บทที่ 9 Chapter 9

Saai Mai Talk

K University 14.35 น.

''อีไหม ผัวมึงทะเลาะกับเพื่อนหรอ?''

เหมียวถามขึ้นระหว่างที่พวกเรากำลังเดินไปซื้อข้าวกัน ทำเอาฉันชะงักไปแล้วมองหน้ามันนิ่ง ๆ

''ใครผัว?''

ฉันย้อนถามกลับไปแบบนั้นทำเอาทั้งเหมียวและส้มส้มพากันเบะปากใส่ฉันก่อนจะกอดแขนกันเดินหนีฉันไปทันที

''มึง ... แต่กูว่าพวกนั้นรู้เรื่องมึงกับเพื่อนมันแล้วนะ''

ฉันที่กำลังยืนรอข้าวอยู่ อยู่ดี ๆ ส้มส้มก็ขยับมาใกล้ฉันแล้วพูดขึ้นแบบนั้น

''มึงคิดมากไปรึป่าว ก็เขาอยากให้มันเป็นความลับแล้วมันก็เป็นแบบนั้นมาตลอด''

ฉันตอบกลับไปพร้อมกับคิดถึงเรื่องที่เขากับเพื่อนตึงใส่กันแต่ถ้ามันเป็นเรื่องของฉันกับเขาแล้วพวกเขาจะตึงกันทำไมล่ะ ไม่เห็นจะมีเหตุผลอะไรเลย

''อ่ะ ... ไม่เชื่อกูใช่ป่ะมึงก็ถามผัวมึงนะ กูว่าความแตก''

ฉันจิ๊จ๊ะ ออกมานิดหน่อยเมื่อส้มส้มพูดเรื่องนี้ไม่หยุดส้มส้มที่เห็นฉันทำท่าทางแบบนั้นแน่นอนมันหยุดพูดไปทันทีเพราะรู้ว่ากำลังทำให้ฉันกังวล

''ข้าวได้แล้ว มึงเลิกทำมันเครียดสักทีอีส้มหน้าบูดเป็นตูดแล้ว''

เหมียวพูดแทรกขึ้นมาเมื่อเดินถือถาดข้าวมามาพวกฉันหลังจากที่ซื้อเสร็จแล้ว

''ไปโต๊ะเลย เดี๋ยวไปซื้อน้ำให้ น้ำเปล่านะ?''

ฉันพูดพร้อมกับหมุนตัวเดินแยกออกพาเพื่อไปร้านน้ำทันทีเพราะขืนยังยืนอยู่ก็ไม่ได้กินข้าวกันพอดีอ่ะ เห้ออออ~

''ไหม ...''

ฉันขมวดคิ้วจนแทบจะพันกันทันทีเมื่อมีผู้ชายตัวสูงเดินเข้ามาทักฉัน และที่น่าตกใจก็คือไอ้กล้ามแขนที่แน่นจนแขนเสื้อชอปสีแดงเข้มนั่นแทบจะปลิแตก ฉันว่าเขากับฉันไม่น่ารู้จักกันนะ

''ยุกต์ไง เรายุกต์เพื่อนไอ้บูม''

อีกฝ่ายแนะนำตัวเองกับฉันก่อนเมื่อเห็นฉันยืนนิ่งแถยังทำหน้างงใส่อีก

''อ๋อ ๆ มีไรกับเรารึเปล่า?''

ฉันพยักหน้ารัว ๆ ทันที แต่ในใจคืออยากจะด่าไอ้บูมมากที่มันแนะนำใครให้ฉันเนี่ย คือถ้าฉันเผลอไปทำยุกต์โกรธเขาไม่เอาแขนฟาดฉันหรอ?

''ป่าวหรอก เรามาซื้อน้ำอ่ะเห็นไหมพอดีเลยทักคิดว่ามาทักต่อหน้าก่อนจะแอดไลน์ไปน่าจะดีกว่า''

ฉันพยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะส่งยิ้มกลับไปให้เขานิดหน่อย เพราะเขาดูเป็นมิตรกว่าไอ้บูมเยอะเลย

''งั้นยินดีที่ได้รู้จักนะ''

''ครับยินดีที่ได้รู้จักสักทีนะ เราทักไปได้ใช่มั้ย?''

ยุกต์ถามอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่

''ทักได้ ๆ เราไปก่อนนะเพื่อนรอ''

พอฉันตอบกลับไปแบบนั้นเขาก็ยิ้มกว้างส่งกลับมาพอดี ยิ้มสวยแหะ ...

''ครับ''

Win Talk

ภาพของคนตัวเล็กกับไอ้กล้ามโตนั่นอยู่ในสายตาของทุกคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะนี้ ไม่สิทุกคนที่อยู่บริเวณนี้นี่แหละ แต่อยู่ที่ว่าใครจะสนใจแค่นั้นอ่ะ ... ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนที่นั่งอยู่กับผมกำลังให้ความสนใจกับทั้งสองคนที่ยืนคุยกัน

''ใครวะอีส้ม?''

''มึงถามกู กูไปถามใครอ่ะ?''

เพื่อนของคนตัวเล็กที่กำลังยืนยิ้มให้กล้ามโตนั่นคุยกันพร้อมกับความสงสัย

''ไอ้ยุกต์ไง เพื่อนไอ้บูมนักกีฬามหา'ลัย''

เสียงไอ้แซมแทรกขึ้นมากลางวงก่อนที่ผมจะเลิกสนใจแล้วหยิบโทรศัพท์มาเล่นเกมส์ต่อ

''นั่งดิ มึงจะยืนเอ๋อไร''

เสียงส้มส้มพูดก่อนที่ผมจะรู้สึกตัวว่ามีคนนั่งลงข้าง ๆ ผมพร้อมกับกลิ่นที่คุ้มเคย ผมเงยหน้าไปมองนิดหน่อย่อนจะสนใจเกมส์ในโทรศัพท์ต่อ

''ยังไงอีไหม เพื่อนไอ้บูมคุยไรกับมึง''

คราวนี้เป็นหมวยที่เปิดประเด็นขึ้นมา

''พวกมึงรู้จักด้วยหรอ?''

''หึ! ไม่รู้จัก แซมบอก''

ส้มส้มเป็นคนตอบคำถามของคนที่นั่งข้างผม

''ก็ไม่ไง เขามาทักเฉย ๆ เห็นว่ามาทักแบบเจอหน้าก่อนดีกว่าอยู่ ๆ ทักไลน์ไปเลย''

ตุบ!

ผมโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างหัวเสียเพราะดันแพ้เกมส์ที่เล่นอยู่

''เป็นเหี้ยไรมึง?''

ไอ้ไทเกอร์ที่นั่งข้างอีกฝั่งกำลังกินข้าวอยู่ถึงกับชะงักแล้วหันมามองผมอย่างไม่เข้าใจ

''ป้อมแตก''

ผมตอบไปด้วยท่าทางนิ่ง ๆ พร้อมกับมองหาขวดน้ำของเพื่อนผม

''มึงไม่ได้ซื้อน้ำ?''

''เหี้ยไรมึงอี้ก ตะกี้ถามบอกไม่เอารอบนี้มาถามหาน้ำ เนี่ยมึงกวนตีน''

ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างรำคาญเมื่อไอ้ไทเกอร์พล่ามอะไรนักหนาก็ไม่รู้ยืดยาว น่ารำคาญ

''เอานี่ไปก่อนก็ได้ เรายังไม่ได้เปิด''

ผมหันไปมองขวดน้ำที่ถูกยื่นมาตรงหน้า โดยที่คนตัวเล็กข้าง ๆ เป็นคนยื่นมาให้ผม

''ไม่อ่ะ ขอบใจ''

ผมตอบกลับไปก่อนจะหันไปคว้ากระเป๋าตังค์กับโทรศัพท์ของผมบนโต๊ะมาถือเอาไว้

''กูกลับละนะ ถ้าคืนนี้ออกก็โทรมาแล้วกัน''

พรึ่บ

ผมพูดออกไปก่อนจะลุกขึ้นเพื่อจะกลับ

''สัส รอไอ้คิงก่อนดิ''

ไอ้ไทเกอร์หันมามองผมอย่างงง ๆ ก่อนจะคว้าแขนผมเอาไว้

''ไม่รอสัส กูง่วงบอกมันถ้าจะคุยก็รอคืนนี้''

ผมตอบกลับไปแค่นั้นก่อนจะเดินออกมาทันที หงุดหงิดอะไรวะแม่ง โว๊ะ!!!!

Saai Mai Talk

''โทษนะ เพื่อนมึงคือเป็นบ้าอะไรอ่ะ?''

เหมียวพูดขึ้นมาหลังจากที่มองตามแผ่นหลังกว้างที่ก้าวยาว ๆ ออกจากโรงอาหารคณะไปแล้ว

''มึงไม่ต้องพูดเพราะก็ได้เหมียว คือหน้ามึงตอนนี้เหมือนอยากถามพวกกูว่า 'ไอ้เหี้ยวินเพื่อนพวกมึงเป็นเหี้ยไร' มากกว่าอ่ะ''

เหมียวมองหน้าไทเกอร์นิดหน่อยก่อนจะพูดออกมาอีกครั้ง

''อ่ะงั้นกูถามใหม่ ไอ้เวนนั่นเป็นเหี้ยไรมากป่ะ?''

''ถามไหมดูดิ ...''

กริบ ...

ถ้าใครเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่แบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอ่ะ น่าจะเข้าใจว่าอาการเงิ่บแดกเป็นยังไง

''เชี่ยแซม มึง ...''

ไทเกอร์ที่เห็นพวกฉันนิ่งไปก็เลิ่กลั่กทันทีพร้อมกับมองหน้าแซมอย่างสับสน

''มึงจะกลัวไร ไอ้เวนนั่นมันยังไม่สนห่าไรเลยพวกนี้ก็รู้กันหมดแล้ว''

คำพูดของแซมทำให้ฉันรับรู้ได้ทันที ว่าเรื่องของฉันกับเขามันไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป ...

''พวกมึงรู้แล้วหรอ?''

ส้มส้มที่ดูจะตกใจน้อยสุดเป็นคนถามออกไป

''อือ เมื่อเช้าจริง ๆ ก็พอสังเกตุได้ว่ามันซุกใครไว้แต่เพิ่งมารู้ว่าเป็นใครเมื่อเช้า''

แซมตอบส้มส้มกลับไปตรง ๆ ก่อนจะหันมามองหน้าฉัน

''ถ้าไม่โอเคก็บอกมันไปดิว่าไม่โอเค ... ไอ้วินมันซึน ไม่ดิ มันโง่ มันไม่รู้หรอกว่าต้องทำไง''

แซมพูดกับฉันด้วยท่าทางจริงจัง

''มันก็ไม่ได้แย่อ่ะ ... วินที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นกับวินที่อยู่กับฉันมันไม่เหมือนกันอ่ะ เลยไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไร''

ฉันตอบกลับไปยิ้ม ๆ แต่แน่นอนว่ามันเป็นยิ้มที่ฝืนมาก ๆ

''ไม่มีใครชอบอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ หรอก เธอน่าจะรู้ดีที่สุดนะไหม แล้วไอ้วินอ่ะแม่งก็ไหลไปเรื่อยเธอชอบหรอวะ ที่เห็นมันหิ้วใครต่อใครก็ไปรู้กลับคอนโดไปอ่ะ ถึงจะเป็นอีกคอนโดนึงก็เหอะ''

คำพูดของแซมทำเอาฉันขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินเรื่องคอนโดอีกที่

''คอนโดอะไร?''

''เหี้ยละไงไอ้แซม!!''

ไทเกอร์สบถออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นท่าทีของฉัน

''...''

แซมนิ่งไปแทบจะทันทีเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดในสิ่งที่ฉันไม่รู้ออกมา

''ไม่รู้หรอว่ามันก็มีคนอื่นไปทั่ว''

แซมถามออกมาพร้อมกับมองฉันอย่างไม่เข้าใจ

''รู้ ...''

''แต่ไม่รู้ว่ามันจำเป็นถึงขั้นต้องมีคอนโดสองที่ ... โทษทีขอกลับก่อน พวกมึงกูกลับก่อนนะ''

ฉันพูดจบก็คว้ากระเป๋าแล้วพรวดพราดออกมาแทบจะทันที โดยไม่คิดจะสนใจเสียงตะโกนเรียกของทุกคนที่ยังอยู่ที่เดิม

''ไหม!!!''

''เหี้ยละไงไอ้แซม!!''

บทก่อนหน้า
บทถัดไป