็ไม่ตอบ ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปแบบค้าง ๆ คา ๆ
