บทที่ 7 Chapter 7

Saai Mai Talk

คณะวิศวกรรมศาสตร์

“อีหมายยยยยยย!!”

“หมายบ้านมึงอ่ะ เรียกให้มันดี ๆ”

ฉันสวยกลับไปทันทีที่ได้ยินเสียงเหมียวตะโกนเรียกชั้นก่อนจะพุ่งเข้ามากอดแขนเอาไว้ตามความเคยชิน

“แหะ! หิวอ่ะไปหาไรกินเถอะ”

ฉันพยักหน้ารับพร้อมกับยกแขนไปพาดบ่ามันเพราะเหมียวตัวเตี้ยกว่าฉันเยอะเลยมันสูงไม่ถึงร้อยหกสิบเลยมั้ง

“ส้มอ่ะ?”

ฉันถามเพราะยังไม่ได้เข้าไลน์กรุ๊ปเลยตั้งแต่เมื่อวาน ไม่รู้ว่าพวกมันเม้าท์ไรกันบ้าง

“โอ๊ยยย อีส้มมันไปซื้อข้าวให้กูกับมึงแล้วเถอะ”

ฉันยิ้มขำกับท่าทางของเหมียวที่ตอนนี้กอดเอวฉันเป็นลูกลิงเลย

“แล้วเมื่อคืนคือยังไง หายจ้อยเลย”

เหมียวถามพร้อมกับมองหน้าฉัน ฉันเหลือบตามองมันนิดหน่อยก่อนจะไหวไหล่

“ก็ไม่ไง วินนอนห้องกูเมื่อคืน”

“อีกแล้วนะ! มึงเนี่ยนะอีส้มส้มก็เป็นห่วงไปเถอะงอแงบอกมึงไม่ตอบไลน์ อีกนิดคือกูคิดว่ามันเป็นแม่มึงแล้วนะ”

ฉันหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินเหมียวพูดถึงส้มส้มแบบนั้น

“ก็ปกติของมันป่ะ มันห่วงมึงยิ่งกว่ากูอีกเถอะดูดิชะเง้อคอยาวเป็นยีราฟแล้ว”

ฉันพูดพร้อมกับชี้ไปที่ส้มส้มที่นั่งคอยืดคอยาวมองหาพวกฉัน

“กูไม่คุยกับมึงละ ท้อ! ท้อใจ!!”

เหมียวพูดแค่นั้นก่อนจะเดินหนีไปหาส้มส้มที่รออยู่ทิ้งให้ฉันเดินตามไปทีหลังคนเดียว

“เห้ยยย นั่งด้วย”

ระหว่างที่พวกฉันกำลังนั่งคุยกันเพื่อรอเวลาเรียนอีกประมานครึ่งชั่วโมงได้เสียงเอะอะโวยวายของไทเกอร์ก็ดังขึ้น

“มึงไม่ตะโกนตั้งแต่หน้าคณะเลยล่ะ”

แซมที่เดินตามมาด้วยพูดขึ้นก่อนจะเดินมาทรุดลงข้าง ๆ ฉันที่ว่างอยู่

“คือแบบ เราสนิทกันถึงขั้นนั่งรวมกลุ่มแล้วหรอ?”

ส้มส้มที่สงสัยแบบเดียวกับฉันพูดขึ้นมากลางวง

“แน่นอน ชาบูร่วมสาบาน”

แซมส่ายหัวให้กับคำตอบที่ฟังดูไร้สาระของไทเกอร์ก่อนตะหันมามองหน้าพวกฉัน

“ก็เพื่อนกันทั้งนั้น จะคิดไรมาก”

แซมพูดออกมาแบบนั้นส้มส้มเลยได้แต่พยักหน้ารับเป็นเชิงว่าอยากนั่งก็นั่งไปเลยจ้าาาา

“มึงโทรตามเหี้ยวินดิ กูโทรหาตั้งแต่เมื่อเช้าหายเงียบเลยชิบหาย เมื่อวานก็ไม่มาแดกชาบูด้วยกัน”

ไทเกอร์ที่นั่งฝั่งตรงข้ามพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้ายุ่งมองแซม

“ตามทำไม โตเป็นควายละเดี๋ยวก็มาพ่อมันมานู่นละ”

แซมตอบพร้อมกับมองไปทางหน้าคณะที่เห็นคิงเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้ามา

“อ่ะ วันนี้กูว่าสถานการณ์ดูตึง ๆ นะ”

ไทเกอร์พูดเมื่อคิงเดินตรงมาแล้วนั่งลงข้างเขาเอาจริงการรวมตัวครั้งนี้เป็นที่น่าสนใจพอสมควรเพราะพวกฉันกับเขาแทบจะไม่เคยเฉียดใกล้กันมาก่อน

''เหี้ยวินอ่ะ?''

คิงถามขึ้นมากลางวงด้วยน้ำเสียงที่ดูแข็งพอสมควร ไทเกอร์กับแซมก็คือมองหน้ากันไปมาส่วนส้มส้ม ๆ กับเหมียวก็สะกิดขาฉันยิก ๆ เมื่อได้ยิน

''ไม่รู้มันไม่รับสาย''

แซมเป็นฝ่ายตอบคำถามของคิงแทนไทเกอร์ที่หยิบโทรศัพท์มากดโทรออกหาเพื่อนอีกคนที่ยังไม่มา

''มึงขึ้นห้องกันมั้ย?''

เหมียวพูดแทรกขึ้นมาแน่นอนมันคงรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่น่าอึดอัดพอ ๆ กับที่ฉันรู้สึกนั่นแหละ มันถึงได้ออกปากชวน

''อือ ขึ้นดิไปเลยป่ะ?''

ส้มส้มรีบพยักหน้ารัว ๆ เห็นด้วยทันทีก่อนจะกระตุกแขนฉันให้ลุกตาม

''ไปแล้วหรอวะ? รีบหรอ?''

ไทเกอร์พูดขึ้นมาเมื่อเห็นพวกฉันพากันลุกขึ้น เหมียวทำแค่พยักหน้าก่อนจะลากพวกฉันให้เดินตามมันไป

Win Talk

ผมอ่านข้อความที่ถูกส่งมาโดยไอ้ไทเกอร์หรือไอ้เกอร์นั่นแหละ ผมอ่านระหว่างที่กำลังเดินเข้าตึกพร้อมกับคิดว่าจะเอายังไงกับไอ้คิงดีผมไม่ได้อยากจะปิดพวกมันหรอกแต่คือถ้าคนเราโกหกตั้งแต่แรกอ่ะ ... มันก็ต้องโกหกไปเรื่อย ๆ รึป่าว

''สัส! ไอ้ตัวดีมึงทำไรพ่อมึงโกรธ''

ไอ้เกอร์ที่เงยหน้ามามองผมด่าพร้อมกับมองไปที่ไอ้คิงที่นั่งหน้าตึงอยู่

''กูขอคุยกับมึงหน่อยคิง''

ผมเมินมันแล้วหันไปพูดกับไอ้คิงแทน

''พวกกูไม่ใช่เพื่อนมึงหรอ?''

คำพูดของไอ้แซมทำให้ผมเผลอกัดฟันแน่นเพราะกลายเป็นว่าตอนนี้ความกล้าที่จะคุยกับไอ้คิงมันลดลงเมื่อรับรู้ได้ว่าไอ้แซมก็คงจะพอรับรู้อะไรมาบ้าง ต่างจากไอ้เกอร์ที่นั่งทำหน้าสับสนกับสถานการณ์ตรงหน้า

''งั้นไปที่อื่นได้มั้ย?''

พวกมันทั้งสามคนที่ได้ยินผมพูดแบบนั้นก็ุกขึ้นแทบจะทันที ผมเห็นแบบนั้นเลยเดินนำพวกมันไปที่ซอกตึกคณะที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่บริเวณนี้เลย

''คือพวกมึงเป็นไรกันเนี่ย กูแบบหายใจไม่ออก อึดอัดมาก ๆ''

ไอ้เกอร์ที่เดินตามมาคนสุดท้ายพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าพวกผมสลับกันไปมา

''มึงกับไหม มันมีไรที่พวกกูไม่รู้รึป่าว''

ไอ้คิงไม่ปล่อยให้เวลาเสียปล่าวเปิดประเด็นขึ้นมาทันที แล้วคำถามของมันก็คือกะฟาดผมให้น็อคกลางอากาศไปเลย

''มึงไม่ให้กูตั้งตัวเลยเนาะ''

ผมย้อนกลับไปพร้อมกับกระตุกยิ้มนิดหน่อย แต่แน่นอนมันคือยิ้มที่ฝืนเหี้ย ๆ

''ทั้งคืนไม่พอหรอ กูให้เวลามึงหายไปทั้งคืนน่าจะพอแล้วมั้ง''

ไอ้คิงตอบกลับมาแบบนั้นผมเลยพ่นลมหายใจอกมานิดหน่อยก่อนจะมองหน้าพวกเพื่อนผมทีละคน ความรู้สึกแม่งตีกันชิพหายเลย

''มึงถามได้ป่ะ คือกูไม่รู้จะเริ่มไงว่ะ''

ผมนิ่งอยู่นานเพราะไม่รู้จะเริ่มยังไง เลยตัดสินใจให้พวกมันซักผมจนสะอาดเอาแล้วกัน

''กับไหมนี่คือเจ้าของพวกของใช้ผู้หญิงในห้องมึงใช่มั้ย?''

แต่แทนที่จะเป็นไอ้คิงกลับเป็นไอ้แซมที่ถามขึ้นมาทำเอาผมขมวดคิ้วจนแทบจะพันกันทันทีเมื่อได้ยิน

''ของอะไร?''

ผมย้อนถามกลับไปพร้อมกับมองหน้ามันอย่างไม่เข้าใจ

''มึงอาจจะคิดว่ามึงเก็บดีแล้ว หรือพวกกูไม่ได้สังเกตุแต่กูเห็นมาตลอดว่ามึงมักจะมีของใช้ที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ของมึง ... แปรงสีฟันสีชมพู? ของมึงหรอ? หรือไม่ก็สลิปเปอร์บนชั้นรองเท้า ลายกระต่าย กูคิดว่ามันไม่น่าใช่ของมึงนะ''

ผมกัดริมฝีปากแน่นหลังจากที่ไอ้แซมพูดประโยคยืดยาวนั่นออกมาพร้อมกับมองหน้าผมอย่างจับผิด

''ทำไมมึงไม่ถามกูล่ะ ทำไมเพิ่งมาถาม''

ผมย้อนถามกลับไปเพราะไม่เข้าใจ ในเมื่อหลาย ๆ อย่างที่มันพูดคือมันมีมานานมากแล้วทำไมมันถึงปล่อยความสงสัยให้ผ่านไปเฉย ๆ จนเพิ่งมาถามผมตอนนี้

''ก็มันเรื่องของมึง กูแค่คิดว่ามึงอาจจะเตรียมไว้ให้พวกผู้หญิงที่มึงลากมาแล้วกูก็ไม่เคยเห็นมึงควงใครก็เลยเฉย ๆ แต่เมื่อวานที่ไอ้เกอร์มันลากไหมมาช่วย ...''

ไอ้แซมพูดออกมาก่อนจะชะงักไปนิดหน่อยเพื่อมองดูท่าทีของผม ซึ่งผมก็รอฟังมันพูดให้จบนี่แหละ

''กูเห็นพวงกุญแจที่ห้อยกระเป๋าไหม มันคืออันเดียวกับกุญแจคอนโดมึง''

''เชี่ย ... กูกลัวมึงแล้วนะไอ้แซม''

ผมคิดเหมือนไอ้เกอร์เลยว่าไอ้แซมน่ากลัวมาก ๆ

''นานขนาดไหน?''

ไอ้คิงที่ยืนล้วงกระเป๋าฟังไอ้แซมถามผมขึ้นมาบ้าง

''นานขนาดไหนหรอ?''

ผมทวนคำถามของมันก่อนจะนิ่งไปเพื่อคิดว่าเรื่องของผมกับไหมมันเริ่มมาตั้งแต่ตอนไหนกันนะ

''อาจจะเป็นตอนอาฟเตอ์ปาร์ตี้เฟรชชี่ตอนปีหนึ่งละมั้ง ที่กูตื่นขึ้นมาในโรงแรมพร้อมกับไหม ...''

คำพูดของผมสร้างความตกใจให้กับพวกมันพอสมควรเลยแหละ ไอ้เกอร์ก็คืออ้าปากค้างไปแล้วส่วนไอ้คิงทำแค่เลิ่กคิ้วแล้วมองหน้าผมนิ่ง ๆ ตามสไตล์ ส่วนไอ้แซมไม่น่าจะตกใจเท่าพวกมันเพราะถ้ามันสังเกตุได้ขนาดนี้ก็แปลว่ามันน่าจะมีคำตอบของคำถามที่ไอ้คิงถามผมไว้แล้ว

''มึงปิดพวกกูเพื่อไรวะ?''

นั่นสิ ... ผมควรจะตอบคำถามพวกมันยังไงดีนะ ...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป