บทที่ 4 Chapter 4
Saai Mai Talk
K University
''เออ ไปเถอะเดี๋ยวกูช่วยไหมเอง''
จะไม่ให้พวกเพื่อนเขาทำหน้าสงสัยได้ยังไงเมื่อเขาเรียกชื่อฉันอย่างสนิทสนมแบบนั้น ก็ฉันกับเขาไม่เคยคุยกันเลยเวลาอยู่ที่มหาวิทยาลัยยังไงล่ะ เหอะ ๆ
''มายังไง?''
ฉันไม่แน่ใจว่าหลังจากที่เพื่อนเขาแยกออกไปเราสองคนนั่งเงียบใส่กันมานานขนาดไหนเพราะฉันเองก็เอาแต่เช็คไอ้เครื่องยนต์หน้าตาประหลาดที่พวกเขาออกแบบอยู่ แล้วอยู่ ๆ เขาก็พดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้มือฉันที่กำลังทำงานอยู่ชะงักไปนิดหน่อย แต่ฉันก็เลือกที่จะไม่สนใจแล้วดึงสายไฟที่ระโยงระยางออกมาไม่หยุด
''ถามให้ตอบ ไม่ใช่ให้เงียบ''
โอเค ... เขาพูดกับฉันสินะ ฉันเงยหน้าแล้วเหลือบตามองเขานิดหน่อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ
''แท๊กซี่''
ฉันตอบแล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไม่ได้สนใจว่าเขาจะมีสีหน้าหรือท่าทียังไง
''ทำไมไม่ขับรถมา นั่งแท๊กทำไมวะ?''
อะไรของเขาเนี่ย ...
''เมื่อคืนไม่ได้นอนห้อง''
ฉันตอบกลับไปทั้ง ๆ ที่ไม่ยอมเงยหน้าจากไอ้เครื่องยนต์หน้าตาประหลาดตรงหน้า และคำตอบของฉันทำให้เขาเงียบไปทันทีเพราะรับรู้ได้ว่าฉันหมายความว่ายังไง
พอเห็นว่าเขาเงียบไปฉันก็เลิกสนใจเขาแล้วนั่งรื้อสายที่ระโยงระยางต่อ รู้สึกตัวอีกทีก็คือตอนที่เขาลุกขึ้นพรวดพราดออกไป ฉันมองตามเขานิดหน่อยแต่ก็นั่นแหละ เขาก็คือเขา ...
นึกอยากจะทำอะไรก็ทำอยู่แล้ว ...
''ไหม ทำไรวะไม่ขึ้นเรียนหรอ?''
ฉันเงยหน้ามองคนที่เดินเข้ามาทักแล้วก็พยักหน้ารับนิดหน่อย
''อือ ช่วยงานเพื่อนอ่ะแล้วไมเพิ่งมาอ่ะ?''
ฉันตอบคำถามของบูม แล้วถามออกไปอย่างสงสัย
''ตื่นสายดิวะ ขึ้นห้องตอนนี้ทันอยู่ป่ะวะแล้วนี่โดดได้หรอ?''
บูมคือเพื่อนในเซคเดียวกับพวกเรานี่แหละเอาจริง ๆ กลุ่มฉันคือกลุ่มผู้หญิงที่อยู่กลางดงผู้ชาย คณะฉันรู้อยู่แล้วแหละว่ามันศูนย์รวมผู้ชาย มันไม่แปลกหรอกที่ฉันจะมีเพื่อนผู้ชายเยอะกว่าผู้หญิง
''ทันแหละมั้ง ขึ้นไปดิอย่างมากแค่โดนบ่นนิดหน่อย''
ฉันตอบแล้วจ้องแผงวงจรที่รื้อออกมาอย่างใจจดใจจ่อ
''อะไรวะ? นี่ไม่ใช่งานกลุ่มมึงนี่''
ฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ
''กลุ่มคิงอ่ะ มึงช่วยดูหน่อยดิกูว่าสายไปมันขาดแต่รื้อแล้วก็ปกติ แล้วคือพวกนั้นจะเปลี่ยนแผงวงจรแต่กูว่ามันก็ไม่ได้เสียนะ''
ฉันตอบก่อนจะอธิบายให้บูมฟัง แล้วชี้ให้เขาดูแผงวงจรในมือบูมชะโงกหน้ามาดูทันทีก่อนจะหยิบไปสำรวจด้วยท่าทีสบาย ๆ
''ทำไรกัน!?''
เสียงห้วนดังขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง
''เอ้ามึงก็อยู่หรอ?''
บูมหันไปมองคนที่ยืนถือจานข้าวพร้อมกับถามออกไปทันที
''ก็งานกลุ่มกู แต่มึงอ่ะมาทำไรตรงนี้?''
คนตัวโตตอบกลับไปก่อนจะวางจานข้าวลงตรงหน้าฉัน ซึ่งฉันมองจานข้าวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจรวมถึงบูมด้วยที่มองฉันกับเขาสลับกันไปมา อย่าว่าแต่บูมไม่เข้าใจเลยฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
''กินดิ ยังไม่ได้กินข้าวนี่''
คนตัวโตที่วางจานข้าวให้ฉันเสร็จก็เดินมานั่งลงข้าง ๆ ฉันเพราะบูมนั่งลงแทนที่เขาไปแล้วเมื่อกี้
''มึงไปเรียนเถอะ เดี๋ยวกูดูต่อเอง''
หลังจากนั่งได้แล้วเขาก็พูดกับบูมอย่างคุ้นเคยคณะฉันใหญ่ก็จริงแต่ทุกคนกลับรู้จักกันหมดนี่แหละ ซึ่งฉันมองว่ามันเป็นเรื่องที่ประหลาดพอสมควรแต่สังคมผู้ชายแหละมั้งมันเลยต่างจากผู้หญิง
''ไม่เป็นไรอ่ะกูว่าจะโดดเลยสายไปเกือบชั่วโมงล่ะ ขี้เกียจตกเป็นเป้า''
บูมตอบกลับพร้อมกับนั่งจ้องไอ้แผงในมือต่อโดยที่ไม่ได้สนใจฉันกับเขาอีก
''กินดิ จะรอให้มันเย็นหรอ?''
ฉันกระพริบตาแบบงุนงงนิดหน่อยแล้วมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็นั่นแหละฉันไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วหันมาสนใจข้าวตรงหน้าแทน
''กูว่าตรงนี้มันแค่หลุดนะ เนี่ยมึงดูดิ''
บูมที่จดจ่ออยู่นานก็พูดขึ้นพร้อมกับชี้ให้คนข้าง ๆ ฉันดู เขาก็ชะโงกหน้าไปดูตามที่บูมบอก
''กูว่าละ ไอ้เหี้ยเกอร์แม่ง!''
ฉันเงยหน้ามองทั้งคู่สลับกันไปมาก่อนจะจ้องไอ้เครื่องตรงหน้าที่ตอนนี้ไฟติดแล้ว = =''
''กูคิดว่ากลุ่มมึงจะไม่มีปัญหาแล้วนะ''
บูมพูดออกมาอย่างขำ ๆ
''แม่งโง่''
''มึงคบกันหรอ?''
แค๊ก ๆๆ
บูมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพูดขึ้นมาแบบนั้นทำเอาฉันสำลักข้าวทันทีอย่างตกใจ
''กินดี ๆ ดิวะ แล้วมึงถามเหี้ยไรวะ?''
คนที่นั่งข้าง ๆ ยื่นขวดน้ำให้ฉันก่อนจะหันไปมองหน้าบูมอย่างหงุดหงิด
''เอ้าไม่ได้คบก็ไม่ได้คบดิ กูถามเฉย ๆ เห็นมึงซื้อข้าวมาให้ไหมมัน''
บูมตอบกลับมาพร้อมกับมองหน้าฉันอย่างสงสัย
''เพื่อนกันซื้อข้าวให้กันแดกไม่ได้?''
คนข้าง ๆ ตอบกลับไปแบบนั้น บูมไหวไหล่นิดหน่อยอย่างไม่ใส่ใจกับคำพูดของเขา
''งั้นแสดงว่ามึงโสดใช่ป่ะไหม?''
ฉันเงยหน้ามองบูมที่มองหน้าฉันอยู่แล้ว เล่นไรของมันเนี่ย
''เล่นไรเนี่ย ไม่เล่นนะ''
ฉันตอบกลับแล้วหยิบโทรศัพท์มาตอบไลน์กลุ่มที่ส้มส้มกับเหมียวรัวมาไม่หยุด
''เห้ยไม่เล่น เพื่อนกูที่โยธามันชอบมึงจริง ๆ ก็ปลื้ม ๆ อ่ะ มึงน่าจะเคยเห็นมันชอบมาหากูบ่อย ๆ แต่แม่งมาแอบมองมึง''
บูมพูดออกมาแบบนั้นทำเอาฉันขมวดคิ้วหมุนทันที
''โรคจิตป่ะเพื่อนมึงอ่ะ''
ฉันพูดออกไปแบบนั้น แต่เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้ซีเรียสหรอกอยากมองก็มองไปเถอะ
''สัส มันชอบเฉย ๆ เถอะ แต่แม่งชอบบอกว่ามึงมีแฟนแล้วกูก็งงไม่เห็นมึงจะควงใคร แต่แม่งบอกเห็นมึงไปโผล่คอนโดมันบ่อย ๆ''
คำพูดของบูมทำเอาฉันตัวชาไปทันทีเมื่อได้ยิน แต่ฉันไม่ได้เหลือบไปมองคนที่นั่งข้าง ๆ หรอกนะเลยไม่รู้ว่าเขามีท่าทียังไงตอนได้ยิน
''คอนโดไร?''
ฉันถามออกไปทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้ว
''คอนโดเดียวกับมึงอ่ะไอ้วิน เพื่อนกูอยู่คอนโดเดียวกับมึงตอนแรกกูก็นึกว่ามึงสองคนคบกันแต่ก็ไม่เคยเห็นมึงคุยกันก็เลยคิดว่าไม่ใช่ แล้วตกลงมึงมีแฟนป่ะเนี่ย?''
ฉันเผลอกำโทรศัพท์ในมือแน่นอย่างไม่รู้ตัวเมื่อบูมยิงคำถามมาอีกรอบ
''มึงไปเสือกไรกับเขาล่ะ เรื่องส่วนตัวมั้ย?''
คนข้าง ๆ พูดแทรกขึ้นมาก่อนที่ฉันจะได้ตอบอะไรกลับไป
''เห้ย ๆ โทษ กูไม่ได้ละลาบละล้วงนะ แต่เพื่อนกูมันอยากรู้เฉย ๆ''
บูมโบกไม้โบกมือเป็นเชิงปฏิเสธ ฉันเลยยิ้มกลับปนิดหน่อยพร้อมกับพยักหน้าเข้าใจ
''ฝากไปบอกเพื่อนด้วยแล้วกันว่าโสด ไม่มีแฟน ...''
ฉันตอบกลับไปแบบนั้นก่อนจะหยิบเงินค่าข้าวมาวางไว้ตรงหน้าคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
''ไปนะส้มกับเหมียวตามแล้ว จะขึ้นพร้อมกันเลยมั้ย?''
ฉันหันไปบอกทั้งคู่แล้วถามออกไปแต่สายตากลับมองไปที่บูมคนเดียว
''กรรม มึงชวนกูขึ้นตอนนี้เนี่ยนะ''
บูมพูดพร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา
"ดีกว่าไม่ขึ้นป่ะ ถ้าไม่จะไปแล้วนะ''
''เออ ๆ ขึ้นก็ขึ้น มึงไปป่ะวิน?''
บูมพูดพร้มกับลุกตามฉัน แต่ไม่วายหันไปชวนคนที่ยังนั่งนิดอยู่ที่เดิม
''ไม่ ไปเถอะ''
พอได้ยินคำตอบของเขาฉันก็เดินนำบูมออกมาโดยที่ไม่ได้หันไปมองคนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมอีก
ความรักมันทำให้เหนื่อยล้า และฉันเองก็เจ็บปวด
