บทที่ 8 Chapter 8

Saai Mai Talk

K University

''มึงกูแบบถ้าไม่ได้เม้าท์เรื่องนี้กูอกแตกตายแน่ ๆ''

เหมียวพูดขึ้นมาเบา ๆ พร้อมกับสะกิดแขนฉันกับส้มส้มไม่หยุดจนฉันต้องละสายตาจากอาจารย์หน้าห้องแล้วเหลือบมองมันที่มือสะกิดแต่ตาจ้องไปข้างหน้าอย่างเนียน ๆ งานถนัดมันเลยแหละ

''มึงรอจบคาบนี้ก่อนได้มั้ยยยย อีดอกจารย์แม่งเรียกชื่อกูไม่หยุดเลยเนี่ย''

ส้มส้มพูดพร้อมกับทำหน้าจะร้องไห้เพราะเมื่อกี้มันเพราะทำขวดน้ำตกเสียงดัง หลังจากขวดน้ำตกเท่านั้นแหละอาจารย์ก็เรียกมันถามตอบเป็นเจ้าหนูจำไมเลย

ฉันยิ้มขำกับท่าทางของทั้งคู่ก่อนจะต้องละความสนใจจากทั้งสองคนแล้วมองไปที่ประตูหน้าห้องที่ถูกเปิดออก ก่อนที่ผู้ชายหน้าตาดีสี่คนจะเดินเข้ามาอย่าว่าแต่ฉันเลยที่สนใจทั้งห้องนั่นแหละเอาจริงต่อให้เป็นเพื่อนที่สนิทกันมานานก็ยังไม่ชินอยู่ดีแหละเวลาพวกเขาอยู่ด้วยกันนี่ก็คือเหมือนรวมพลคนหน้าตาดีอ่ะ = =''

''หือออ อีดอกถ้าไม่ติดว่ามีเมียกันหมดกูเผลอกรี๊ดแล้วนะหล่อมาก''

ส้มส้มพูดขึ้นเบา ๆ พร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง

''เพ้อเจ้อ เรียนได้แล้วจารย์หน้าเหวี่ยงแล้ว''

ที่ฉันบอกว่าอาจารย์หน้าเหวี่ยงนี่คือเหวี่ยงจริง ๆ เอาจริงน่าจะเป็นเพราะพวกเขาที่เข้าเรียนสายแต่ก็นั่นแหละว่าไม่ได้ ฉลาดยกกลุ่มขนาดนั้นไม่เรียนก็สอบผ่านมั้ง

''นี่ ... ไหมส้มเหมียว''

แซมที่นั่งอยู่ด้านหลังพวกฉันพูดขึ้นในขณะที่พวกฉันกำลังเก็บของเตรียมออกจากห้องเพราะเลิกคลาสแล้ว เหมียวที่ได้ยินเขาเรียกก็หันไปมองพร้อมกับทำหน้าสงสัยว่าเขาเรียกพวกฉันทำไม

''ไปกินข้าวไหนกันอ่ะ?''

คำถามของแซมทำให้ฉันเผลอเหลือบตาไปมองคนที่นั่งนิ่งเงียบตั้งแต่เข้ามารวมถึงคิงด้วยที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา ฉันรู้สึกได้ว่าบรรยากาศระหว่างพวกเขามันน่าอึดอัดแปลก ๆ

''ไม่เอาอ่ะ แยกกันเถอะ''

ส้มส้มเป็นฝ่ายพูดแรกขึ้นมองเมื่อมันมองพวกเขาสลับกับมองหน้าฉัน

''โหยยย รังเกียจหรอวะ? คนเรา''

ไทเกอร์ที่ได้ยินก็พูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าเซ็ง

''บ้าป่ะ ไม่ได้รังเกียจแต่หายใจไม่ค่อยออก''

เหมียวตอบกลับไปบ้างก่อนจะพยักเพยิดไปทางสองคนที่นั่งหน้าตึงอยู่

''ช่างหัวพวกมันดิ รำคาญแม่งเหมือนกันแหละเลยจะขอไปกินด้วย''

แซมที่พูดแบบนั้นทำเอาฉันตกใจนิดหน่อยนะ สรุปพวกเขาทะเลาะกันจริง ๆ สินะ

''ไปกันหมดนี่แหละ กินโรงหารข้างคณะไปมั้ย?''

ฉันพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะพูดตัดบทออกไป ทำเอาส้มส้มกับเหมียวหันมามองหน้าฉํนแทบจะทันที

''ไปได้แล้ว บ่ายสองกว่าแล้วเดี๋ยวไม่มีไรกินหรอก''

ฉันพูดอีกครั้งก่อนจะคว้ากระเป๋าแล้วเดินนำออกมาคนอื่น ๆ ก็เลยเดินตามฉันมาด้วย แต่ไม่ได้หันไปมองหรอกนะว่าใครบ้างถ้าให้เดาก็คงครบแหละ

''ไหมมม ไหมโว๊ยยยย''

ระหว่างรอลิฟต์บูมก็ตะโกนตามมาก่อนจะวิ่งมาหาฉันพร้อมกับหอบแฮ่กมาเลย

''อะไรบูม โวยวายไรของมึงเนี่ย''

ส้มส้มที่เห็นบูมวิ่งหน้าตื่นมาก็ด่าบูมกลับไปทันที

''เออ มึงช่วยกูหน่อยดิไหม''

ฉันขมวดคิ้วหมุนทันทีเมื่อบูมพูดขึ้นมาแบบนั้น

''อะไร?''

''คือไอ้ยุกต์อ่ะ ไอ้ยุกต์''

บูมพูดตะกุกตะกักเพราะเหนื่อย

''ใครยุกต์ไหน?''

ฉันถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ พูดอะไรของมันเนี่ยพาให้สับสนมาก ๆ

''สัสเอ้ย ไอ้ยุกต์เพื่อนกูอ่ะที่โยธาที่เล่าให้ฟังเมื่อวานไง''

ฉันนิ่งคิดนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้ารับเมื่อนึกออกแล้วว่าบูมมันพูดถึงใคร

''อ่อ ทำไม?''

''คือแบบ กูแบบว่า ...''

''ถ้ามึงแบบว่าอีกรอบกูยันนะ รำคาญจะไปแดกข้าว''

ไทเกอร์ที่ยืนฟังอยู่ด้วยพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด

''เหี้ยใจเย็นดิ คือกูอ่ะแบบให้ไลน์มึงกับมันไปอ่ะมึงอย่าด่ากูนะเว้ยยยย ก็มึงบอกมึงโสดอ่ะ แล้วแบบว่าข้อเสนอมันก็น่าสนใจไรเงี่ย''

ฉันพยักหน้ารับเมื่อได้ฟังบูมพูด

''มันให้มึงเท่าไหร่ล่ะ?''

บูมทำหน้าเหวอไปเลยเมื่อฉันถามออกไปตรง ๆ

''แหะ ๆ สามพัน''

พรึ่บ!

''เกะกะ กูจะเข้าลิฟต์ขวางทางเหี้ยไรกัน''

คนตัวสูงที่เดินแทรกแซมกับไทเกอร์จากด้านหลังพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพร้อมกับเดินชนบูมที่ยืนขวางอยู่เข้าลิฟต์ไปเลย

''สัสสส มันไปแดกรังแตนไหนมาวะ?''

บูมที่โดนชนกระแทกไหล่จนเซหันมาถามแซมอย่างไม่เข้าใจ

''ไม่รู้ เป็นบ้ามั้ง''

แซมตอบก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าลิฟต์ตามด้วยคนอื่น ๆ

''เห้ย ๆ ไหม สรุปมึงโอเคป่ะเนี่ย''

บูมท้วงขึ้นอีกรอเมื่อฉํนทำท่าจะเดินตามเพื่อนไปบ้าง

''เออ ๆ ทำไรก็ทำกูไม่ไรอยู่แล้ว''

ฉันตอบก่อนจะเดินเข้าลิฟต์ตามคนอื่น ๆ มาบ้าง แต่ที่น่าแปลกก็คือทุกคนเว้นที่ให้ฉันยืนข้างเขานี่แหละ''

Win Talk

ผมที่ยืนพิงผนังลิฟต์รอทุกคนที่ดูเหมือนวันนี้จะวุ่นวายสุด ๆ ด้วยหน้าที่ตึงมาก ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไอ้บูมมันถึงได้น่าเตะได้ขนาดนี้ในสายตาผม หลังจากรอได้ไม่นานทุกคนก็ทยอยเข้ามาในลิฟต์รวมถึงคนตัวเล็กที่เข้ามาเป็นคนสุดท้ายแต่ดันได้ยืนข้างผมนี่แหละ 

กลิ่นแชมพูที่ผมคุ้นเคยที่ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อยจนเผลอคว้ามือเล็กนั่นมากุมเอาไว้แบบเนียน ๆ มือเล็กที่ถูกผมจับเอาไว้กระตุกนิดหน่อยเพราะพยายามจะดึงมือตัวเองออกจากมือผม แต่ก็นั่นแหละผมไม่ปล่อยง่าย ๆ สุดท้ายก็ยอมให้ผมจับมือไว้จนลิฟต์เคลื่อนลงมาถึงชั้นล่างสุดผมถึงได้ยอมปล่อยมือเล็ก ๆ นั่นให้เป็นอิสระ

''กูไปกินกับเอสนะพวกมึงตามสบาย''

ไอ้คิงที่เดินนำอยู่หันมาพูดกับพวกผมรวมถึงผู้หญิงสามคนที่ไอ้แซมชวนมากินข้าวด้วยกัน

''มึงตามเอสมากินด้วยกัน''

ไอ้แซมก็คือไอ้แซม ถ้ามันไม่ยอมใครก็ขัดไม่ได้รวมถึงไอ้คิงด้วย

''เออ ๆ เดี๋ยวกูไปรับก่อนพวกมึงไปหาโต๊ะเลย''

ไอ้คิงพูดแค่นั้นก่อนจะเดินแยกออกไป

ที่คิดว่าผมทะเลาะกับพวกมันก็ไม่ถูกหรอก ผมทะเลาะแค่กับไอ้คิงไม่สิไม่ได้ทะเลาะแค่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ... ถ้าให้ย้อนไปเหตุการณ์เมื่อเช้าหลังจากที่มันถามคำถามนั้นกับผมน่ะหรอ

''มึงปิดพวกกูเพื่อไรวะ?''

''มึงเข้าใจมั้ยว่ากูไม่ได้ตั้งใจจะปิดตั้งแต่แรก คือมันเหมือนแบบพอกูเริ่มโกหกหรือปิดบังพวกมึงและทุกคนไปเรื่อย ๆ มันก็หยุดไม่ได้อ่ะ''

ผมนิ่งไปนานก่อนจะพยายามอธิบายให้พวกเพื่อนผมฟัง

''ทำไมต้องโกหกวะ?''

ไอ้แซมถามอีกครั้ง แต่คำถามแม่งก็คล้ายกับคำถามของไอ้คิงเลยนะกูเริ่มงงแล้วเนี่ย

''ไม่ดิ คือ ณ ตอนนั้น เหตุการณ์ตอนนั้นเลยนะทั้งกูทั้งไหมคือตกใจทั้งคู่ มึงเข้าใจฟิลเด็กปีหนึ่งที่แบบเมาแล้วตื่นมาพร้อมกับรู้ว่าเผลอไปเอากับเพื่อนในคณะที่ไม่ได้สนิทกันป่ะ มันทั้งตกใจแล้วก็สับสนอ่ะแล้วไหมก็ดูไม่โอเคมาก ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กูก็เลยแบบถ้าไม่โอเคก็ไม่ต้องบอกใครก็ได้ทำเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น''

ผมเล่าให้พวกมันฟังแบบหมดเปลือกจริง ๆ คือถ้าพวกมันกำลังซักฟอกผมอยู่วันนี้บอกเลย สะอาด ... ผมนี่แหละสะอาดเลย

''ครั้งแรกพลาดแล้วครั้งต่อ ๆ มาละ จนมันผ่านมาสี่ปีเนี่ย มึงเรียกว่าพลาดหรอ?''

ไอ้คิงพูดออกมาด้วยท่าทางที่จริงจังสุด ๆ จนผมนิ่งไปเลยเมื่อเจอคำถามของมัน

''ไม่ได้พลาดป่ะ คือกูตกลงกับไหมแล้วว่าจะไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้แล้วไหมก็โอเคมาตั้งแต่แรก''

''มึงได้ถามเข้าบ้างมั้ยว่าเขาโอเคกับสถานะที่มันเป็นอยู่ตอนนี้ แน่นอนว่าคนแบบมึงคิดเอาเองว่าที่เขายังอยู่ตรงนี้กับมึงก็คือเขาจะโอเคไปตลอดตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้''

ผมพยายามตั้งใจฟังในสิ่งที่ไอ้แซมพูดอีกครั้ง ก่อนจะสับสนกับคำพูดของมัน

''เฟรนด์โซนหรอวะ ไม่ดิจะเฟรนด์โซนได้ไง มึงแทบไม่เคยคุยกันเลยเวลาอยู่ที่ ม.''

ไอ้ไทเกอร์พูดขึ้นพร้อมกับทำหน้างสงสัยอย่างหนักกับเรื่องที่ผมพูด

''แบบนี้เขาเรียกเซ็กซ์เฟรนด์ ไม่ใช่เฟรนด์โซน!''

''ไอ้คิง!! มึงหยุดพูดจาหมา ๆ นะ''

ผมตวาดพร้อมกับพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของมันแน่น

''เหี้ยยย เป็นเหี้ยไรเนี่ยไอ้วิน''

ไอ้ไทเกอร์กับไอ้แซมรีบพุ่งเข้ามาแยกผมกับไอ้คิงแทบจะไม่ทัน

''กูพูดผิดหรอ ... ถ้ามึงคิดจะปิดและใช้สถานะเพื่อนกับเขาต่อไปก็เรื่องของมึงเลยนะ เพราะมึงเสือกเลือกเองตั้งแต่แรกแต่กูจะบอกเอาไว้อย่างนะ ... ที่มึงกับไหมกำลังเป็นอยู่เนี่ยมึงไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเขาเลยสักอย่างเก็ทป่ะ?''

'นิ่งเหี้ยไร!! กูถามว่าจะแดกไร??''

เสียงไอ้ไทเกอร์ดังขึ้นพร้อมกับแรงฟาดที่แขนผมเต็ม ๆ จนผมที่กำลังคิดถึงคำพูดไอ้คิงถึงกับสะดุ้ง

''เหี้ยไร?''

''สัส! แดกไรเร็ว ๆ กูจะไปซื้อแล้วเฝ้าโต๊ะด้วย''

ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างรำคาญ

''ไม่แดก จะไปไหนก็ไป''

มันทำท่าฮึดฮัดใส่ผมแต่ก็ยอมเดินออกไปทิ้งผมให้นั่งเฝ้าโต๊ะคนเดียว แน่นอนที่ผมหงุดหงิดเพราะผมหยุดคิดถึงคำพูดไอ้คิงไม่ได้แล้วไหนจะเรื่องของ ... ช่างแม่ง!!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป