บทที่ 17 Chapter 17
TWO WEEK LATER
Saai Mai Talk
K University คณะวิศวะกรรมศาสตร์ 13.33 น.
''มึง เหมียวโว๊ยยยย''
เสียไทเกอร์เรียกเหมียวจากหลังห้องมาหน้าห้องทำให้พวกฉันและเพื่อนในคลาสหันไปมองกันหมด
''อะไรวะ? มันเรียกมึงไมอีเหมียว''
ส้มส้มถามออกมาพร้อมกับมองเหมียวอย่างสงสัย
''เรื่องโปรเจคจบไงนัดกันทำงาน พวกมึงลืมหรอโปรเจคจบแบบกลุ่ม เราอยู่กับพวกมัน''
อ่า ...
''ชิบหายแน่นอน''
ส้มส้มพูดออกมาพร้อมกับเหลือบตามองหน้าฉัน ชิบหายในความหมายของส้มส้มไม่ใช่งานนะแน่นอนว่ามันจะต้องออกมาดีที่สุด แต่ชิบหายในที่นี้น่าจะหมายถึงบรรยากาศในการทำงานมากกว่า ...
ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาสองอาทิตย์กว่า ๆ แล้วที่เขาไม่พูดหรือไม่คุยกับฉันอีกเลย ไม่มีการโทรหา ไม่มีการไลน์มา หรือไม่มีการสั่งให้ฉันไปหา ระหว่างฉันกับเขาเหมือนกลับไปเป็นเหมือนวันแรกที่ไม่รู้จักกันมาก่อนงั้นแหละ
''ไปเหอะ กูนัดพวกแม่งทำงานที่หอสมุดกลาง''
''ไปนัดตอนไหนวะ?''
ส้มส้มถามออกไปอย่างตกใจที่เหมียวพูดออกมาแบบนั้น
''เมื่อเช้าไงอีผี มาสายแบบมึงมีสิทธิ์ถามไรแบบนี้หรอ? ไปได้แล้วกวักมือยิก ๆ แล้ว''
คำพูดของเหมียวทำให้ส้มส้มได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ เพราะกลัวโดนด่า
''มึง เดี๋ยวกูตามไปได้มั้ยพอดีนัดยุกต์ไว้อ่ะกูไม่รู้อ่ะว่ามึงนัดเพื่อนทำงาน โทษที''
เหมียวมองหน้าฉันนิดหน่อยก่อนจะยักหน้าเข้าใจ
''ตามมาแล้วกัน น่าจะยันเย็นอ่ะมึงจะไปไหนรึเปล่าล่ะ?''
เหมียวถามกลับมาอีกครั้ง
''คงไม่ไปไหนแล้วอ่ะ น่าจะหาไรกินเดี๋ยวกูบอกยุกต์ว่าต้องไปทำงาน''
ฉันตอบกลับไปก่อนจะโบกไม้โบกมือให้ทั้งคู่แล้วเดินออกจากห้องมาทันที
Yuk Talk
''รอนานมั้ย?''
ผมเงยหน้าจากจอโทรศัพท์ที่กำลังนั่งเลื่อนดูอะไรเรื่อยเปื่อยในไอจีระหว่างรอคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมนี่แหละ
''ไม่ครับ เธอเพิ่งเลิกหรอ?''
ผมตอบกลับไปพร้อมกับส่งยิ้มไปให้ สรรพนามที่ผมเรียกไหมเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากที่ไหมตกลงจะคุย ๆ กับผมตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว ผมกับไหมเจอกันบ่อยขึ้นคุยกันมากขึ้น จากคนที่เคยเอาแต่มองดูห่าง ๆ อย่างผม ขยับมาได้ขนาดนี้ก็ดีมากแล้ว ...
''อื้อออ ยุกต์กินไรยังอ่ะ คือดูหนังวันนี้เลื่อนไปก่อนได้มั้ย?''
ผมขมวดคิ้วหมุนทันที่เมื่อได้ยินแบบนั้น จริง ๆ ผมกับไหมมีนัดไปดูหนังกันเย็นนี้
''มีอะไรรึป่าว?''
''เพื่อนไหมมันนัดกันทำโปรเจคจบอ่ะ ไหมไม่รู้เพิ่งรู้เมื่อกี้ขอโทษนะยุกต์''
ผมส่งยิ้มกลับไปพร้อมกับพยักหน้าเข้าใจ
''ไม่เห็นเป็นไรเลย เลื่อนก็ได้ไว้ว่างค่อยไปดูแล้วทำไมเธอไม่โทรบอกล่ะจะลงมาหาเราทำไม''
ผมย้อนถามกลับไปพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งรออยู่
''ก็จะชวนไปหาไรกินก่อน มารอไหมไม่ยอมไปกินข้าวก่อนแน่นอนยุกต์อ่ะ''
''ทำไมเธอรู้ดีจังอ่ะ อย่าสังเกตุเราบ่อยสิ''
ผมตอบกลับไปยิ้ม ๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าป้าที่มีพวกเอกสารและหนังสือเรียนที่คนตัวเล็กสะพายอยู่มาถือให้อย่างเคยชิน
''ก็มันจริง ไปกินข้าวกันเดี๋ยวไหมต้องไปห้องสมุดต่อ''
''เราไปด้วยได้ป่ะ? ไม่รู้จะไปไหนอ่ะไม่มีเรียนแล้ว สัญญาเลยว่าจะไม่กวนครับ''
คนตัวเล็กตรงหน้ามองหน้าผมนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้ารับ
''โอเค ไปก็ไป''
Saai Mai Talk
K University LIBRARY OF UNIVERSITY 14.23 น.
''โทษทีมาช้า''
ฉันกับยุกต์เดินเข้ามาบริเวณห้องสมุดก่อนจะตรงมาโซนที่เหมียวไลน์มาบอกว่านั่งตรงไหนกัน
''หวัดดีทุกคน''
ยุกต์ทักเพื่อนของฉันแล้วก็พวกเพื่อนของเขาที่เงยหน้ามามองฉันกับยุกต์ แต่มีคนนึงที่ไม่ได้หันมาสนใจหรือว่าตอบรับคำทักทายจากฉันหรือว่ายุกต์ แต่ก็นั่นแหละฉันเลือกที่จะไม่สนใจแล้วเดินไปนั่งลงตรงที่ที่ว่างอยู่พร้อมกับยุกต์
''ไหมมึงหาข้อมูลให้หน่อย ตามหัวข้อที่มึงลิสให้กูวันก่อนอ่ะเหลืออีกไม่กี่อย่าง''
ส้มส้มยื่นสมุดจดงานของตัวเองมาให้ฉันแล้วหันไปหาข้อมูลในหนังสือเล่มหนาที่ไปหยิบหยิบมาจากสักที่ในห้องสมุดนี่แหละ จริง ๆ บนโต๊ะนี่เต็มไปด้วยชีท เอกสารแล้วก็หนังสือต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโปรเจคทั้งหมดจนแทบจะทับหัวตายอยู่แล้ว
''เค แบ่งงานแล้วหรอ?''
ฉันรับคำพร้อมกับมองไปที่ทุกคนที่ดูเหมือนจะหัวหมุนพอสมควร
''แบ่งแล้ว เดี๋ยวนัดอีกทีว่าจะเริ่มประกอบเครื่องวันไหน''
ฉันมองคิงที่พูดขึ้นก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ เอาจริงส่วนนั้นน่าจะสุดท้ายเลยเอาเล่มโปรเจคให้เสร็จก่อนเถอะ
''พวกข้อมูลเดี๋ยวกูเรียบเรียงเองแล้วค่อยมาแบ่งกันไปจัดการ''
เหมียวพูดทั้ง ๆ ที่ยังไม่เงยหน้าจากกองหนังสือฉันเลยเลิกกวนทุกคนแล้วหันมาดูงานตัวเองต่อ
''เธอ เราช่วยมา''
ฉันหันไปมองยุกต์นิดหน่อยก่อนจะพยักหน้ารับแล้วดันพวกเอกสารข้อมูลต่าง ๆ ให้เขาไป
''เดี๋ยวไหมขอไปหาหนังสือก่อนยุกต์รอนี่แหละ''
ฉันพูดก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหาพวกหนังสือที่ต้องใช้ทันที
Win Talk
ครืดดดดด
เสียงดันเก้าอี้ผมดังขี้นท่ามกลางความเงียบของห้องสมุดทำให้พวกเพื่อนของผมแล้วก็พวกเพื่อน ๆ ที่นั่งด้วยกันหันมามองผมเป็นตาเดียว
''โทษ จะไปหาหนังสือเพิ่ม''
ผมขอโทษออกไปเบา ๆ เมื่อรู้ตัวว่าเผลอทำเสียงดังเกินไปก่อนจะเดินไปตามทางที่คนตัวเล็กเดินหายไปสักพักใหญ่แล้ว
ห้องสมุดมันเงียบจนผมได้ยินเสียงรองเท้าผ้าใบคู่โปรดดังเป็นจังหวะอย่างชัดเจน เดินมาได้ไม่ไกลจากโต๊ะเท่าไหร่ก็เจอคนตัวเล็กที่โผล่มาในหัวผมตลอดเวลายืนเลือกหนังสืออยู่ที่ชั้นที่สูงเกือบจะติดเพดานนั่น ภาพที่เห็นสำหรับคนอื่นอาจจะธรรมดาหรือไม่ได้น่าตื่นเต้น แต่สำหรับผมมันเป็นภาพที่สวยมาก ... ใบหน้าเล็กนั่นไม่มีส่วนไหนที่ไม่สวยเลยให้ตายเถอะ
รู้ตัวอีกทีผมก็เดินเข้าไปใกล้จนคนที่ยืนเลือกหนังสือรู้สึกตัวแล้วหันมามองผมนิดหน่อย แค่นิดเดียวแล้วกลับไปสนใจหนังสือในมือต่อทำเหมือนผมไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยอย่างนั้นแหละ
''ผอมลงนะ ...''
ผมพูดขึ้นมาเบา ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เงยหน้าจากหนังสือในมือที่หยิบออกมาดู แต่คำพูดของผมทำให้คนตัวเล็กข้าง ๆ ชะงักแล้วหันมามองผม ผมที่รู้สึกว่ากำลังถูกจ้องเลยตัดสินใจหันไปมองหน้าคนข้าง ๆ ตรง ๆ
''ไม่ได้คุยกันเลย คิดถึงชิบหายเลยว่ะ''
ผมพูดออกไปตามที่คิดเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนั่นยังเอาแต่มองหน้าผมไม่หยุด
''ตอนแรกคิดว่ามันจะไม่เป็นไร แต่พอเห็นมันอยู่กับไหมแล้วรู้ได้ทันทีเลยว่าโคตรเห็นแก่ตัวเลยที่ไม่อยากให้ใครได้ไหมไป คิดถึงขั้นอยากเข้าไปกระชากมันให้ห่างจากไหมเลย น่าสมเพชชิบหาย''
คนตัวเล็กนั่นยังคงจ้องผมไม่หยุดหลังจากที่ผมพูดในสิ่งที่คิดออกไป ความคิดและคำพูดของผมแม่งโคตรเห็นแก่ตัวเลยว่าป่ะ ทุเรศชิบหายเลยแม่ง!!
''ถ้าพูดจบแล้ว ขอตัวนะ''
หมับ!
คนตัวเล็กที่ยืนฟังผมพูดจนจบก็พูดขึ้นมาแบบนั้นแล้วทำท่าจะเดินหนีผมไป แต่ครั้งนี้มือผมมันดันทำตามความคิดที่ว่าจะไม่ปล่อยให้คนในอ้อมกอดตอนนี้หายไปอีกแล้ว
''วินปล่อย!''
''ขอร้องล่ะไหม ไม่เอาแบบนี้ได้มั้ย?''
ผมคว้าคนตัวเล็กนั่นมากอดจากด้านหลังพร้อมกับซุกหน้าลงกับซอกคออย่างเคยชินก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ กลิ่นที่คุ้นเคยแม่งทำให้ผมแทบคลั่ง รู้ตัวเลยว่าผมโหยหากลิ่นนี้ขนาดไหน
''วิน อย่าทำแบบนี้ได้มั้ย มันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย''
''ไหมให้โอกาสมันได้ ทำไมไหมไม่คิดจะให้โอกาสวินบ้างวะ?''
ผมตอบกลับไปทั้ง ๆ ไม่ยอมปล่อยแถมยังรัดเอวคนตัวเล็กนั่นเอาไว้จนแน่น
''ทำไมคิดแบบนั้นอ่ะ?''
''สี่ปีที่ผ่านมา มันยังไม่พออีกหรอ ...? ถ้าเรื่องของเรามันจะไปต่อได้อ่ะ ทำไมสี่ปีผ่านมาแล้วมันยังย่ำอยู่ที่เดิมล่ะ แถมตอนนี้มันยังถอยหลังกลับไปที่เดิม เหมือนเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน วินตอบไหมได้มั้ย?''
ผมนิ่งไปทันทีที่ได้ยินก่อนจะค่อย ๆ คลายอ้อมกอดออกแล้วหมุนตัวคนตัวเล็กนั่นให้หันมาเผชิญหน้ากันตรง ๆ
''เริ่มกันใหม่ได้มั้ย? วินสัญญาจะทำให้ดีกว่าเดิม ได้มั้ยครับ ...''
