บทที่ 13 Chapter 13
''ถ้าวินเลิกไม่ได้ก็แค่บอกมา ไหมไม่ได้จะบังคับให้เลิกเพราะรู้อยู่แล้วว่าไหมไม่ได้มีอิทธิพลขนาดนั้น ...''
''วินเลิกยุ่งกับผู้หญิงทุกคนเพื่อไหมไม่ได้ วินก็แค่เลิกยุ่งกับไหมเพื่อผู้หญิงคนอื่นไปซะ ... แค่นั้นเลยง่ายจะตาย''
Saai Mai Talk
Somsom Condo's 23.24 น.
''มึงโอเคมั้ยอีไหม?''
เหมียวที่นั่งข้าง ๆ พร้อมกับจับมือฉันเอาไว้จนแน่นถามขึ้น
''น้ำมั้ยมึง อ่ะ''
ส้มส้มที่เดินไปหยิบน้ำมาให้ฉันกับเหมียวถามขึ้นพร้อมกับยื่นแก้วน้ำให้ฉัน แต่ฉันส่ายหน้าปฏิเสธทั้ง ๆ ที่ยังนั่งก้มหน้ามองพื้นห้องอยู่
''มึงไม่ไหวอย่าฝืน''
ส้มส้มพูดพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ อีกฝั่งที่ยังว่างอยู่พร้อมกับโอบไหล่ฉันเอาไว้อย่างปลอบประโลม
''ถ้ากูบอกว่ากูไหว ... มันก็ดูจะตอแหลไปใช่ป่ะ เหอะ ๆ''
ฉันพูดออกมาเบา ๆ พร้อมกับเค้นหัวเราะอย่างสมเพชตัวเองสุด ๆ
''มึงคุยกับพวกกูได้นะ ทุกเรื่องเลยกูสองคนอยู่ข้างมึงเสมอมึงก็น่าจะรู้ถ้ามึงอึดอัดหรือรู้สึกไม่โอเคมึงบอกพวกกูมาตรง ๆ ได้เลยไหม มึงไม่ได้ตัวคนเดียวนะ พวกกูรู้นะว่ามึงแม่งโลกส่วนตัวสูงชิบหายแต่มึงก็ยังยอมให้มันเข้ามาในชีวิตอ่ะ ทุกคนเป็นห่วงมึงนะพี่รุ้งเองก็เหมือนกัน ...''
เหมียวพูดออกมาพร้อมกับบีบมือฉันอย่างให้กำลังใจ ฉันเงยหน้าไปมองเหมีวกับส้มส้ม แค่เห็นหน้าพวกมันเท่านั้นแหละฉันที่เคยคิดว่าตัวเองทนได้ ฉันที่คิดว่าจะไม่ร้องไห้ออกมาง่าย ๆ ก็บ่อน้ำตาแตกทันทีเดือนร้อนพวกมันสองคนต้องรีบเข้ามากอดฉันเอาไว้แน่น ๆ
''ฮืออออ อีไหมมึงไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร''
เหมียวกอดฉันเอาไว้แน่นส่วนส้มส้มที่เห็นฉันร้องไห้ก็ถึงกับน้ำตาแตกตามฉันไปด้วย
''ฮึกกก กูไม่ไหวอ่ะ กูคิดว่ากูจะทนได้กูคิดว่ากูพอใจแล้วที่มันเป็นแบบนี้มาตลอดอ่ะ กูไม่เคยไม่มีความสุขเลยเวลาที่อยู่ด้วยกันแต่พอกูรู้สึกโลภขึ้นมามันก็เริ่มเจ็บมาเรื่อย ๆ กูเริ่มอยากให้เขาเป็นของกูคนเดียว กูเกลียดการที่ อึก ... ที่ต้องมารับรู้ว่าเขาไปเที่ยวอีกแล้วเขาลากผู้หญิงไปอีกแล้ว แรก ๆ มันก็ไม่อะไรเพราะกูรู้ดีว่ากูไม่สามารถหยุดเขาได้ ...''
''แต่พอมันมีวูบนึงที่กูรู้สึกไม่พอใจ กูเกลียดผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เขา ... พอความรู้สึกนี้มันปะทะขึ้นมาหลังจากนั้นมันก็หนักขึ้น ก็เริ่มเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ กูต้องคอยฟังคำพูดที่เขามักจะพูดกรอกหูกูอยู่ทุกวัน อย่าให้ใครรู้ อย่าให้ใครรู้ ทำไมวะ? เมื่อก่อนมันไม่เคยมีคำว่าทำไมเลย แต่หลังจากที่กูรู้แล้วว่ากูรู้สึกยังไง คำว่าทำไมแม่งผุดขึ้นมาทุกครั้งเลย''
ฉันพูดไปร้องไปจนส้มส้มต้องคอยลูบหลังให้ฉันใจเย็น
''กูแม่งโมโหทุกครั้งที่เห็นเวลามีใครมาวอแวเขาบ้าง กูอยากจะเดินเข้าไปแล้วตะโกนดัง ๆ ว่าเขาเป็นของกูอ่ะ''
''แน่นอนว่ากูก็ทำไมได้ ... เพราะถ้ากูทำแบบนั้นเมื่อไหร่ กูไม่มั่นใจเลยไม่เคยมั่นใจเลยสักครั้งว่าเขาจะยังอยู่กับกูเหมือนเดิมรึเปล่า''
''อยากร้องก็ร้องออกมาอีไหม ร้องออกมาให้หมดพวกกูขอโทษที่ไม่เคยรับรู้เลยว่ามึงเจ็บปวดขนาดไหน ขอโทษที่ไม่เคยถามเลยว่ามึงต้องเจอกับอะไรบ้าง ...''
ฉันที่ได้ยินเหมียวพูดแบบนั้นก็ถึงกับส่ายหน้ารัว ๆ
''ไม่หรอก กูรู้ดีว่าพวกมึงไม่อยากถามเพราะกลัวกูอึดอัดใจ''
''มึงนอนห้องกูนี่แหละคืนนี้ มึงด้วยอีเหมียว''
''เออ จะให้กูปล่อยมันอยู่กับสองคนก็ไม่ได้ป่ะเป็นห่วง''
ฉันเช็ดคราบน้ำตาหลังจากที่ส้มส้มกับเหมียวคุยกันเสร็จสรรพ
''มึง กูย้ายคอนโดดีมั้ย?''
คำพูดของฉันทำให้ทั้งคู่ตกใจอย่างหนักจนถึงกับพากันจ้องหน้าฉัน
''มึง มึงย้ายไปก็ต้องเจอมันที่มหา'ลัยอยู่ดี''
ส้มส้มพูดออกมาแบบนั้นฉันเลยได้แต่พ่นลมหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตก
''แต่เขาก็ไม่กล้ามาวุ่นวายกับกูตอนอยู่มหา'ลัยอ่ะ แต่ถ้ากูยังอยู่คอนโดเดิมเขาก็ต้องมาหากูอยู่ดี''
''อีไหม มึงมาอยู่กับกูก่อนก็ได้ สภาพนี้กูไม่ให้มึงอยู่คนเดียวหรอกนะเดี๋ยวไปขนพวกของจำเป็นมาก่อนก็ได้ อยู่ชั่วคราวช่วงนี้มึงก็จะได้ไม่ต้อเจอมันด้วย พักใจบ้างเถอะ''
ฉันมองส้มส้มที่เสนอทางออกให้ฉันแบบนั้นก่อนจะพยักหน้ารับทันที
''อยู่อีส้มนี่แหละมันไม่รู้ที่อยู่อีส้ม ถ้ามึงอยู่กับกูมันตามมึงเจอตั้งแต่คืนนี้เลยแหละ''
เหมียวเองก็เห็นด้วยกับส้มส้มเหมือนกัน
''มึงหิวมั้ย วันนี้คิดเยอะแล้วกินไรป่ะ?''
ส้มส้มเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นฉันนิ่งไปเพราะจมอยู่กับความคิดของตัวเองอีกแล้ว
''ไม่เอาอ่ะ อยากนอนมากกว่า''
ฉันตอบกลับไปพร้อมกับลุกขึ้นจากโซฟา คิดไว้แล้วว่าจะไปอาบน้ำนอน
''งั้นมึงไปอาบน้ำนอนก่อน เดี๋ยวกูกับอีส้มไปขนขอที่คอนโดให้''
เหมียวพูดพร้อมกับไล่ฉันให้ไปอาบน้ำ
''พวกมึงจะไปตอนนี้เนี่ย?''
ฉันถามออกไปอย่างงง ๆ พร้อมกับมองไปที่นาฬิกาที่แขวนอยู่ที่ผนัง
''เออ ตอนนี้แหละพรุ่งนี้เรียนบ่าย ๆ ได้อยู่''
เห้อ!~
''โอเค ฝากด้วยนะ ขอบคุณพวกมึงมากลำบากเพราะกู''
ฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะขอบคุณทั้งคู่กลับไป แน่นอนฉันรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ
''คิดมากน่า ไปอาบน้ำแล้วนอนพักซะ''
ส้มส้มตอบกลับมาพร้อมกับเดินมาดันหลังฉันให้เข้าห้องของมันไป ก่อนจากนั้นก็เดินกลับไปหาเหมียวก่อนจะพากันออกจากคอนโดไป
WinWin Talk
Saai Mai Condo's 23.56 น.
ผมนั่งอยู่ที่โซฟากลางห้องที่ผมมาบ่อยจนแทบจะกลายเป็นห้องตัวเอง โดยเฉพาะข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องสี่สิบเปอร์เซ็นต์มันคือข้าวของของผม ผมมองไปรอบ ๆ ห้องที่มืดสนิทเพราะผมไม่ได้เปิดไฟ ห้องที่ปกติก็เงียบอยู่แล้วเพราะคนตัวเล็กที่เป็นเจ้าของห้องมั้งจะทำอะไรเงียบ ๆ หรือมักจะอยู่เงียบ ๆ เสมอ เวลาที่ผมมาก็มักจะเจอไหมนั่งอยู่หนังคนเดียวหรือไม่ก็เปิดซีรีย์ในแมคบุ๊คเครื่องโปรด มันมักจะเป็นสิ่งที่ผมเห็นจนชินตา กลับเงียบสนิทเข้าไปอีก ทันทีที่ภาพที่คุ้นเคยผุดขึ้นมาในหัวอยู่ ๆ ผมก็รู้สึกเหงาขึ้นมา แล้วไหมจะรู้สึกเหงาแบบนี้ผมรู้สึกมั้ยวะ ...?
สายไหมที่ผมรู้จักแทบจะไม่ไปไหนเลย วัน ๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องเงียบ ๆ ส่วนสายไหมที่คนอื่นรู้จักผมเองก็ไม่รู้ว่ามันเหมือนกับที่ผมรู้จักรึเปล่า แต่เวลาเจอกันที่มหาวิทยาลัยผมกับไหมแทบจะไม่คุยกันเลย มากสุดก็คงจะแค่เดินสวนกันแล้วเหลือบมองกันนิดหน่อย มันมักจะเป็นแบบนี้มาเสมอ ...
แต่เวลาอยู่ข้างนอกผมมักจะหงุดหงิดใจตลอด หงุดหงิดทุกครั้งเวลาที่เผลอไปมองหรือว่าบังเอิญหันไปเจอไหมพูดคุยหรือยิ้มให้กับคนอื่น ... ทำไมผมไม่ใช่คนเดียวที่ได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสนั่น ความคิดนี้แม่งโผล่มาทุกครั้งเลย น่าหงุดหงิดชิบหาย
ติ๊ด ๆ ติ๊ด !
เสียงประตูห้องดังขึ้นผมหันไปมองทันที ก่อนที่ไฟห้องจะสว่างวาบขึ้นมาจนผมต้องหลี่ตาเพราะปรับโฟกัสไม่ทัน
''มาหาไหมหรอ?''
เหมียวที่ตกใจนิดหน่อยที่เจอผมแต่ก็แค่แปปเดียวเพราะเหมือนจะคิดไว้อยู่แล้วว่าผมจะต้องมาแน่ ๆ
''อือ ไหมอยู่ไหน?''
ผมถามออกไปทั้ง ๆ ที่คิดไว้แล้วว่าคงไม่ได้คำตอบ
''มันยังไม่พร้อมจะเจอมึงหรอกวิน ปล่อยมันไปก่อนได้มั้ยถือว่ากูขอ''
ส้มส้มพูดออกมาพร้อมกับมองผมด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังมาก ๆ
''หลบหน้าไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก บอกไหมมาเคลียร์กันดีกว่า''
ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบแบบที่ชอบทำประจำเวลารู้สึกหงุดหงิดหรือไม่สบายใจ
''เคลียร์อ่ะเคลียร์แน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ไงเข้าใจหน่อยดิ''
เหมียวพูดออกมาพร้อมกับท่าทางที่ดูจะหงุดหงิดพอสมควรเมื่อได้ยินผมพูดแบบนั้น
''งั้นก็บอกมาตอนนี้ไหมอยู่ไหน''
''มึงกูขอเลยนะ มึงไม่สงสารมันบ้างหรอวะ?''
ส้มส้มเลี่ยงที่จะตอบคำถามของผมแล้วเปลี่ยนประเด็นทันที
''ตอบแค่ว่าไหมอยู่ไหนก็พอ เรื่องอื่นกูตัดสินใจเอง''
ผมย้ำในสิ่งที่ต้องการจะรู้อีกครั้ง แต่เหมียวกลับเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องนอนของเจ้าของห้องแทนคล้ายกลับไม่อยากจะเสวนากับผม
''บอกไม่ได้หรอก ... มันไม่อยากเจอมึง ขอโทษด้วยพวกกูไม่ใช่มันที่จะทำตามคำพูดของมึงต้อย ๆ ถ้าอยากรู้ก็ไปหาเอาเอง''
พรึ่บ!
ส้มส้มพูดออกมาแบบนั้นก่อนจะเดินเฉียดไหล่ผมตามเหมียวไปบ้าง แต่แน่นอนคำพูดที่ส้มส้มพูดก็คือต้องการจะแดกดันให้ผมรู้สึกหงุดหงิดใจนั่นแหละ ...
ไม่บอกก็ไม่บอก ... ผมจะไปทำไรได้วะตอนนี้ ผมมันก็แค่ไอ้วินหน้าโง่แบบที่ไอ้พวกนั้นชอบด่านั่นแหละ เรื่องคนอื่นอ่ะเก่งนักแต่พอเป็นเรื่องตัวเองกลับโง่ทุกครั้ง เหอะ ๆ
