บทที่ 5 Chapter 5
Saai Mai Talk
K University
''อีไหมไปชาบูหลัง ม. กัน ไปป่ะ ๆ กูชวนอีเหมียวแล้ว''
ฉันเงยหน้าไปมองส้มส้มที่ยืนค้ำโต๊ะฉันอยู่ระหว่างรอฉันเก็บของเพราะตอนนี้เลิกเรียนแล้ว
''เอาดิ เปิดแล้วมั้งสี่โมง''
ฉันตอบตกลงพร้อมกับรีบยัดของใส่กระเป๋า
''เปิดแล้วอีดอก เปิดตั้งแต่เที่ยงแล้ว''
''ไหม ๆ เดี๋ยวพวกเราเลี้ยง''
เสียงของไทเกอร์ที่ดังขึ้นด้านหลังพร้อมกับแรงสะกิดที่ไหล่ของฉันทำให้ฉันต้องหันไปมองอย่างไม่เข้าใจ
''เลี้ยงทำไม?''
ฉันถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจ
''ขอบคุณเรื่องงานไง''
''ไม่เป็นไร ไม่ได้ทำไรเลยนิดหน่อย''
ฉันตอบปฏิเสธพร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆ
''เห้ยยย ไม่ได้ดิเนี่ยไอ้คิงไอ้แซมก็อยากขอบคุณ''
ไทเกอร์พูดพร้อมกับชี้ไปที่สองคนที่นั่งมองหน้าฉันอยู่
''แต่เพื่อนเราไปด้วยอ่ะ ไม่ต้องเลี้ยงหรอก''
ฉันมองหน้าส้มส้มกับเหมียวนิดหน่อยก่อนจะปฏิเสธไปอีกรอบ
''เลี้ยงหมดเลย โอเคป่ะ อยากขอบคุุณจริง ๆ''
''อีไหม ก็เขาอยากเลี้ยงมึงอย่าขัดศรัทธาได้มั้ย?''
ฉันมองบนนิดหน่อยเมื่อได้ยินคำพูดของเหมียว
''เหมียวมึงแค่อยากแดกฟรี''
คำพูดของฉันเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้เป็นอย่างดี
''สรุปไปนะ''
ไทเกอร์พูดย้ำอีกครั้ง คราวนี้ฉันทำแค่พยักหน้าตอบกลับไปก่อนจะหันไปมองหน้าพวกเขาทุกคน
''ชวนแฟนไปด้วยดิ หลาย ๆ คนสนุกดี''
''อือ เจอกันร้านเลยนะงั้น''
แซมเป็นคนตอบกลับมาก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินแยกออกไป
''โอเค เจอร้านเลยนะไหมไปดิไอ้คิงกูจะไปรับน่ารักด้วย ไอ้แซมก็คือพุ่งไปหาเมียแล้วไวยิ่ง''
ฉันยิ้มขำกับท่าทางของพวกเขาก่อนจะหันมาชวนเหมียวกับส้มส้มบ้างเพราะตอนนี้ทั้งเซคเหลือแค่พวกเราที่ยังอยู่ในห้อง
''เดี๋ยวอีไหม ช้าก่อน ...''
เหมียวดึงแขนฉันเอาไว้แล้วพูดออกมาด้วยท่าทีตกใจจนฉันกับส้มส้มพลอยตกใจไปด้วย
''อะไรของมึงอีเหมียวกูตกใจหมด''
ฉันพูดพร้อมกับดึงแขนที่มันจับเอาไว้แน่นออกจากมือมัน
''เออ ถ้าไร้สาระกูตบนะ''
ส้มส้มคือง้างมือรอแล้ว
''ใจเย็นอีดอก กูแค่จะถามว่าถ้าไปกับพวกนั้นวินก็ต้องไปป่ะ?''
คำพูดของมันทำให้ํฉันเลิ่กคิ้วขึ้นนิดหน่อยเมื่อได้ยิน
''เออ อีไหม! กูลืมไปเลย''
ส้มส้มที่ได้ยินเรื่องที่เหมียวพูดก็ทำท่าตกใจตามมันไปด้วยอีกคน
''ไม่ไปหรอกมั้ง ก็ต่างคนต่างกินแยกโต๊ะก็ได้พวกมึงจะตื่นตูมทำไม''
ฉันตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจแต่ในใจก็คือกังวล กังวลว่าจะเป็นฉันเองที่เก็บอาการไม่อยู่
''ปากเก่งไปนะมึงอ่ะ เดี๋ยวก็มานั่งหน้าเสียอีกกูขี้เกียจจะปลอบนะ''
เหมียวมองหน้าฉันพร้อมกับบ่นออกมาแล้วมองฉันด้วยสายตาเป็นห่วง
''เออน่า เขาอาจจะไม่ไปก็ได้ ไปเถอะหิวแล้วตั้งแต่เช้ากินข้าวไปมื้อเดียวไม่อิ่มด้วย''
ฉันพูดออกมาก่อนจะคว้าแขนพวกมันทั้งสองคนแล้วลากไปที่ลิฟต์ทันที
16.35 น.
''มานานยังไหม''
ไทเกอร์ทักฉันขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับพวกเพื่อนของเขารวมถึงแฟนของพวกเขาด้วย ทุกคนคือสวยมากนอกจากพวกเขาจะหน้าตาดีแล้วแฟนก็คือหาจากไหนหรอหน้าตาดีกันขนาดนี้
''เพิ่งมาอ่ะกำลังหาโต๊ะ''
เหมียวเป็นฝ่ายตอบกลับไป
''รวมเลยดิ ง่ายดี''
คราวนี้เป็นแซมที่พูดขึ้นมาก่อนจะหันไปเรียกพนักงานมาต่อโต๊ะเสร็จสรรพ
''เออ นี่น่ารัก นั่นเอสแฟนไอ้คิง ส่วนนั่นไอราแฟนไอ้แซม ส่วนนี่ไหม เหมียว ส้มส้มเพื่อนกัน ๆ''
หลังจากที่ได้โต๊ะแล้วไทเกอร์ก็เป็นฝ่ายแนะนำทุกคนให้พวกฉันรู้จักพร้อมกับแนะนำพวกฉันทุกคนให้พวกแฟนของเขารู้จักอย่างสนิทสนม เหมือนก่อนหน้านี้ที่ไม่เคยคุยกันไม่มีอยู่จริงอ่ะ
''แล้ววินไม่มาหรอเกอร์?''
น่ารักถามขึ้นระหว่างที่พวกเรากำลังออเดอร์อาหารกันทำเอาฉันและพวกเพื่อนของฉันชะงักไปนิดหน่อยแต่ก็ต้องทำเหมือนไม่ได้มีปัญหาอะไรกับคำพูดนั้น
''ไม่รู้แม่ง เกิดเป็นบ้าไรของันก็ไม่รู้วันนี้แปรปรวนชิบหายแต่โทรหามันแล้วนะมันบอกดูก่อน''
อืดดด อืดดดด
โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะของฉันสั่นเพราะแจ้งเตือนไลน์ที่เด้งขึ้นมาเป็นจังหวะเดียวกับที่ไทเกอร์พูดจบพอดี ฉันรีบคว้ามันมาทันทีเพราะกลัวว่าเพื่อนของเขาจะเห็นว่ามันเป็นไลน์ของใครที่เด้งขึ้นมา ไม่รู้ว่าฉันกังวลไปเองหรือว่ากลัวมากไปก็ไม่รู้ ...
''อีไหมกินดิ''
เหมียวสะกิดฉันให้ทานบ้างเพราะเอาแต่จับโทรศัพท์ไว้แน่นไม่ยอมเปิดอ่านมันสักที
''แปปนะ''
Line
winwiner
winwiner : กินกันไปรึยัง?
winwiner : กินเสร็จแล้วก็ออกมา รออยู่ข้างร้าน
ฉันขมวดคิ้วให้กับข้อความที่เห็นและนิ่งไปเพราะไม่เข้าใจว่าเขากำลังทำอะไร รู้สึกตัวอีกทีคือตอนที่คิงพูดขึ้นมานั่นแหละ
''มีปัญหาไรรึเปล่า?''
''อ่อ ป่าว''
ฉันเงยหน้าไปมองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธแล้วเริ่มทานบ้าง เหมียวกับส้มส้มคุยกับพวกเพื่อนของไทเกอร์อย่างเป็นกันเองอาจจะเพราะคุ้นเคยกันอยู่บ้างเพราะเรียนด้วยกันแค่ไม่ค่อยได้คุยกันมาก่อนเพราะพวกเขาก็หาตัวยากพอสมควร แต่น่าแปลกที่อยู่ ๆ ตอนนี้พวกฉันกับเขามานั่งกินชาบูด้วยกันเหมือนสนิทกันมานาน แปลกมาก ...
''โอ๊ยยยย โคตรอิ่ม''
เหมียวพูดขึ้นหลังจากที่วางตะเกียบในมือลงได้
''ไม่อิ่มก็แปลกละป่ะเหมียวแดกขนาดนั้น''
ไทเกอร์พูดขึ้นพร้อมกับขำท่าทางของพวกเพื่อนฉันที่นั่งพิงโต๊ะกันหมดเพราะอิ่ม สรรพนามและคำพูดที่เคยเพราะกลายเป็นหยาบคายเพราะความสนิทสนมที่เกินขึ้นกลางหม้อชาบู
''โหหห เกอร์มึง น่ารักสั่งสอนด้วยนะใครบอกให้พูดแบบนี้กับผู้หญิง''
เหมียวเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ส่วนน่ารักที่ได้ยินแบบนั้นก็หันไปหยิกแขนแฟนตัวเองตามคำพูดของเหมียวทันที
''จัดการให้แล้วเหมียว''
''55555555''
เสียงหัวเราะลั่นร้านที่เกิดจากบทสนทนาของพวกเขาทำให้ฉันพลอยขำตามไปด้วย
''แม่ง สี่ปีที่ผ่านมาแทบจะไม่คุยกันเลย แล้วดูตอนนี้ดิ''
ไทเกอร์พูดขึ้นระหว่างรอเช็คบิลค่าอาหาร
''อือ แล้วทำไมคุยกับทุกคนได้ยกเว้นพวกฉันวะ?''
คราวนี้แซมพูดขึ้นมาบ้างแต่สายตาของเขากลับมองมาที่ฉัน
''ก็ไม่มีไรให้คุยป่ะ พวกนายน่ากลัวด้วยแหละ''
ส้มส้มที่เห็นฉันนิ่งไปเลยเป็นฝ่ายตอบแซมกลับไป และแซมเองก็พยักหน้ารับเบา ๆ พร้อมกับกระตุกยิ้มนิดหน่อย
''แล้วตอนนี้รู้ยังว่าไม่ได้น่ากลัว''
คิงที่ได้ยินส้มส้มพูดแบบนั้นก็พูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับมองพวกฉัน
''ก็ไม่ หมายถึงไอ้เพี้ยนนี่นะดูไม่ปกติสุดแล้ว''
เหมียวตอบพร้อมกับชี้ไปที่ไทเกอร์ทำให้พวกน่ารักแล้วก็เอสกับไอราพากันหัวเลาะเสียงดังลั่น
''แม่งใส่ร้าย ไอ้เหี้ยวินเพี้ยนกว่าอีก''
กริบ ...
คราวนี้คือเหมียวกับส้มส้มชะงักทันทีอย่างเห็นได้ชัด จนฉันต้องใช้เท้าสะกิดขาส้มส้มใต้โต๊ะแทบจะไม่ทัน
''หรอ ไม่ยักรู้ว่าเพี้ยน''
เหมียวเป็นคนตอบกลับไปพร้อมกับหัวเราะนิดหน่อย แต่ฟังยังไงก็คือขำแห้งชัด ๆ
''กลับเหอะ อิ่มแล้วง่วง''
ฉันเปลี่ยนเรื่องทันที และนั่นทำให้ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยแทบทุกคน
''อือเจอกันพรุ่งนี้ กลับกันดี ๆ นะ''
คิงพูดขึ้นกลังจากที่ได้บัตรเครดิตคืนจากพนักงานเรียบร้อยแล้ว
''ขอบคุณสำหรับชาบู''
ส้มส้มพูดพร้อมกับก้มหัวลงให้พวกเขาอย่างกวน ๆ
''ไว้นัดกันใหม่นะไหมส้มเหมียว''
น่ารักพูดพร้อมกับโบกมือบาย ๆ พวกฉันไม่หยุด เป็นคนที่สดใสมาก ๆ ไม่แปลกเลยที่ไทเกอร์จะรักขนาดนี้
''โอเคเลย ไว้นัดกัน''
''อีไหมกลับไง กูไปส่งป่ะ''
เมื่อพวกเราเดินออกมาจากร้านกันหมดแล้วเหมียวก็พูดขึ้นมา ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรสายตาฉันก็เหลือบไปเห็นว่าคิงยืนมองฉันอยู่แต่ก็นั่นแหละพอเห็นว่าฉันมองกลับเขาก็จูงมือเอสไปที่รถเลย ...
''เอ้าอีไหม ยังไงตอบ มึงจะยืนเอ๋อเพื่อ''
''มึงกลับกันเลยเดี๋ยวกูกลับเอง''
คำตอบของฉันทำให้เหมียวกับส้มส้มมองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจออกมา
''มึงเนี่ยนะอีไหม ยอมมันอีกแล้วนะเลิกตามใจมันสักทีเถอะ แม่งจะกั๊กมึงไปถึงไหนวะ''
ส้มส้มพูดออกมาอย่างไม่พอใจ ฉันทำได้แค่ส่งยิ้มให้พวกมันนิดหน่อย
''ก็เอาเท่าที่ไหวอ่ะ ตอนนี้ยังไหว''
''ไหวก็เหี้ยแล้วไหม มึงเสียเวลามาสี่ปีแล้วนะ''
คำพูดของเหมียวทำให้ฉันถึงกับเถียงไม่ออก
''เอาน่า มันก็ไม่ได้แย่ไปหมดอ่ะ ...''
''ตามใจ มีไรก็โทรมานะ''
ส้มส้มตอบกลับฉันก่อนจะลากเหมียวไปเพราะกลัวว่ามันจะบ่นฉันอีก ฉันเลยทำได้แค่โบกมือลาพวกมันก่อนจะเดินเลี่ยงไปข้างร้านที่มีรถหรูราคาหลายล้านที่จอดอยู่ มันไม่ได้ลับตาคนเลยสักนิดแล้วรถเขาก็โคตรจะเด่นขนาดนี้ให้ตายเถอะสรุปเขาอยากป่าวประกาศให้ชาวบ้านรู้หรือไม่อยากกันแน่ ...
