บทที่ 12 Chapter 12

Saai Mai Talk

K University คณะวิศวะกรรมศาสตร์ 14.35 น.

''จะคุยตรงนี้เลยมั้ย หรือว่าจะไปคุยที่อื่น?''

ฉันหันไปถามคนที่นั่งพิงเก้าอี้แล้วเล่นโทรศัพท์มือเดียวข้าง ๆ ตัวหลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้ว ตั้งแต่มานั่งเขายังไม่พูดอะไรกับใครสักคำ แต่ก็นั่นแหละปกติของเขาเลยมั้งถ้าไม่ได้อยู่กันสองคนก็คือแทบจะไม่พูดอะไรกับฉันเลย

''จะไปไหนกับเพื่อนต่อป่ะ? ถ้าไม่ก็จะไปคุยที่อื่น''

ฉันหันไปมองหน้าเหมียวกับส้มส้ม ทั้งคู่ส่ายหน้าเป็นคำตอบให้กับฉันทันทีอย่างรู้งาน

''เอ่อ ... งั้นกูกับไอ้ยุกต์ไปก่อนนะ''

บูมพูดแทรกขึ้นมาเมื่อฉันเหลือบตาไปมองมันนิดหน่อย

''อือ บายนะยุกต์''

ฉันโบกมือให้ทั้งบูมและยุกต์บูมแค่พยักหน้ารับส่วนยุกต์ยิ้มกว้างตอบกลับมา ก่อนจะโบกมือลาฉันตอบแล้วโดนบูมลากออกไปอย่างรวดเร็ว

''กูกับอีเหมียวไปก่อนนะแล้วคืนนี้ถ้าจะไปร้านไหนก็โทรมาบอกละกัน''

ส้มส้มสั่งฉันเสร็จก็ลากแขนเหมียวแล้วเดินแยกออกไปบ้างทิ้งฉันไว้กับเขาสองคน

''วินจะไปไหนรึเปล่า?''

ฉันถามออกไปลังจากที่เพื่อนหายไปหมดแล้ว

''ไม่รู้ดิ อยากไปไหนล่ะ?''

ฉันขมวดคิ้วจนแทบจะพันกันกับคำถามของเขาที่ได้ยิน

''ไปไหนอ่ะ? ไปได้หรอ?''

''แล้วอยากไปไหนล่ะ จะได้พาไป''

ยิ่งสับสนหนักเข้าไปอีก ปกติฉันกับเขาแทบจะไม่ได้ไปไหนด้วยกันเลยน้อยมาก ๆ ถ้าจะไปก็คือไปไกลจากบริเวณมหา'ลัยเลยแหละแล้วต้องไม่ใช่แหล่งที่เด็กมหา'ลัยชอบไปด้วย

''ไม่ดีกว่า ... กลับคอนโดเลยก็ได้''

ฉันนิ่งไปแปปนึงก่อนจะตอบคำถามของเขา

''ไม่ดิ อยากไปไหนเอาดี ๆ''

''วินจะคุยธุระไม่ใช่หรอ?''

ฉันย้อนถามกลับไป ก็ตอนแรกเขาขอคุยกับฉันไม่ใช่หรอ

''มันก็ใช่แต่ไม่ใช่ทั้งหมด สรุปอยากไปไหนบอกมา?''

ฉันจ้องหน้าคนเอาแต่ใจตรงหน้านิ่ง ๆ ก่อนจะยอมตอบเขาไปตามตรง

''ที่จริงตั้งใจจะไปอาร์ตแกลลอรี่อ่ะ ได้บัตรมา''

คนที่นั่งตรงหน้าขมวดคิ้วหมุนทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของฉัน

''ใครให้มา''

''หือ? ทำไมอ่ะ''

ฉันถามอีกครั้งเมื่อเขาถามออกมาแบบนั้น

''ถามว่าใครให้บัตรมา''

คนตรงหน้าถามย้ำอีกครั้งพร้อมกับจ้องหน้าฉันนิ่ง

''พี่รุ้ง พี่สายรุ้งให้มา''

ฉันตอบไปตามตรงพี่สายรุ้งหรือพี่รุ้งคือพี่สาวของฉันเองที่ตอนนี้เป็นแอร์โฮสเตส เลยไม่ค่อยได้อยู่บ้านสักเท่าไหร่บินตลอดเวลานั่นแหละ แล้วเขาเองก็รู้จักพี่สาวฉันด้วยไม่สิเขารู้จักทุกคนรอบตัวฉันแต่ฉันไม่รู้จักคนรอบตัวเขาหรอกนะ ตลกดีใช่มั้ย?

''อยากไปเดี๋ยวพาไป''

คนตัวสูงพูดแค่นั้นก่อนจะคว้ากระเป๋าฉันไปถือแล้วเดินนำออกไป แต่ทุกการกระทำขอเขาไม่ว่าจะตั้งแต่นั่งคุยกับฉันสองต่อสองจนถึงเอากระเป๋าฉันไปถือให้อยู่ในสายตาของใครหลาย ๆ คน แน่นอนมันไม่จบแค่ตรงนี้แน่ ๆ

''วิน เดี๋ยวไหมถือเองคนเยอะ''

ฉันรีบก้าวขาเร็ว ๆ แล้วไปแย่งกระเป๋ามาถือเอาไว้เอง เขานิ่งไปนิดหน่อยก่อนจะมองไปรอบ ๆ แล้วถอนหายใจออกมา สุดท้ายก็ยอมคืนกระเป๋ามาให้ฉันแต่โดยดี

Win Talk

Z Bar 20.54 น.

''ไอ้วินพวกไหมอ่ะ?''

ทันทีที่ผมเหยียบเข้ามาในห้องที่พวกมันนั่งอยู่ไอ้ไทเกอร์ก็ถามผมออกมาทันที

''ไม่รู้''

ผมตอบก่อนจะเดินไปนั่งลงข้าง ๆ ไอ้แซม

''ตอแหลละ มึงลากเขาไปกกตั้งแต่บ่ายเสือกตอบไม่รู้''

ไอ้ไทเกอร์ด่าผมพร้อมกับยื่นแก้วเหล้าที่มันชง อย่าเรียกว่าชงเลยเหล้าครึ่งแก้วโซดาไม่ถึงข้อนิ้วคือกะเอากูตายเลยสินะ

''ก็แยกกันแล้ว กูจะรู้หรอ? แล้วมึงรู้ได้ไงว่ากูอยู่ด้วยกัน''

ผมตอบก่อนจะขมวดคิ้วจนยุ่งเพราะสงสัยว่ามันรู้ได้ไง

''เอาจริงพวกกูไม่ได้รู้หรอก เขาสงสัยกันทั้งมหา'ลัยแล้วมั้ง''

ไอ้แซมนั่งเงียบอยู่นานพูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าผม

''ยังไงวะ?''

ผมถามออกไปเพราะยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

''ก็มีคนเห็นมึงเดินกับไหมตอนบ่าย แล้วก็รูปที่มึงลงกับไหมในไอจีคือมึงอาจจะไม่ได้แท๊กสถานที่กันอ่ะแต่แม่งมองยังไงก็คือที่เดียวกันป่ะ อาร์ตแกลลอรี่''

ผมพยักหน้ารับเมื่อเข้าใจแล้วว่ามันเกิดไรขึ้นบ้าง ผมไม่ค่อยสนใจพวกโซเชี่ยลเท่าไหร่ก็ลงรูปปกติสนใจแค่เพื่อนหรือคนรู้จักเท่านั้นแต่ถ้าเทียบกับไอ้พวกนี้ก็ถือว่าผมเล่นเยอะกว่ามากเลย แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้สนใจเท่านั้นเอง ...

''ไม่กลัวคนรู้แล้วหรอ?''

ไอ้คิงถามผมแล้วเหลือบตามองผมนิดหน่อย

''เอาจริงป่ะ ... คือกูไม่ได้สนใจคนอื่นอยู่แล้วอ่ะ แต่กับไหมกูไม่รู้ว่าไหมอายหรือรังเกียจอะไรรึป่าว อย่างตอนกลางวันไหมก็ดูจะแคร์สายตาคนอื่นมาก ๆ''

ผมพูดออกไปพร้อมกับก้มหน้าจ้องแก้วเหล้าในมือ

''ก็มึงเสือกอยากปิดตั้งแต่แรกไง ไหมแม่งก็คงไม่รู้จะทำไงแบบมึงนั่นแหละกูว่ามึงสองคนต้องคุยกันนะ''

ไอ้แซมพูดขึ้นมาบ้างพร้อมกับมองผมอย่างเป็นห่วง

''กูยังไม่ได้บอกใช่ป่ะ ...''

ผมพูดขึ้นมาก่อนจะหยุดชะงักไปว่าควรเล่าให้พวกมันฟังดีมั้ย

''อะไร?''

ไอ้ไทเกอร์ถามขึ้นเหมือนรอให้ผมพูดต่อ

''จริง ๆ เมื่อวานไหมขอให้กูหยุด ไม่สิขอให้เรื่องของกูกับไหมจบลงแค่นี้''

ผมเล่าพร้อมกับกำแก้วในมือไว้แน่น

''มึงรู้สึกยังไงล่ะ?''

ไอ้คิงถามขึ้นทันทีเมื่อได้ยินผมพูดแบบนั้น

''รู้สึกไงหรอ ... ก็ตกใจนิดหน่อยไหมแม่งไม่เคยพูดคำนี้กับกูมาก่อนอ่ะกูก็เลยคิดว่าทำไมอยู่ ๆ ไหมถึงอยากจะหยุดตอนนี้ แล้วมึงรู้ป่ะยังไม่ทันจะถามอะไรกลับไปเลยไหมก็พูดขึ้นมาว่า เรื่องของกูกับไหมมันไม่มีอะไรให้ไปต่อ''

พอพูดจบผมก็นิ่งไปเลย ในหัวตีกันไปหมดจนต้องยกเหล้ากรอกลงคอจนหมดแก้วเผื่อบางทีจะได้เลิกคิดเรื่องนี้สักที

''ไหมก็พูดถูกแล้วนี่''

ไอ้คิงพูดขึ้นมาเมื่อผมพูดจบ

''ก็เหี้ยแล้ว กูไม่หยุด!!''

ผมสวนกลับไปอย่างหงุดหงิด

''มึงเป็นไรกับเขาอ่ะ กูบอกแล้วไงว่าถ้าอยากไปต่อก็คบกันไปเลยถ้ามึงไม่คิดจะจริจังก็ปล่อยให้เขาไปเจอคนดี ๆ เสียเวลากับคนอย่างมึงไปแล้วได้อะไรวะ มองไม่เห็นอนาคต''

ไอ้แซมสวนขึ้นมาเมื่อได้ยินผมพูดแบบนั้นพร้อมกับท่าทางหัวร้อนนั่น

''ก็อยู่กันไปแบบนี้ไม่ได้รึไงวะ ไหมเองก็ไม่ได้อยากให้คนอื่นรู้เหมือนกันนั่นแหละกูผิดตรงไหน?''

''วินเคยถามเราแล้วหรอ ... ว่าเราพอใจที่จะอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ รึเปล่า วินมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนไหมอ่ะ?''

เสียหวานที่ดังขึ้นทำให้ผมต้องหันขวับไปมองทันทีรวมถึงพวกเพื่อนของผมด้วย

''ไหม!''

ผมลุกพรวดพร้อมกับเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กนั่น

''ต่อให้ไหมไม่เคยเรียกร้อง ก็ไม่ได้หมายความว่าไหมมีความสุขนี่ วินอยู่กับไหมวินน่าจะรู้ดีที่สุดรึเปล่า ...''

ผมยืนนิ่งพร้อมกับจ้องหน้าหวานที่ตอนนี้มีแต่ความเจ็บปวดฉายชัดออกมา

''หรือไม่วินก็รู้มาตลอดนั่นแหละว่าไหมต้องการอะไร แต่ที่ทำเป็นไม่รู้เพราะวินเองก็เลิกมั่วไม่ได้!!''

''เงียบไมอ่ะ? ไหมพูดแทงใจดำหรอ? ที่ไหมยอมอยู่เงียบ ๆ มันไม่ได้หมายความว่าไหมจะเงียบไปได้ตลอดนะ แล้วที่บอกว่าทนได้ก็ไม่ได้แปลว่าจะทนได้ไปตลอด ทุกครั้งที่บอกว่าโอเคมันก็ไม่ได้หมายความว่าไหมโอเคกับทุกเรื่อง ... โดยเฉพาะเรื่องเอาไปทั่วของวิน วินคิดจริง ๆ หรอว่าไหมโอเค?''

ผมยังยืนนิ่งแล้วจ้องหน้าหวานที่พูดไม่หยุด ไม่สิระบาย ... เรียกว่าระบายมากกว่า ความอัดอั้นทั้งหมดถูดพ่นออกมาใส่หน้าผมเต็ม ๆ

''ถ้าวินเลิกไม่ได้ก็แค่บอกมา ไหมไม่ได้จะบังคับให้เลิกเพราะรู้อยู่แล้วว่าไหมไม่ได้มีอิทธิพลขนาดนั้น ...''

''วินเลิกยุ่งกับผู้หญิงทุกคนเพื่อไหมไม่ได้ วินก็แค่เลิกยุ่งกับไหมเพื่อผู้หญิงคนอื่นไปซะ ... แค่นั้นเลยง่ายจะตาย''

บทก่อนหน้า
บทถัดไป