บทที่ 6 Chapter 6
Win Talk
แม่ง! แดกหรือยัดห่าวะผมมองไปที่หน้าร้านก็เห็นว่าพวกเพื่อนผมกับคนที่ผมรอกำลังเดินออกจากร้านมากัน คือพวกแม่งเข้าไปแดกตั้งแต่ยังไม่ห้าโมงอ่ะ แล้วออกมาตอนเกือบสามทุ่ม
โคตรเหี้ย!!
แล้วผมแม่งเสือกมารอตั้งแต่ห้าโมงกว่า ๆ สัส แล้วอย่าถามว่ามาทำไมตอนแรกก็กะจะเข้าไปกินนั่นแหละ แต่เห็นคนเยอะเลยไม่กินดีกว่า
ปึก!
เสียงเปิดปิดประตูรถผมดังขึ้นพร้อมกับคนตัวเล็กที่ผมรอขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว
“ช้า ...”
ผมพูดออกไปพร้อมกับหันไปมองอย่างหงุดหงิด
“ก็ไม่ได้บอกให้รอนี่”
เถียงเก่งนักนะเดี๋ยวนี้ ...
“โอ๊ย! วิน!”
คนตัวเล็กที่นั่งข้าง ๆ โวยวายขึ้นมาเมื่อผมยื่นมือไปบีบปากเล็ก ๆ นั่นอย่างหมั่นเขี้ยว
“เถียงเก่งนะเดี๋ยวนี้”
ผมพูดพร้อมกับมองหน้าหวานที่ตอนนี้กำลังบึงตึงเพราะโดนผมบีบปากไปเมื่อกี้
“ละกินไรกันนานขนาดนั้นวะ ไอ้เหี้ยเกอร์ใช่มั้ย?”
ผมบ่นพร้อมกับสตาร์ทรถเปิดแอร์เพราะเห็นว่าเหงื่อคนตัวเล็กข้าง ๆ เริ่มซึมออกตามไรผม ก็แน่ล่ะรอตั้งกี่ชั่วโมงผมไม่ได้เปิดแอร์หรอก - -”
“อือ กินเก่งมาก อีเหมียวคือยอมเลย”
ผมยิ้มขำเมื่อคนข้าง ๆ พูดถึงเพื่อนสนิทตัวเองแบบนั้น
“เออ แม่งตัวแดกเก่ง”
“แต่เพื่อนวินก็ผิดคาดนะ นึงว่าจะเข้าถึงยากกว่านี้ซะอีก”
คำพูดของคนข้าง ๆ ทำผมชะงักไป ก่อนจะคิดได้ว่าพวกผมแทบจะไม่เคยสุงสิงกับพวกของไหมเลย
“คิดไรเยอะแยะ พวกมันก็เหมือนคนอื่นแหละ”
ผมพูดออกไปก่อนจะขับรถออกมาจากซอกตึกที่จอดอยู่
“แล้วนี่กินไรยัง?”
คนตัวเล็กข้าง ๆ ถามออกมาพร้อมกับเอื้อมมือไปกดเปิดเครื่องเสียงตรงคอนโซลหน้ารถอย่างคุ้นเคย
“ยังอ่ะ”
ผมตอบทั้ง ๆ ที่ตายังมองตรงไปที่ถนนข้างหน้า
“แวะหาไรกินก่อนมั้ยจะสามทุ่มแล้ว”
“ทำให้กินหน่อย”
ผมได้ยินเสียงถอนหายใจออกมาจากคนตัวเล็ก ๆ ข้างแทบจะทันทีตอนที่ผมพูดประโยคนั้นออกมา
“งั้นคอนโดไหมนะ พรุ่งนี้เรียนเช้าไม่อยากนั่งแท๊กแล้ว”
ผมหันไปมองหน้าหวานนั่นนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ
“อือ ...”
อืดดดด อืดดดดดด
ผมเหลือบตามองโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ที่ซอกเบาะตรงกลางระหว่างผมกับคนข้าง ๆ นิดหน่อย
“ไหมรับให้หน่อย เปิดลำโพงด้วย”
คนตัวเล็กข้าง ๆ ทำตามผมอย่างว่าง่าย พร้อมกับยื่นโทรศัพท์มาใกล้ ๆ ผมในตำแหน่งที่พอดีกับหูของผม
“มึงอยู่ไหน?”
คนตัวเล็กข้าง ๆ เอื้อมมือไปกดปรับเสียงเพลงให้เบาลงทันทีที่ได้ยินเสียงไอ้คิงดังแทรกออกมา
“มีไร กูขับรถอยู่”
ผมไม่ตอบคำถามของมันแต่ย้อนถามกลับไปแทน
“หรอ? แล้วทำไมมึงไม่ไปแดกชาบูกับพวกกู”
รู้มั้ยเวลาไอ้คิงมันอยากรู้อะไรหรือว่ามันไปรู้อะไรมา มันมักจะต้อนเหยื่อให้จนมุมก่อนเสมอ ...
“ขี้เกียจ คนเยอะ วุ่นวาย พอใจมึงยัง?”
ผมตอบกลับไปแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แม่งไม่ใช่ผมเลย
“คนแบบมึงอะนะ พูดคำนี้กับกู”
บอกแล้วมันรู้จักพวกผมดีที่สุด
“มึงมีไรก็พูดมาดิ้ กูบอกกูขับรถอยู่”
“กูเหมือนเห็นรถมึงจอดอยู่ข้างร้านชาบูอ่ะ มึงว่ากูตาฝาดป่ะ?”
ผมเหลือบมองคนข้าง ๆ ที่มองหน้าผมนิดหน่อยก่อนจะเริ่มขยับตัวไปมาอย่างอึดอัดเพราะคำพูดของไอ้คิงมัน
“อือ มึงตาฟาด”
ผมตอบกลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“หรอวะ ใน ม. เราแล้ว นอกจากมึงแล้วมีคนขับ ‘บีเอ็มดับบิวเอ็กซ์วันสีน้ำเงินเข้ม’ อีกหรอวะ?”
บอกแล้ว ... ว่ามันจะต้อนจนผมจนมุมนั่นแหละ
“เออ กูเองอ่ะมึงทำไม?”
“แล้วไมมึงไม่เข้าไปในร้าน”
สัสเอ้ย!
“ก็กูมาถึงแล้วพวกมึงแดกเสร็จแล้วอ่ะ”
ผมตอบกลับไปพร้อมกับคิดหาทางเอาตัวรอดจากมันให้ได้ในตอนนี้ก่อน
“ไอ้วิน ... กูเห็นรถมึงจอดตั้งแต่แรกแล้ว”
ผมเงียบไปทันทีเมื่อได้ยินมันพูดแบบนั้น
“มึงมีไรจะบอกกูมั้ย?”
ผมเหลือบตามองคนข้าง ๆ ที่ตอนนี้เบือนหน้าหนีผมแล้วหันไปมองกระจกรถด้านข้างแทน
“ไม่รู้ดิ ... มึงอยากรู้ไรอ่ะ มันก็ไม่มีไรที่กูต้องบอกมึงนี่”
ผมไม่รู้ว่าคำตอบของผมจะน่าพอใจสำหรับมันหรือสำหรับใครรึป่าว
“มึงกับ ...”
“กูขับรถอยู่คิง”
ผมรู้ว่ามันจะพูดอะไร ผมเลยพูดแทรกขึ้นมาแล้วการที่ผมพูดชื่อมันแบบนั้นผมรู้ดีว่าคนฉลาดแบบมันรู้ว่าผมต้องการจะให้มันหยุดพูด
“เออ ๆ แค่นี้แหละ”
“อือ”
ติ๊ด!
สายถูกตัดไปแล้ว พร้อมกับคนตัวเล็กข้าง ๆ เอาโทรศัพท์ผมวางไว้ที่เดิม
“วินแวะซุปเปอร์ก่อนถึงคอนโดให้ไหมด้วย ที่ห้องไม่น่ามีไรที่วินจะกินอ่ะ”
หลังจากเงียบกันอยู่นานคนข้าง ๆ ผมก็พุดขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ข้างหน้าก่อนทางเข้าคอนโด ผมเลยตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปทันที
“วินรอนี่แหละ แปปเดียวจะเอาไรมั้ย?”
ผมส่ายหน้าเป็นคำตอบก่อนจะหยิบกระเป๋าตังค์ที่อยู่ในเกะหน้ารถยื่นให้คนตัวเล็กที่นั่งข้าง ๆ นั่น
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวเอาเงินไหมก็ได้”
หัวเล็ก ๆ นั่นส่ายไปมาจนผมสะบัดเพราะปฏิเสธที่จะเอาเงินผมไปซื้อ
“ไหมบอกกี่ทีแล้ว”
“ก็ได้ ๆ ไม่ต้องหงุดหงิดเลยนะ”
ผมกระตุกยิ้มให้กับท่าทีลน ๆ นั่นที่ยื่นมือมาหยิบกระเป๋าตังค์ผมไปก่อนจะรีบลงจากรถแล้วหายเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ต
ปึก!
รอไม่นานคนตัวเล็กนั่นก็กลับมาพร้อมกับข้าวของเต็มมือไปหมด
“ซื้อไรมาเยอะแยะ”
ผมถามก่อนจะเอื้อมมือไปรับถุงพวกนั้นแล้วโยนทุกอย่างไปไว้เบาะหลังทั้งหมด
“ก็ของกินแหละ ไม่รู้วินอยากกินไร”
ผมพยักหน้ารับก่อนจะขับรถออกจากตรงนั้นแล้วตรงไปคอนโดที่อยู่ถัดจากตรงนี้ทันที
Saai Mai Talk
Saai Mai Condo’s
“ไหม ผ้าเช็ดตัวอยู่ไหนวะ?”
เสียงคนตัวโตตะโกนดังออกมาจากห้องนอนของฉันทำให้ฉันต้องชะงักมือที่กำลังทำอาหารให้เขาอยู่ก่อนจะเดินไปหาเขาที่ห้อง
“ทำไม? วินจะอาบน้ำหรอ?”
ฉันถามออกไปเมื่อเห็นคนตัวโตที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำทั้ง ๆ ที่ใส่แค่กางเกงนักศึกษาตัวเดียว
“เออ แล้วผ้าไปไหน?”
ฉันขมวดคิ้วนิดหน่อยก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบผืนใหม่มาให้เขา
“ถามว่าผ้าวินไปไหน?”
คนตรงหน้าถามย้ำอีกครั้งแถมยังไม่ยอมรับผ้าผืนใหม่ที่ฉันยื่นให้ด้วย
“แม่บ้านน่าจะเอาไปซักมั้ง ไหมส่งผ้าไปซัก”
ฉันตอบพร้อมกับมองไปที่ตะกร้าผ้าในห้องน้ำที่ตอนนี้มันไม่อยู่ที่เดิม
“ซักทำไม ปกติมันก็แขวนไว้ที่เดิม”
ฉันขมวดคิ้วหมุนทันทีที่คนตรงหน้าเอาแต่พูดถึงผ้าเช็ดตัวไม่หยุด
“คือยังไงอ่ะ ก็คือไหมส่งซักไงวินไม่พอใจไรเนี่ย?”
ฉันถามพร้อมกับทำหน้าสับสนกับท่าทีของเขา
“ก็มันไม่ได้ใช้จะเอาไปซักทำไม หรือมีคนใช้?”
คำพูดของคนตรงหน้าที่พูดออกมาทำเอาฉันนิ่วหน้าอย่างไม่เข้าใจเขาเข้าไปอีก
“ไม่มีใครใช้ทั้งนั้นอ่ะ ไหมเนี่ยใช้เอาของไหมไปใช้ก่อน”
พอฉันตอบกลับไปแบบนั้นเขาก็ยอมรับผ้าผืนใหม่ในมือฉันไป พอเขารับไปฉันถึงได้หันหลังเพื่อเดินออกจากห้อง
หมับ!
แต่ยังไม่ทันได้ไปก็โดนคนตัวโตที่ทำหน้าบึ้งคว้าเอวเข้าไว้ซะก่อน แถมยังกอดฉันเอาไว้จนแน่นด้วย
“อะไรเนี่ยวิน ไหมจะไปทำไรให้กินไง”
ฉันพูดพร้อมกับพยายามแกะมือเขาออก
“แปปนึง ...”
เขาพูดพร้อมกับซุกหน้าลงกับซอกคอของฉัน
“วิน ...”
“เมื่อเช้าขอโทษ ... วินลืมว่าไหมไม่มีรถ”
ฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อเขาพูดออกมาแบบนั้น
แล้วคนแบบฉันมันจะไปไหนได้อ่ะ ... พออยู่ด้วยกันเขาก็เป็นอีกคน พออยู่ต่อหน้าคนอื่นเขาก็เป็นอีกคน ...
ฉันถึงบอกไงว่าที่เป็นแบบนี้มันก็ไม่ได้แย่ไปทั้งหมด ...
แต่ก็นั่นแหละ ฉันก็ไม่ชอบที่จะต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ แล้วเหตุผลที่เขาทำแบบนี้ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทุกครั้งที่ถามมันก็จะกลายเป็นทะเลาะกัน
สุดท้ายก็เป็นฉันเองที่ยอมแพ้แล้วเลิกถามหาเหตุผลกับเขาไปเอง ...
