บทที่ 1 - Chapter 1 -

Saai Mai Talk

10.23

“เออ เดี๋ยวกูเข้าไป”

เสียงทุ้มดังลั่นห้องอย่างไม่มีความเกรงใจปลุกฉันให้ตื่นจากความเหนื่อยล้าที่ผ่านมรสุมบทรักที่เจ้าของเสียงทุ้มนั่นมอบให้มาทั้งคืน เปลือกตาอันหนักอึ้งถูกยกเปิดขึ้นพร้อมกับแสงสว่างจากด้านนอกที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกใสของห้องนอนที่ถูกเปิดม่านออกครึ่งนึงทำให้ฉันต้องหรี่ตาลงทันที

“กูรู้แล้ว ย้ำจังวะ?”

เสียงที่คุ้นเคยยังคงดังอย่างต่อเนื่องแต่มันไม่ได้ดังแบบน่ารำคาญแต่มันเป็นการดังที่ทำให้ตื่นจากการนอนได้เพราะเขาไม่ได้พูดเสียงเบาขนาดนั้น

“อยู่คอนโด ไม่ต้องมาไอ้สัสเดี๋ยวกูเข้าไป”

แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของเสียงนั้นจะรับรู้ถึงการขยับตัวของฉันแล้ว เพราะดวงตาคมนั่นตวัดสายตามายังฉันที่เปิดเปลือกตาขึ้นไปมองเขาเป็นครั้งที่สองแล้ว ควันบุหรี่ถูกพ่นออกมาอีกครั้งพร้อมกับดวงตาคมที่ยังจับจ้องฉันผ่านบานประตูระเบียงกระจกใสนั่น

“แค่นี้นะ!!”

เสียงคุยโทรศัพท์ของคนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้องดังลอดเข้ามาอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเขาปิดประตูไม่สนิท และนั่นทำให้ฉันต้องยันตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยความเพลียก่อนจะนั่งมองแผ่นหลังกว้างนั่นที่หันไปทิ้งก้นบุหรี่ที่เกือบจะหมดมวนลงบนถาดที่ฉันเป็นคนซื้อมาทิ้งเอาไว้ให้ ก่อนที่เขาจะกดวางสายโทรศัพท์ไปแล้วกลับมาสนใจบุหรี่ในมือมวนใหม่ต่อไปอีกครั้งเป็นครั้งที่สองของเช้านี้เลยก็ว่าได้ภายในเวลาติดต่อกัน ...

พอทุกครั้งที่ได้มีโอกาสได้มองเขาแบบนี้ฉันมักจะคิดย้อนกลับไปเสมอ ... ว่าเรื่องระหว่างเรามันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน

แต่คิดเท่าไหร่ก็ไม่สามารถรู้ได้เลย ว่าอะไรทำให้ฉันกับเขามาอยู่ในจุด ๆ นี้ได้

“ตื่นมาก็เหม่อเลย”

เสียงของเขาเรียกสติฉันกลับมาได้แทบจะทันที

“คุยกับใครหรอ?”

ฉันถามออกไปอย่างสงสัยพร้อมกับนั่งมองหน้าเขานิ่ง ๆ

“ไอ้เกอร์ เดี๋ยวจะไปมอนะ”

คนตัวตัวตอบกลับมาแบบนั้นก่อนจะเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่บนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ภายในห้องนอน

“ไหมไปด้วยดิ บ่ายมีเรียน”

ฉันพูดออกไปแบบนั้นก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงนอนบ้าง

“แยกกันไป”

แต่คำตอบของคนที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำทำให้ฉันหน้างอทันทีอย่างขัดใจ

“ก็ไปด้วยกันมันจะเป็นไรอ่ะวิน”

“กูบอกกี่ทีแล้วไหม ...?”

ฉันเม้มปากแน่นทันทีเมื่อรับรู้ได้ว่าเขากำลังจะพูดอะไรต่อจากนี้

“ว่าอย่าให้ใครรู้เรื่องระหว่างเรา”

ปัง!

หลังจากจบประโยคนั้นเขาก็เดินเข้าห้องน้ำไปทันที โดยไม่ได้หันกลับมามองฉันอีกเลย แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่เขาย้ำประโยคนี้ให้ฉันฟัง มันอาจจะเป็นครั้งสิบ หรือยี่สิบ ไม่สิมันมากกว่านั้นอยู่แล้วระยะเวลาเกือบสี่ปีนี่นา ...

ฟังไม่ผิดหรอก ... เรื่องระหว่างเรามันเกิดขึ้นมาเกือบสี่ปีแล้ว

บทถัดไป