บทที่ 14 Chapter 14

Win Talk

K University 10.56 น.

''พวกมึงเห็นพวกไหมมั้ย?''

ผมที่เดินเข้าห้องเรียนมาแล้วตรงมาหาพวกเพื่อนผมที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่คลาสนี้เริ่มสิบเอ็ดโมงตรงจำนวนนักศึกษาในห้องก็มีเยอะพอสมควรแต่มองหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอคนที่ผมต้องการเจอเลยสักคน

''ใครอีเหมียวหรืออีส้มส้ม''

ไอ้ไทเกอร์ถามออกมาอย่างต้องการจะกวนประสาทผมเพราะรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างทั้งเมื่อวานและเมื่อคืน แต่สรรพนามที่มันเรียกเหมียวกับส้มส้มนี่แหละทำผมถึงกับมองแรงใส่มันทันที

''มึงสนิทกันขนาดไหนวะ?''

ผมถามออกไปเพราะไม่ค่อยแน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเพื่อนผมกับเพื่อนของสายไหม

''สนิทดิ ... เมื่อคืนแม่งมาดื่มกับพวกกูต่อยันสว่างวันนี้น่าจะไม่ไหวเอาจริง ๆ พวกกูก็จะไม่มาแล้วแหละแต่นะความเป็นคนดีของไอ้คิงก็คือลากพวกกูไปนอนด้วย อย่าเรียกว่านอนเลยไอ้เหี้ยงีบไม่ถึงสามชั่วโมงแม่ก็ไล่ปลุกพวกกูตื่น''

ผมขมวดคิ้วหมุนทันทีเมื่อได้ยินไอ้ไทเกอร์เล่าถึงเรื่องไปกินเหล้ากัน

''พวกไหมกลับไปร้านมึงหรอไอ้แซม''

ผมไม่ได้สนใจไอ้ไทเกอร์อีกแต่หันไปถามไอ้แซมพร้อมกับจ้องมันนิ่ง

''อือ กลับไปแต่ไหมไม่ได้ไปนะ''

''แม่งแดกกันยับเลยเดือดร้อนพวกกูต้องแบกไปส่งคอนโดอีกไอ้ชิบหาย อีเหมียวตัวเล็กนิดเดียวหนักอย่างกับช้าง''

ไอ้ไทเกอร์บ่นออกมาพร้อมกับหนวดแขนไปด้วยให้รู้ว่ามันปวดแขนเพราะแบกเหมียวไปส่ง

''ส่งคอนโดเหมียวหรอ?''

คำถามของผมที่เหมือนถามออกไปลอย ๆ แต่ก็ต้องการคำตอบนั่นแหละ

''คอนโดอีส้มอ่ะ ดีนะไหมอยู่นั่นพวกกูก็เลยไม่ต้องลำบากดูแลแม่งสองคนให้ไหมดูต่อ''

ผมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ...

''เป็นไรวะ ดูไม่ค่อยโอเค''

ไอ้คิงที่เห็นผมนั่งเงียบ ๆ ก็ถามขึ้นระหว่างที่กำลังเรียนอยู่

''ก็ไม่ไร ไม่มีไร''

ผมตอบกลับไปอย่างอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เพราะคิดไม่ตกว่าควรเอาไงดี ควรจะบอกพวกมันดีมั้ย

''ขนาดนี้แล้วอ่ะไอ้วิน มึงจะปิดให้ได้ไรขึ้นมาวะแต่ก็แล้วแต่นะกูก็ไม่ติดไรถ้ามึงจะไม่พูดหรือเล่าไรให้กูฟังเพราะมันก็เรื่องส่วนตัวของมึง''

ผมนิ่งฟังไอ้คิงพูดจนจบก่อนจะถอนหายใจออกเบา ๆ

''ไหมหลบหน้ากูว่ะ ไม่รู้ว่าหลบหรือแค่ยังไม่อยากเจอหน้ากูตอนนี้แต่ไหมไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนอ่ะ''

ผมเล่าให้มันฟังพร้อมกับมอหน้ามันด้วยท่าทางที่เครียดจัด

''กูถามก่อนว่ามึงแค่รู้สึกหวงเขาแบบหวงของเล่นหรือกำลังกลัว กลัวว่าเขาจะไปจากมึงจริง ๆ''

คำพูดของไอ้คิงทำให้ผมชะงักไปทันที ก่อนจะเบือนหน้าหนีเพราะไม่รู้จะตอบคำถามของมันยังไงเหมือนกัน

''มึงไม่ต้องตอบกูก็ได้ กลับไปคิดดูดี ๆ ก่อนว่าตอนนี้มึงคิดยังไงกันแน่ ถ้ามึงไม่รักเขามึงก็ปล่อยเขาไปแต่ถ้ามึงรักเขามึงก็บอกเขาไปตรง ๆ ส่วนเขาจะตัดสินใจยังไงมันก็สิทธิ์ของเขา ถ้าเขาอยากไปต่อกับมึง มึงก็แค่ทำอะไรให้มันถูกต้องสักที ...''

ผมยังคงนั่งนิ่งฟังไอ้คิงพูดจนจบ ทั้ง ๆ ที่สายตามันจ้องไปที่สไลด์หน้าห้องแต่ปากมันกลับพูดเรื่องผมไม่หยุด มันเพียงแค่เหลือบตามองผมหลังจากพูดจแค่นั้นแล้วก็กลับไปให้ความสนใจกับเนื้อหาบนสไลด์หน้าห้องต่อ ส่วนผมกลับจมอยู่กับความคิดตัวเองต่อไป ...

รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนเลิกคลาสเพราะไอ้ไทเกอร์เรียกผมนั่นแหละ

''สัส! เหม่อตั้งแต่ต้นจนจบคาบชิบหายหมดแล้ว''

ผมมองหน้ามันนิดหน่อยก่อนจะลุกขึ้นตามไอ้แซมแล้วเดินตามพวกมันออกไปบ้าง

Saai Mai Talk

K University 13.56 น.

''อีไหม มึงเลิกทำหน้าอมทุกข์สักที พวกกูนี่จะตายแล้วโดนมึงลากมาเรียนทั้ง ๆ ที่ยังแฮงค์เนี่ย''

เหมียวบนพร้อมกับทำหน้ายุ่งใส่ฉัน

''แล้วใครใช้ให้มึงสองคนไปกินเหล้าต่อยันสว่าง บอกกูว่าไปขนของให้กู ดีเนาะรู้ตัวอีกทีกูต้องมานั่งเช็ดอ้วกพวกมึงเนี่ย''

ฉันสวนกลับไปพร้อมกับมองหน้าพวกมันนิ่ง ๆ อย่างเอาเรื่อง

''แหะ ๆ ก็นิดนึงไงไหมมม นี่เพื่อนเอง''

ส้มส้มที่เห็นฉันกำลังจะเหวี่ยงก็รีบเข้ามาเกาะแขนแล้ววอแวฉันทันทีอย่างรู้งาน

''ประจำแหละพวกมึงอ่ะ แบบนี้ตลอด''

ฉันฟาดแขนทั้งคู่ไปคนละทีก่อนจะเดินเข้าคณะนี่ตอนโดดเรียนคาบเช้าเพราะพวกมันสองคนตื่นไม่ไหวนี่แหละ เห้อออ

''รอด้วยยยยย อีไหมมมม''

เหมียวกับส้มส้มตะโกนโหวกเหวกโวยวายวิ่งตามฉันมา ไม่ได้อายสายตาชาวบ้านเลยจริง ๆ พวกมันสองคน

''ไหม ไหมครับ สายไหม!''

ฉันหยุดเดินแล้วหันไปมองทางต้นเสียงที่ตะโกนเรียกฉันไม่หยุด

''ว่าไงยุกต์?''

ฉันถามกลับไปพร้อมกับส่งยิ้มจาง ๆ ไปให้

''เอ่อ ... เป็นไรรึเปล่าทำไมตาบวมแบบนี้อ่ะ''

ยุกต์ตกใจนิดหน่อยที่เห็นสภาพฉันวันนี้

''ดูซีรีย์อ่ะ ร้องตามตลกใช่ป่ะ?''

ฉันโกหกคำโตเลยแหละ แต่คนตรงหน้ากับพยักหน้ารับรัว ๆ

''ถึงว่าเราไลน์หาไม่ตอบเลย''

ฉันขมวดคิ้วนิดหน่อยกับคำพูดที่ได้ยิน ก่อนจะล้วงโทรศัพท์แล้วหยิบมาดูก็พบว่าฉันดันปิดเครื่องตั้งแต่เมื่อคืน

''ขอโทษ ๆ เมื่อคืนเราปิดเครื่องอ่ะ ยังไม่ได้เปิดเลยเนี่ย''

ฉันตอบพร้อมกับชูโทรศัพท์ให้เขาดู

''จีบกันไม่เกรงใจคนโสดเลยน้าาาา''

เหมียวกับส้มส้มที่เดินตามมาแซวขึ้นพร้อมกับมองยุกต์อย่างล้อเลียน

''มึงสองคนอย่าแกล้งยุกต์ได้ป่ะ หูแดงหมดแล้ว''

ฉันที่เห็นอาการของนตรงหน้าที่ตอนนี้เกาท้ายทอยแก้เก้อ ก็หันไปด่าเพื่อนตัวเองทันที

''อ่ะ ๆ ไม่แกล้งแล้วไปหาไรกินเถอะกูหิวแล้วอีไหม วันนี้เลิกถึงทุ่มนะมึงอย่าลืม''

ฉันถอนหายใจใส่พวกมันสองคนทันทีก่อนจะหันมาหายุกต์ที่ยืนฟังอยู่

''ไปด้วยกันมั้ยหรือว่ามีเรียนต่อ?''

ฉันชวนคนตรงหน้าออกไป เขาก็พยักหน้ารับรัว ๆ เป็นการตอบตกลง

''จริง ๆ เรากะจะมาชวนไหมไปดูหนังอ่ะ แต่ว่าไหมเลิกค่ำเลย แหะ ๆ เราไม่รู้''

ฉันมองคนที่หัวเราะแก้เก้อ ก่อนจะส่งยิ้มให้เขานิดหน่อย

''จริง ๆ ไปก็ได้ ยุกต์รอได้มั้ยล่ะแต่ไหมเลิกทุ่มเลยนะ''

''รอได้ รอได้ครับคอนโดยุกต์อยู่แถว ม. เองถ้าไหมเลิกยุกต์มารับก็ได้''

''อีไหม!! แปปนะยุกต์''

พรึ่บ!

เหมียวที่ยืนฟังอยู่แทรกขึ้นมาก่อนจะลากแขนฉันออกมาจากตรงนั้นเพื่อเลี่ยงที่จะให้ยุกต์ได้ยินบทสนทนาของฉันกับมัน โดยทิ้งให้ส้มส้มยินเป็นเพื่อนเขาไว้คนเดียว

''อะไรมึงเนี่ยเหมียว''

ฉันถามออกไปอย่างสับสนที่มันทำแบบนี้

''มึงคิดจะทำไรเนี่ยอีไหม?''

''ทำไร? งง?''

งงจริง ๆ มึนมากตอนนี้ คือไม่เข้าใจ

''มึงกำลังให้ความหวังยุกต์ มึงไม่ชอบมึงก็อย่าทำแบบนี้''

''เห้ยมึงคิดไปถึงไหน เพื่อนกันมึงผู้หญิงกับผู้ชายมันเป็นเพื่อนกันได้นะมึง ยุกต์เป็นคนดีมึงก็รู้กูไม่ทำให้เขาต้องมาเจ็บปวดหรอก ...''

เหมียวนิ่งไปนิดหน่อยหลังจากที่ได้ฟังคำพูดของฉัน

''งั้นมึงก็เคลียร์กับยุกต์ไปตรง ๆ ว่ามึงให้ได้แค่ไหน''

ฉันพยักหน้ารับคำเหมียวทันที ก่อนจะเดินกลับไปหาส้มส้มกับยุกต์ที่ยืนมองอยู่

''ไปกินข้าวกัน ...''

บทก่อนหน้า
บทถัดไป