บทที่ 11 Chapter 11

Saai Mai Talk

K University คณะวิศวะกรรมศาสตร์

''ลูกตากูแทบจะไหลมารวมกันอ่ะอีดอกเจอโจทย์แคล2ไปกูแบบอยากยกมือบอกอาจารย์ว่าขออนุญาตค่ะ''

เหมียวพูดขึ้นระหว่างที่กำลังเดินลงจากตึกพร้อมทำท่ายกมือสุดแขน

''ขออนุญาตไปไหนวะ?''

ส้มส้มที่ฟังเหมียวพูดถึงกับถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ

''ขออนุญาตไปตายค่ะ พอใจมึงยังอีส้มส้มซ่า''

ฉันหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่กับบทสนทนาของเพื่อนทั้งสองคนที่ดูเหมือนว่าจะโดนข้อสอบเมื่อกี้ดูดเอาสติไปหมดแล้ว ถึงได้พูดอะไรที่ดูไร้สาระออกมาขนาดนี้

''ขำ ขำเข้าไปอีไหมคนที่ได้ เอช้วน แบบมึงก็ขำได้ดิ ต่อให้จารย์ย้อนข้อสอบตั้งแต่ปี 1 ก็สบายอยู่แล้วนี่ ตัดภาพมาที่พวกกูจ้าาาาา นรกชัด ๆ''

ส้มส้มยังคงบ่นไม่หยุดและไม่มีท่าทีจะหยุดเลยสักนิด เหมียวเองก็เหมือนกัน

''แม่ง!! นึกอยากจะทดสอบพวกกูก็ทดสอบเนาะ ไม่มีให้ตั้งตัวอ่ะ สอบตั้งกี่ข้อเดี๋ยวมึงรอดูคะแนนเหมือนเอาไปหารพันมาอ่ะ คะแนนกู''

''มึงกล้าเรียกว่าคะแนนหรอ กูเรียกมันว่าจุดทศนิยม ...''

เสียงแซมดังขึ้นด้านหลังทำให้พวกฉันชะงักก่อนจะหันไปมองพวกเขาทั้งสี่คนที่เดินตามมา

''มึงล้อเลียนกูหรอ!!?''

''โหยย ไหมมึงทนมันได้ไงเนี่ยอีเตี้ยเนี่ยเสียงแปดหลอดชิบหายเลย''

ไทเกอร์ที่ได้ยินเหมียวโวยวายก็บ่นออกมาพร้อมกับหันมาด่าเหมียวกับฉัน

''ชินอ่ะ เมื่อก่อนก็รำคาญเดี๋ยวนี้ชิน ไม่สิปลง''

คำตอบของฉันทำเอาทุกคนพากันหัวเราะยกเว้นเหมีวกับคนที่ยืนหน้าตึงอยู่ด้านหลัง

''อีไหม!!''

''โอ๊ย ๆๆ แสบหู''

ฉันสวนกลับไปพร้อมยกมือปิดหูอย่างกวน ๆ พร้อมกับหลุดหัวเราะเหมียว

''กูงอน มึงง้อกูด้วยการเลี้ยงข้าวกูเลย''

''ได้หรอเหมียวววว''

ส้มส้มที่ได้ยินเหมียวพูดแบบนั้นก็ย้อนถามอย่างไม่เข้าใจ

''ได้ ไปเถอะกูหิวจ่ายนะอีไหม''

ฉันขำพรืดออกมาทันทีเมื่ออยู่ดี ๆ ก็โดนมัดมือชก

''เออ ๆ เลี้ยงก็ได้เลือกร้านเลย''

''ทานโทษนะครับ คือแบบเพื่อนบูมคนนี้ขอไปแดกข้าวด้วยได้มั้ยครับ?''

บูมแทรกขึ้นพร้อมกับยุกต์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับบูม

''มึงนี่นะไอ้บูม ...''

ส้มส้มที่รู้ว่าบูมพยายามจะให้ยุกต์ได้เข้าใกล้ฉันก็พ่นลมหายใจออกมาแล้วมองหน้าบูมอย่างเนือย ๆ

''เอาดิ แค่กินข้าวเอง''

ฉันตอบตกลงรับคำไป มันไม่ได้มีอะไรเสียหายเลยนี่ทำไมอ่ะแค่กินข้าวเอง

''โอเค ไป ๆ ไปเลยป่ะ''

บูมพูดพร้อมกับขยับมากอดคอเหมียวอย่างที่มันชอบทำ

''เราเลี้ยงเอง''

ยุกต์พูดพร้อมขยับมายืนข้าง ๆ ฉันตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ทำเอาฉันตกใจเลยที่อยู่ ๆ เขาก็ย้ายมายืนข้าง ๆ

''ไม่ต้อง ๆ เลี้ยงทำไม รวยนักหรอเราอ่ะ''

ฉันโบกไม้โบกมือปฏิเสธพร้อมกับย้อนถามเขาคล้ายกับติดตลก

''ไม่รู้เหมือนกันว่ารวยมั้ย แต่เลี้ยงไหมได้ทั้งชีวิตเลย''

''พวกมึงจะยืนคุยกันอีกนานมั้ย?''

น้ำเสียงที่ติดจะหงุดหงิดดังแทรกขึ้นมาทำให้ทุกคนหันไปมองเขาทันทีอย่างพร้อมเพรียง

''โทษที เรายืนขวางทาง เชิญพวกนายไปก่อน''

ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับหลีกทางให้พวกเขาทั้งสี่คน

''ขวางทางไรล่ะ นี่จะชวนไปแดกข้าวเหมือนกันไปเยอะ ๆ สนุกดีนะมึงว่าป่ะไอ้วิน''

Win Talk

''ขวางทางไรล่ะ นี่จะชวนไปแดกข้าวเหมือนกันไปเยอะ ๆ สนุกดีนะมึงว่าป่ะไอ้วิน''

คำพูดของไอ้คิงทำให้ผมละสายตาจากคนตัวเล็กนั่นแล้วเหลือบไปมองมันทันที

''อือ ... น่าสนุกดีเอาดิ''

คำตอบของผมทำเอาทุกคนพากันเงียบไปเลย ก่อนที่คนตัวเล็กนั่นจะพูดแทรกขึ้นมาคนแรก

''วันนี้ต่างคนต่างไปเถอะ ... ไม่อยากเป็นเป้าสายตาอ่ะ''

ไอ้แซมกระตุกยิ้มอย่าง ๆ ขำ ๆ เมื่อได้ยินสายไหมพูดออกมาแบบนั้น

''เออ แยกกันเถอะจะรวมตัวกันเฉพาะตอนแดกก็ไม่ได้ป่ะ คืนนี้เปิดตี้มั้ยเดี๋ยวพวกกูเลี้ยง''

ไอ้ไทเกอร์เห็นด้วยกับคำพูดของคนตัวเล็กนั้น แต่ยังไม่วายชวนแดกเหล้าอีก

''ถ้าเลี้ยงก็ไป กี่โมง?''

ส้มส้มตอบตกลงแทบจะทันทีพร้อมกับย้อนถามไอ้ไทเกอร์อีกรอบ

''ไวเนาะ สักสามทุ่มก็ได้เดี๋ยวโทรไปบอกว่าร้านไหน''

''มึงมีเบอร์กูหรอ?''

ส้มส้มถามออกมาอย่างสงสัย ไอ้ไทเกอร์ไหวไหล่นิดหน่อยก่อนจะเหลือบตามามองผม

''กูมีปัญญาโทรบอกพวกมึงละกัน ไป ๆ ไปหาไรแดกได้แล้ว''

''อ๋ออออออ โอเคกูเก็ทเจอกัน ๆ''

''มึงคิดจะทำไรไอ้คิง?''

หลังจากที่พวกผู้หญิงเดินแยกออกไปจนหมดรวมถึงไอ้เหี้ยบูมกับเพื่อนของมันด้วยผมก็ถามออกไปอย่างสับสนที่อยู่ ๆ ไอ้คิงก็ทำตัวแบบนั้น

''มึงชอบไหม กูคิดถูกใช่มั้ย?''

คำพูดของได้คิงทำเอาผมถึงกับนิ่งไปเลยเพราะไม่คิดว่ามันจะพูดแบบนี้ออกมาและตัวผมเองก็ยังหาคำตอบให้มันไม่ได้

''ก็แล้วแต่นะ ... ถ้ามึงยังไม่มั่นใจแบบนี้แล้วไอ้ยุกต์เกิดเข้ามาแทรกได้กูบอกตรงนี้เลยนะว่ากูไม่เชียร์มึงแน่นอน''

คำพูดของไอ้วินทำเอาผมขมวดคิ้วแล้วกำหมัดแน่นอย่างไม่เข้าใจ กูเพื่อนมึงจริงมั้ยเนี่ย

''กูก็ไม่เชียร์นะ ไอ้ยุกต์คือคนดีจริง ดีแบบมาก ๆ เหลือแค่ไปบวชอ่ะ เหล้าไม่แดกบุหรี่ไม่สูบ        แม่งแคกแต่น้ำเปล่าเวลาไปร้านเหล้า''

คราวนี้ไอ้ไทเกอร์พูดขึ้นเสริมขึ้นมาอีก ใจผมมันยิ่งสั่นเข้าไปอีกเมื่อได้ยิน

''ถ้ามึงแค่อยากจะเซ็กส์เฟรนด์ต่อก็ปล่อยให้เขาไปเจอคนดี ๆ เถอะ เสียเวลากับมึงมาแบบไม่ได้เหี้ยไรเลยมีแต่เสียเปรียบ ถ้าจิตสำนึกมึงยังพอมีอยู่บ้างก็ถอยออกมาซะ''

ไอ้แซมที่เห็นผมยังเอาแต่นิ่งก็พูดเสริมขึ้นมาอีก แต่คำพูดของพวกมันคือการกดดันผมชัด ๆ แม่ง!!

''กูมาก่อนป่ะ แล้วทำไมกูต้องเป็นฝ่ายหลีกทาง?''

คำพูดของผมทำให้พวกมันมองหน้ากันด้วยสีหน้าที่ดูเหนื่อยหน่ายมาก ๆ

''อย่าโง่ไอ้วิน ... มึงแค่เลิกเอาไปทั่วแล้วเปิดตัวอ่ะมันยากหรอวะ?''

ไอ้แซมเป็นคนพูดกับผมอีกครั้งพร้อมกับจ้องหน้าผมนิ่ง ๆ

''พวกมึงไม่ใช่กูก็พูดได้ดิ ... ลองมาเป็นกูดูดิ''

ผมทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินแยกกับพวกมันออกมา เบื่อโว๊ย!!! วุ่นวายชิบหายแม่งอะไรนักหนาวะแต่ละวัน

Saai Mai Talk

''เดี๋ยวนี้พวกมึงดูสนิทกับแก๊งนั้นจังวะ?''

ระหว่างที่พวกเรากำลังทานข้าวกันอยู่บูมก็เปิดประเด็นขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าพวกฉันเหมือนกับมีคำถามมากมายที่อย่างรู้อ่ะ

''มึงคิดว่าสนิทหรอ?''

เหมียวย้อนถามพร้อมกับทำหน้างง ๆ

''เออดิ คือขนาดพวกผู้ชายในภาคแม่งคุยกับพวกมันบ่อยกว่าพวกมึงอีกพวกแม่งยังไม่เคยจะเลี้ยงเหล้า''

''คือมึงโฟกัสแค่พวกมันจะเลี้ยงเหล้าพวกกูสินะ''

''แหะ ๆ''

บูมหัวเราะแหะ ๆ ออกมาทันทีเมื่อส้มส้มพูดออกไปแบบนั้น

''ก็ไม่ได้สนิทขนาดนั้นอ่ะ หรือสนิทวะอีไหม''

เหมียวย้อนถามฉันพร้อมกับจ้องหน้าฉันนิ่ง แน่นอนมันกำลังแกล้งฉัน

''สนิทไว้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย เพื่อนในภาค''

ยุกต์ที่นั่งข้าง ๆ ฉํนพูดออกมาพร้อมกับมองหน้าทุกคนก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ฉัน

''ยิ้มสวยนะ รู้ป่ะเนี่ย?''

ฉันพูดพร้อมกับจ้องหน้ายุกต์ แต่คำพูดฉันดันทำเขาหน้าแดง

''สัส!! ไหมมึงอย่าแกล้งมันดิ มันขี้เขิน''

บูมที่เห็นอาการของเพื่อนตัวเองก็ด่าฉันก่อนจะโบกไม้โบกมือให้ฉันเลิกมองหน้าเพื่อนของมัน

''เอ้า ... ไม่รู้ขอโทษ ๆ''

ฉันขอโทษขอโพยยุกต์ไปเพราะตอนนี้หน้าเขาแดงลามไปยันหู

''เพื่อนมึงแม่งไม่เห็นเหมือนมึงเลยวะไอ้บูม''

เหมียวที่เห็นท่าทางของยุกต์ก็ได้ทีแขวะบูมทันที

''สัส กูสนิทกับมันตั้งแต่มัธยมแล้วก่อนหน้านี้กูก็คนดี แต่สังคมหล่อหลอมให้กูต้องร้าย''

''ไร้สาระชิบหาย''

ส้มส้มที่ทนฟังอยู่นานก็ด่าบูมกลับไปแล้วกินข้าวต่อ

''ไหมขอคุยด้วยหน่อย''

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นทำให้ทุกคนบนโต๊ะถึงกับชะงักไปทันทีเมื่อเขาเดินหน้าตึงเข้ามา พร้อมกับขอคุยกับฉัน

''ขอกินข้าวก่อนได้มั้ย?''

ฉันเงยหน้าไปมองคนที่ยืนค้ำโต๊ะอยู่ก่อนจะย้อนถามออกไป

''อือ เดี๋ยวนั่งรอ''

คนตัวสูงตอบกลับมาแค่นั้นก่อนจะทรุดลงนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ ฉันพร้อมกับยกแขนขึ้นพาดเก้าอี้ของฉันด้วยท่าทางสบาย ๆ แต่มันกลายเป็นว่าเหมือนเขากำลังนั่งโอบไหล่ฉันอยู่ ...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป