บทที่ 15 Chapter 15

Win Talk

Win Condo's 22.56 น.

ตู๊ดดดดดด ตู๊ดดดดดดด ตู๊ดดด ติ๊ด!!

ปลายสายถูกตัดไปอีกครั้งเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้เพราะไม่มีการตอบรับจากปลายสาย ผมจ้องหน้าจอที่แสดงรายการโทรนิ่ง ๆ อีกครั้งก่อนจะกดโทรออกอีกรอบ เพราะหวังว่าปลายสายจะยอมกดรับสายในครั้งต่อไป

พรึ่บ!

''พอไอ้สัส โทรทำเหี้ยไรหนักหนาเดี๋ยวเขาได้รำคาญมึงจริง ๆ หรอก''

ไอ้แซมที่เห็นผมกดโทรออกอีกครั้งก็แบกโทรศัพท์ในมือผมไปแล้วกดตัดสายทันทีก่อนจะหันมาด่าผมอย่างหัวเสีย

''เอาโทรศัพท์กูมา กูจะโทรหาไหม''

''มึงเป็นไรกับเขา ถึงมีหน้าไปโทรจิกเขา''

มือที่กำลังจะเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์จากมือไอ้แซมหยุดชะงักไปทันทีเมื่อไอ้คิงพูดแทรกขึ้นมากลางวง

''เบาหน่อยไอ้คิง''

ไอ้แซมที่ได้ยินก็หันไปพูดกับไอ้คิง

''ช่างเหอะ เรื่องจริงนี่ที่มันพูด''

ผมที่ไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเถียงกันเพราะเรื่องโง่ ๆ ของผม ผมก็เลยแทรกขึ้นทำให้พวกมันหยุดมองหน้ากันแล้วหันมามองผมแทน

''มึงเนี่ยนะไอ้วิน คอนโด XXXX คอนโดอีส้มถ้าอยากเจอเขาก็ไปที่นั่น''

ไอ้ไทเกอร์ถอนหายใจออกมาก่อนจะบอกชื่อคอนโดของส้มส้มกับผม ทำให้ให้ไอ้คิงและไอ้แซมหันไปมองมันอย่างตกใจ

''มึงรับปากไหมแล้วนะว่าจะไม่บอก''

ไอ้แซมถามไอ้ไทเกอร์ออกไปอย่างไม่พอใจ

''มึงดูสภาพมันเดี๋ยวก็เละเทะแบบพวกเราอ่ะ มึงก็รู้ทะเลาะกับเมียมันชิบหายแค่ไหน''

''ไหมไม่ใช่เมียมันไง ประเด็น!!''

ไอ้คิงสวนไอ้ไทเกอร์กลับไปทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทันที

''ไหมเป็นเมียกู ไหมเป็นของกู ขอบคุณมากไอ้เกอร์ที่บอกกู ขอบคุณพวกมึงเหมือนกันที่เตือนสติกูแล้วก็ช่วยทำให้กูชัดเจนขึ้น''

ผมผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ก่อนจะพูดออกไปแบบนั้นหลังจากที่ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบไปพักใหญ่เพราะคำพูดของไอ้คิง

''รู้ตัวสักทีนะมึง รักเขาชิบหายเสือกโง่ไม่กล้า''

ไอ้แซมที่ได้ยินผมพูดแบบนั้นก็กระตุกยิ้มออกมาอย่างพอใจก่อนจะลุกขึ้นตบบ่าผมเบา ๆ

''ไปตามที่ไอ้ไทเกอร์บอกอ่ะ แล้วคุยกันดี ๆ''

ไอ้คิงยื่นกุญแจรถผมที่วางอยู่บนโต๊ะส่งมาให้ผมพร้อมกับพูดกับผมเบา ๆ ผมพยักหน้ารับคำพวกมันก่อนจะหุนหันออกจากคอนโดอย่างรวดเร็ว

Saai Mai Talk

Somsom Condo's 23.20 น.

''ขอบคุณสำหรับหนังแล้วก็อาหารนะ เนี่ยเราขอเลี้ยงข้าวยุกต์ก็ไม่ยอมอ่ะ''

ฉันยืนพูดกับยุกต์อยู่หน้าคอนโดส้มส้มหลังจากดูหนังเสร็จยุกต์ก็ชวนฉันไปทานข้าวต่อก่อนจะขับรถมาส่งฉันที่นี่ กว่าหนังจะจบก็ดึกแล้วเลยจบที่ร้านอาหารแถวคอนโดส้มส้มนี่แหละที่ยังเปิดอยู่

''ไม่เป็นไรครับ เต็มใจ''

ฉันส่งยิ้มกลับไปใหยุกต์นิดหน่อยเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น

''ยุกต์ คือเรารู้นะว่ายุกต์คิดยังไงแต่ ...''

''ไหมครับ''

ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไรยุกต์ก็แทรกขึ้นมาซะก่อน

''หือ?''

''ยุกต์ขอพูดก่อนได้มั้ย?''

ฉันพยักหน้ารับเป็นการตอบตกลงและอนุญาตให้เขาพูดก่อนตามคำขอ

''ไหมไม่ร้องไห้เพราะเขาแล้วได้มั้ย? หรือถ้าไหมอยากร้องไห้ก็มาร้องกับยุกต์แทนก็ได้อย่าเจ็บปวดคนเดียวอีกเลยนะ ยุกต์เองก็ไม่รู้หรอกนะว่าระหว่างเขากับไหมคืออะไร''

''ยุกต์รู้หรอ?''

ฉันถามแทรกออกไปพร้อมกับขมวดคิ้วพันกันจนยุ่งเมื่อกำลังประมวลผลกับคำพูดของคนตรงหน้า

''ครับ ... คอนโดเดียวกันแต่ยุกต์ไม่ได้บอกใครนะ พอถามไอ้บูมมันบอกว่าไหมไม่มีใคร ยุกต์ก็พอจะเดาได้ว่าคงไม่มีใครรู้หรือไม่ก็มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูด''

''ขอบคุณนะที่ไม่ได้บอกใคร''

คนตรงหน้าพยักหน้ารับเบา ๆ

''ถ้ายุกต์จะขอโอกาสจากไหมมันพอจะมีโอกาสบ้างมั้ย?''

ฉันเงียบไปทันทีหลังจากที่ได้ยินคำพูดนั้นจากปากของเขา

''ก็พอจะรู้ว่าไม่มีแต่ก็ยังอยากจะลองอยู่ดี ตลกเนาะ''

คนตรงหน้าที่เห็นฉันเงียบก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

''ไม่ ๆ ไม่ได้ตลก ยังไงดีล่ะ ... ยุกต์เป็นคนดีนะแล้วเราก็คิดว่ายุกต์จะต้องเจอคนที่ดีพร้อมกว่าเราอ่ะ เราไม่อยากดึงยุกต์เข้ามาในวงโคจรหรือวังวนที่เจ็บปวดแบบเรา''

''แล้วมีใครบอกหรอว่าไหมไม่ดี ไหมดีพอเชื่อยุกต์นะ สำหรับยุกต์แล้วถ้าการที่ชอบไหมแล้วอยากดูแลนั่นก็หมายความว่ายุกต์คิดแบบนั้นจริง ๆ แล้วที่ขอโอกาสก็อยากจะลองดู ถ้ามันจะจบหรือว่าสุดท้ายไหมจะไม่เลือกก็ให้ยุกต์ได้เป็นคนได้เรียนรู้ความเจ็บปวดเองได้มั้ย? การที่ยุกต์ขอเข้าไปในชีวิตไหมก็หมายความว่ายุกต์พร้อมนะ ... ถ้าสุดท้ายไหมจะยังเลือกเขา ถ้าวันนั้นมาถึงยุกต์ก็จะยังเป็นคนที่แสดงความยินดีกับไหมอย่างจริงใจ''

อยู่ ๆ ความคิดนึงก็ผุดขึ้นมาในหัวของฉัน ...

ทำไม ทำไมมันถึงไม่เป็นคนตรงหน้าฉันนะถ้าเป็นยุกต์ฉันจะไม่มีวันเจ็บปวดแบบนี้

''เราไม่อยากให้ยุกต์มาเสียเวลากับเรา''

''มันคือการเรียนรู้ต่างหากล่ะ อย่าคิดว่าเสียเวลาเลย''

''เป็นคนดีจังเลยนะเราอ่ะ ...''

ฉันพูดออกไปยิ้ม ๆ เมื่อคนตรงหน้าตอบกลับมาพร้อมกับยิ้มกว้างใส่ฉัน

''ไอ้บูมชอบไล่ให้ไปบวช ตอนแรกก็ไม่คิดหรอกแต่พอไหมพูดบ้างหรือเราจะไปบวชดีนะ ดีขนาดนี้เธอยังไม่เลือกเลย''

ฉันหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำพูดติดตลอดของคนตรงหน้า

''หัวเราะแล้ว ดีจัง''

''หือ?''

''ก็ไหมหัวเราะแล้ว วันนี้ยิ้มน้อยมากกว่าทุกวันเลยนะถึงปกติจะยิ้มน้อยอยู่แล้วก็เถอะ''

ฉันขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินคำพูดแบบนี้

''มาสังเกตุอะไรเราขนาดนั้นอ่ะ''

''ก็ถ้าไหมเลือกหันไปมองแต่เขา ไหมก็จะเห็นเองแหละว่าเราอยู่ตรงไหน''

ให้ตายเถอะ ...อย่าดีมากไปกว่านี้

''ขอโทษนะ''

''ไถ่โทษด้วยการให้โอกาสเราได้มั้ยครับ''

ทำไมต้องเป็นเราด้วยนะยุกต์ ไม่ควรเลย ... ฉันยืนจ้องหน้าคนตรงหน้าเพราะไม่รู้จะพูดอะไรเลย

''เรากลัวว่าสุดท้ายแล้วเราจะเป็นคนทำให้ยุกต์เสียเวลาแล้วก็เจ็บปวด''

''เรารอเก่งนะครับ รอเก่งมาก ๆ เผื่อไหมไม่รู้ ... รอมาสี่ปีแล้วนะครับ ตั้งแต่วันรายงานตัวตอนปีหนึ่ง แต่เราพลาดเองที่ไม่กล้าเข้าหาไหม จนสุดท้ายก็ทำได้แค่แอบมองมาเรื่อย ๆ''

น้ำตาฉันไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่หลังจากที่ได้ฟังคำสารภาพที่เรียบง่ายแต่อบอุ่นของเขา

''นิสัยไม่ดีเลยใช่มั้ยยุกต์อ่ะ ห้ามให้ไหมร้องไห้เพราะเขาแต่ทำไหมร้องไห้ซะเอง ขออนุญาตนะ''

หมับ!!

จบคำพูดนั้นคนตัวโตตรงหน้าก็ขยับเข้ามาใกล้ ๆ แล้วคว้าฉันไปกอดเอาไว้แน่น

''เคยอยากทำแบบนี้มาตลอดเลย เวลาเห็นไหมแอบไปนั่งร้องไห้ที่ลานจอดรถข้างคอนโดเราอยากเข้าไปปลอบจะแย่ วันนี้ทำได้แล้วรู้สึกดีเหมือนกันแหะ ...''

''อย่าเป็นคนดีมากจะได้มั้ย เรารู้สึกแย่มาก ๆ''

''งั้นให้โอกาสกันได้มั้ยครับ ... เป็นคนดีแล้วก็ควรได้อะไรตอบแทนบ้างนะ''

พระเจ้าใจร้ายจังนะที่ทำให้คนดี ๆ แบบนี้ต้องเสียใจ แต่คนที่ใจร้ายกว่าพระเจ้า คือตัวฉันเองรึเปล่า ...

Win Talk

พรึ่บ ...

ผมหันหลังกลับแล้วเดินไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกลก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกจากคอนโดของส้มส้มอย่างรวดเร็ว ภาพที่ผมเห็นทำเอาตัวผมชาวาบไปหมด ความรู้สึกที่ผมคิดว่ามันไม่เคยชัดเจนวันนี้กลับชัดเจนขึ้นมาจนใจผมปวดหนึบไปหมด ...

ความรู้สึกเจ็บปวดที่ผมรู้สึกตอนนี้ไหมเองก็คงจะรู้สึกเหมือนกันใช่มั้ยเวลาที่เห็นผมไปวุ่นวายหรือหายไปกับผู้หญิงคนอื่น แค่ผมเห็นไหมกอดกับเพื่อนไอ้บูมแค่นี้ผมยังรับไม่ไหวเลย ใช่ ... ผมกำลังเจ็บปวดแล้วก็เสียใจ ความรู้สึกหึงหวงที่เกิดขึ้นทำเอาผมแทบอยากจะพุ่งเข้าไปกระชากไอ้เวนนั่นออกจากตัวไหม แต่ผมไม่มีสิทธิ์

ไหมทนได้ยังไง ?

ที่ผ่านมาเจ็บปวดขนาดไหน? ผมเป็นไอ้โง่ที่ไม่เคยรู้อะไรเลย โง่แบบที่พวกเพื่อนของผมพูดจริง ๆ ด้วย

''กูเหมือนจะมาช้าไป ...''

หลังจากขับรถออกมาได้ผมก็กดโทรหาไอ้คิงคนแรก รอสายไม่นานปลายสายก็กดรับสายยังไม่ทันที่มันจะได้พูดอะไรผมก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

''มึงอยู่ไหน เดี๋ยวพวกกูไปหา''

ไอ้คิงก็คือไอ้คิง ไม่ต้องพูดอะไรมากมันก็ประมวลผลได้แทบจะทันที

''ไปร้านไอ้แซมได้มั้ยกูกำลังไป''

''อือ ขับรถดี ๆ ใจเย็น''

''อือ''

ติ๊ด!

i watch your troubled eyes as you rest, and i fall in love with every breath

wonder if those eyes are really shut, and am i the one you're dreaming of?

- this is what it takes : shawn medes -

บทก่อนหน้า
บทถัดไป