บทที่ 18 Chapter 18

Yuk Talk

K University LIBRARY OF UNIVERSITY 15.11 น.

''เริ่มกันใหม่ได้มั้ย? วินสัญญาจะทำให้ดีกว่าเดิม ได้มั้ยครับ ...''

''ไหมครับ ...''

พรึ่บ!

เสียงผมทำให้คนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายที่เอาแต่ทำให้นตัวเล็กนั่นเจ็บช้ำมาตลอดนั่นตกใจรีบผละออกจากกันแล้วหันมามองผมอย่างตกใจ

''ยุกต์''

''เธอเดินมาหาเรา''

ผมพูดออกไปทั้ง ๆ ที่ยังยืนอยู่ที่เดิน เป็นครั้งแรกที่ผมเอ่ยปากสั่งคนตัวเล็กนั่นที่หันมามองผมสลับกับคนที่จับข้อมือเล็กนั่นเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

''วิน ... ปล่อยเราก่อน''

ผมมองการกระทำทั้งหมดของคนสองคนนิ่ง ๆโดยที่ไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงแค่ยืนรอคนตัวเล็กนั่นอยู่ที่เดิมเหมือนที่เคยทำมาตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีความสุขมาก ก็อย่างที่บอกความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอจริง ๆ มันก็ออกจะเร็วไป

แต่ผมก็รู้ว่าตลอดว่าใครที่อยู่ในใจของไหมและแน่นอนว่ามันไม่ใช่ผม ถึงเวลาอยู่ด้วยกันไหมจะยิ้มหรือหัวเราะแต่สายตาที่ไหมแสดงออกมามันไม่ได้แฮปปี้หรือสนุกแบบที่เห็น สายตาของไหมมันไม่ได้มีไว้สำหรับผม รอยยิ้มของไหมก็เหมือนกันมันไม่ได้มีไว้เพื่อผม ข้อนี้ผมรู้ดีแต่ก็ยังดื้อดึงที่จะเอาตัวเข้าไปใกล้ไหมมากกว่าเดิม

''ไม่ไปกับมันได้มั้ย?''

เสียงวินพูดพร้อมกับมองไหมด้วยสายตาเว้าวอน และแน่นอนคนตัวเล็กนั่นจะต้องหวั่นไหวไปกับสายตาคู่นั้น แต่ว่าขอเถอะนะ ... อย่าเพิ่งหันหลังจากผมและไปกับเขาตอนนี้เลย ขอเวลาให้ผมอีกนิดเถอะ ...

''เธอ ...''

''วิน ... ไหมต้องไปกับยุกต์ ขอโทษนะ''

พรึ่บ!

ไหมพูดออกมาเบา ๆ ก่อนจะเดินมาหาผมผมคว้ามือเล็กนั่นมาจับเอาไว้ก่อนจะออกแรงดึงเบา ๆ ให้เดินตามมาที่โต๊ะที่พวกเพื่อน ๆ ของคนตัวเล็กข้าง ๆ นั่งอยู่ ทุกคนหันมามองพวกผมทันทีก่อนจะมองหน้าคนที่เดินตามมาด้านหลัง

''มีไรจะบอกพวกกูมั้ย?''

เหมียวเงยหน้ามาพูดกับไหมที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ ผม

''อือ เหมียวกู ...''

''ไหมยุกต์ขอคุยด้วยหน่อย''

ผมแทรกออกไปเบา ๆ อย่างไร้มารยาท แต่ว่านะผมต้องการจะคุยกับไหมจริง ๆ

''อื้อ ไปคุยข้างนอกได้มั้ย''

''ครับ''

ไหมกระตุกมือผมเบา ๆ ก่อนจะจูงมือผมเดินออกมาข้างนอกเพราะถ้าคุยข้างในนั้นแน่นอนว่ามันออกจะเสียมารยาทเกินไปสักนิด

''คุยตรงนี้ก็ได้ไหม ไม่ต้องไปไกลหรอกตรงนี้หรือตรงไหนเรื่องที่ไหมจะคุยกับเราก็ไม่มีทางเปลี่ยนไปหรอก''

คนที่เดินนำผมอยู่ชะงักทันทีก่อนจะหันหน้ามาเผชิญกับผม

''ทำไมเรียกไหมล่ะ?''

''อย่าถามแบบนี้ดิ เราจะคิดว่าไหมกำลังให้ความหวังเราอยู่นะ''

คำพูดของผมที่พูดออกไปทำให้คนตัวเล็กตรงหน้าก้มหน้านิ่งทันที

''ยุกต์ ขอโทษ ... ขอโทษจริง ๆ เราคิดว่าจะเริ่มใหม่ได้ เราคิดว่าเราสามารถตอบแทนความรู้สึกของยุกต์ที่มีต่อเราได้ แต่จริง ๆ แล้วเราทำไม่ได้ เราโคตรแย่เลยที่ลากยุกต์เข้ามาเราแย่มากที่ทำให้ยุกต์ต้องผิดกวังแล้วก็เจ็บปวดเพราะเรา''

''ไหมไม่ผิดหรอก เราเป็นคนขอโอกาสจากไหมเราเคยบอกแล้วไงว่าเราจัดการความรู้สึกตัวเองได้ เราชอบไหมเองเราก็ต้องรับผิชอบความรู้สึกตัวเองให้ได้สิ''

ผมพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหัวคนตัวเล็กตรงหน้าที่เอาแต่ก้มหน้านิ่งไม่ยอมสบตาผม

''อย่าโทษตัวเอง เรื่องความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ ถ้ามันห้ามได้เราคงห้ามตัวเองไม่ให้ชอบไหมอ่ะ ... ไม่เป็นไรเลยไหมถ้าคนที่อยู่ข้างไหมจะไม่ใช่เรา เราขอแค่เขาดีกับไหมก็พอ''

''อย่าเป็นคนดีมากได้มั้ยยุกต์ ด่าไหมก็ได้ ด่าเถอะ''

ผมหลุดยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคนตรงหน้าเงยหน้ามามองผมก่อนจะพูดออกมาแบบนั้น

''เราชอบไหมจะตายอยู่แล้ว จะด่าลงได้ไงอ่ะ''

คำพูดที่ผมพูดออกไปทำให้คนตัวเล็กตรงหน้าทำหน้าเบะคล้ายกับกำลังจะร้องไห้

''ยุกต์''

''ห้ามร้องนะ เราไม่ชอบที่เขาทำให้ไหมร้องไห้เพราะฉะนั้นไหมก็อย่าร้องไห้เพราะเรากลับไปหาเพื่อนได้แล้ว เดี๋ยวเราจะกลับคอนโดแล้ว''

''เรายังคุยกันได้เหมือนเดิมใช่มั้ย ยุกต์จะไม่หายไปใช่มั้ย ไหมยังอยากให้ยุกต์เป็นเพื่อนกับไหมนะ''

ผมส่งยิ้มให้คนตัวเล็กอย่าที่ชอบทำเป็นประจำ

''ครับ แต่ขอเวลาหน่อยนะแล้วเราจะกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีของไหม แบบที่ไหมต้องการ''

ผมพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้คนตรงหน้าเบา ๆ อีกครั้ง ก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกมา เวลาของผมมันหมดแล้วจริง ๆ ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้เข้าไปในชีวิตของไหม ได้เป็นคนโทรปลุกตอนเช้าได้เป็นคนบอกฝันดีก่อนนอน ได้ไปรับไปส่ง ได้เห็นยิ้มของไหมใกล้ ๆ ถึงจะไม่สดใสเท่าตอนที่ไหมอยู่กับเขาคนนั้นก็เถอะ ได้โปรดอย่าเจ็บปวดและเสียน้ำตาเพราะเขาอีกเลยนะ

มันไม่มีหรอกเหตุผลที่ดีๆ มันไม่มีตอนจบสวยงามอย่างนั้น

และก็ไม่สำคัญว่าเพราะอะไร ในเมื่อคนจะไปยังไงก็ต้องไป

เหตุผลเป็นเพราะอะไรไม่ต่างกัน ...

- ไม่มีเหตุผล : MARINA feat.นายนะ -

Saai Mai Talk

K University LIBRARY OF UNIVERSITY 15.43 น.

''ยุกต์ล่ะ?''

ส้มส้มถามหลังจากที่ฉันเดินกลับมาหาพวกมันในห้องสมุดอีกครั้ง

''กลับแล้ว''

ฉันตอบกลับไปเบา ๆ ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่เดิมอีกครั้ง

''ทะเลาะกันหรอ?''

เหมียวขยับมาใกล้ ๆ ก่อนจะถามออกมาแล้วมองหน้าฉันนิ่ง ๆ

''ไม่อ่ะ มึงก็รู้ยุกต์ไม่ทะเลาะกับกูอยู่แล้ว''

''เอ้า แล้วกลับก่อนทำไมอ่ะ ติดมึงจะตายเช้าถึงเย็นถึง''

เหมียวยังไม่หยุดสงสัยแล้วถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ แน่นอนว่าไม่มีแค่เหมียวหรอกที่อยากรู้คนอื่นที่อยู่ตรงนี้ก็เหมือนกันเพราะทุกคนดันหยุดทำงานแล้วเงยหน้ามามองฉันกับมันอย่างสนใจ ยกเว้นคนนึงที่ยังคงสนใจหนังสือบนโต๊ะตามเดิม แต่แน่นอนเขากำลังรอฟังอยู่

''ก็ไม่ไง กูต้องเล่าตอนนี้เดี๋ยวนี้หรอ?''

ฉันตอบแล้วหันไปมองหน้าเหมียวอย่างไม่เข้าใจว่ามันจะให้ฉันเล่าตอนนี้จริง ๆ หรอ

''ขนาดนี้แล้วอ่ะไหม มึงพูดมาเถอะพังมากี่รอบแล้วอ่ะกับการไม่พูดของมึงสองคนอ่ะ''

คราวนี้เป็นไทเกอร์บ้างที่พูดแทรกออกมา ทำเอาคนที่กำลังสนใจหนังสือในมือชะงักแล้วหันไปมองเพื่อนของเขาอย่างไม่เข้าใจ

''มองทำห่าไร มึงนี่แหละสันดาน อยากรู้ก็ถามทำนิ่งมึงข้างหน้านี้ตั้งแต่ไหมออกไปกับไอ้ยุกต์แล้วพวกกูไม่ได้โง่''

ฉันมองหน้าไทเกอร์กับวินสลับไปมา เพิ่งเคยเห็นเขาโดนเพื่อนด่าก็วันนี้แหละ

''มึงเลิกสนใจเรื่องคนอื่นแล้วทำงานเถอะ กูปวดหัว''

แซมพูดขึ้นพร้อมกับดันแมคบุ๊คของเขาไปให้ไทเกอร์พิมพ์งานต่อแทน แล้วเขาก็เงยหน้ามามองฉันกับเหมียวสลับไปมาก่อนจะยกมือขึ้นนวดต้นคอเพื่อคลายเมื่อย แต่เชื่อเถอะท่าทางแบบนี้คือกำลังจับผิดฉันกับเพื่อนของเขาอยู่

''กูหักอกยุกต์มา''

ฉันพูดออกไปแล้วหยิบหนังสือตรงหน้ามาเปิดหาข้อมูล เพราะไม่มีไรจะพูดแล้ว

''อีไหม มึงโง่หรือบ้าเนี่ย?''

ส้มส้มที่ได้ยินถึงกับวางปากกาที่จดงานอยู่ลงบนโต๊ะอย่างแรงแล้วหันมาด่าฉัน

''อะไรอีกส้ม กูจะทำงาน''

ฉันหันไปถามมันอย่างหัวเสีย

''มึงเทยุกต์ทำไม ดีขนาดนั้นเนี่ยโง่แล้ว''

ฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างไม่รู้จะอธิบายยังไง

''แล้วจะให้ทำไงอ่ะ ... มันไม่ได้รู้สึกอ่ะ มึงคิดว่ากูไม่อยากมูฟออนหรอ ถ้าทำง่ายกูไม่จมอยู่แบบนี้หรอกแล้วถ้าความรู้สึกมันเปลี่ยนกันง่าย ๆ มึงคิดว่ากูจะอยากเสียเวลาสี่ปีไปแบบไม่มีเหี้ยไรคืบหน้ามั้ยล่ะ?''

คำพูดของฉันทำเอาบรรยากาศบนโต๊ะอึมครึมขึ้นมาทันที ทุกคนหันมามองฉันเป็นดาเดียวที่เห็นฉันระเบิดออกมาแบบนี้

''กูกลับละ ขอโทษทุกคนด้วยที่ทำบรรยากาศเสียเดี๋ยวส่งงานให้ทีหลัง''

ฉันพูดแค่นั้นก่อนจะปิดหนังสือแล้วคว้ากระเป๋าของตัวเองแล้วพรวดพราดออกมาทันที ไม่อยากให้บรรยากาศเสียมากไปกว่านี้

แต่เชื่อเถอะ ... ถ้าเลือกได้ฉันก็อยากจะมูฟออนเหมือนกัน แต่ความรู้สึกของฉันอ่ะมันบอกว่ายังไงก็ต้องเป็นเขาเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เขามันก็เป็นคนอื่นไม่ได้อยู่ดี โง่สิ้นดี เหอะ ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป