บทที่ 2 บทที่ 1

ตอนที่ 1

เมียครับ

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นขณะที่กรุงโรมกำลังแต่งตัว เขาเหลือบมองนาฬิกาเมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่ลูกน้องเขามาถึงแล้วจึงตะโกนสั่งให้ลูกน้องเข้ามา

“เข้ามา”

“ขออนุญาตครับนายน้อย”

เชฟเป็นลูกน้องคนสนิทแต่เนื่องจากเชฟเป็นลูกชายของมือขวาพ่อกรุงโรม กรุงโรมเลยค่อนข้างสนิทกับเชฟและเห็นเขาเป็นเปรียบเสมือนพี่ชายคนหนึ่งมากกว่าลูกน้อง

“มีอะไรแต่เช้า”

“ข่าวเรื่องไอ้วาดีลครับ”

วาดีลเป็นผู้ชายที่กรุงโรมกำลังตามหาอยู่เพราะเขาได้เบาะแสมาว่าวาดีลคือตัวการที่ทำให้พี่สาวเพียงคนเดียวของเขานอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาลในตอนนี้

ซึ่งใครที่มาทำร้ายคนในครอบครัวเขา เขาไม่มีวันปล่อยไว้แน่ แต่นี่เป็นเวลากว่าอาทิตย์แล้วก็ยังไร้วี่แววของวาดีล

“ว่ามา”

“ทางเราพยายามสืบอย่างสุดความสามารถแล้วแต่ไร้วี่แววมันจริงๆ ครับ”

โครม!

เก้าอี้ถูกถีบล้มลงด้วยความโมโห เหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับกรุงโรม

ปกติไม่มีสิ่งไหนลอดสายตากรุงโรมไปได้ ไม่เคยมีสิ่งไหนที่เขาอยากรู้แล้วไม่รู้ เขามีสายข่าวและเครือข่ายอยู่ทั่วโลกเพื่อดำเนินธุรกิจของเขา

เขารับงานสืบหาข้อมูลลับยากๆ มานับไม่ถ้วน มูลค่างานเป็นสิบล้าน ยี่สิบล้าน เขาก็สามารถปิดงานได้ไม่ยาก แต่ตอนนี้เขากลับหาตัวการที่ทำร้ายพี่สาวตัวเองไม่เจอ

“แค่คนคนเดียวทำไมหาไม่เจอวะ!!”

“ผมขอโทษครับนายน้อย แต่ไอ้วาดีลมันสาบสูญไปเลย ไร้วี่แววจริงๆ ครับนาย”

“แล้วน้องสาวมันล่ะ?”

“น้องสาววาดีล เรียนสัตวแพทย์อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับนายน้อยครับ” คิ้วเข้มเลิกขึ้น ไม่คิดว่าน้องสาวของคนที่เขาตามหาจะอยู่ใกล้แค่นี้เอง

“แล้วทำไมกูไม่เคยรู้วะ”

“อาจจะเพราะนายน้อยไม่ค่อยได้ไปมหาวิทยาลัยรึเปล่าครับ”

“อ้าว ไอ้เวรนี่”

“ขอโทษครับ”

เชฟก้มหน้าขอโทษก่อนจะรายงานเรื่องน้องสาวของวาดีลต่อ

“น้องสาวของวาดีลชื่อ วาวา วาเลนไทน์ ศึกษาอยู่ชั้นปีที่สี่ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ เกรดเฉลี่ยสี่จุดศูนย์ศูนย์ เป็นนักศึกษาเรียนดีมาตลอด ไม่เคยออกนอกลู่นอกทางหรือยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขเลยครับ”

“มึงแน่ใจนะว่ามึงสืบมาถูกคน?”

“ครับ เธอเป็นน้องสาวคนเดียวของวาดีล พ่อแม่เสียด้วยอุบัติเหตุตอนเธอห้าขวบ วาดีลเป็นคนเลี้ยงเธอมาและเป็นคนปิดบังข้อมูลเธอ แม้กระทั่งนามสกุล ทั้งคู่ยังใช้คนละนามสกุลกันเลยครับ”

กรุงโรมพยักหน้าอย่างใช้ความคิดก่อนจะยกยิ้มมุมปาก

“หึ มันคงรักน้องสาวมันมากสินะ”

“นายน้อยมีแผนอะไรครับ”

“เราไปทักทายน้องสาวไอ้วาดีลกันหน่อยดีกว่า”

——————

ทางด้านมหาวิทยาลัยเอส เวลานี้นักศึกษาเริ่มเบาบางลงเนื่องจากถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว นักศึกษาส่วนใหญ่จึงเข้าห้องเรียนกัน

ยกเว้นเสียแต่คลาสของวาวาที่อาจารย์แคนเซิลกะทันหัน ทำให้วันนี้ไม่มีเรียนไปโดยปริยาย

“วาไปคาเฟ่กันมั้ย”

ชมพูสาวหมวย ตัวเล็ก เจ้าแม่แห่งวงการพูดไปเรื่อย พูดได้ตลอดทั้งวันไม่มีเหนื่อยหันมาถามเพื่อนสาวแสนเรียบร้อยอย่างวาวา

“ไปกินราเมนดีกว่าวา”

ฟ้าใสแย้งขึ้น เธอเป็นนักมวยหญิงจึงค่อนข้างมีนิสัยที่ห้าวเป็นคนพูดจาโผงผาง ไม่ค่อยสนใจใครแต่เป็นคนรักเพื่อนมาก

“ไม่เอา พูอยากไปคาเฟ่” สาวหมวยตัวเล็กเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้

“คาเฟ่เพิ่งไปกันมาเอง ไม่รู้แหละ ยังไงวันนี้ก็จะไปกินราเมน”

สองสาวยืนเถียงกันโดยมีวาวาคั่นอยู่ตรงกลาง ซึ่งเธอทำได้เพียงมองเพื่อนสลับกันด้วยรอยยิ้มเท่านั้น

เธอชินกับสองคนนี้เสียแล้วเพราะทั้งคู่ทะเลาะกันแบบนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้ปีสี่ก็ยังไม่เลิกทะเลาะกัน

“เดี๋ยววาขอไปห้องน้ำก่อนนะ”

วาวาบอกเพื่อนสาวก่อนจะเดินแยกออกมา ทั้งกลุ่มวาวาเป็นคนที่เรียบร้อยที่สุด ถึงแม้หญิงสาวจะใส่แว่นหนาเตอะแต่กลับบดบังความน่ารักของเธอได้เพียงนิดเดียวเท่านั้นเพราะมีหนุ่มๆ แวะเวียนมาขายขนมจีบให้เธอไม่เว้นแต่ละวัน

แต่ถึงอย่างนั้นวาวาก็ไม่เคยสนใจใครเลย เธอเป็นคนสุภาพ อ่อนหวาน ใสซื่อจากจิตใจภายใน และสนใจแต่เพียงเรื่องเรียน ฉะนั้นจึงไม่มีใครได้ใจเธอไปครองเสียที

“สวัสดีครับคุณวาวา”

วาวาเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอมั่นใจว่าเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้

“เอ่อ สวัสดีค่ะ”

“ผมขอเชิญคุณวาวาตามผมมาด้วยครับ”

“คะ?”

คิ้วสวยเลิกขึ้นอีกครั้งด้วยความไม่เข้าใจ ท่าทางใสซื่อของเธอทำให้เชฟถึงกับประหม่าเล็กน้อย ครั้นจะขู่เหมือนที่ทำกับคนอื่นก็รู้สึกเกรงใจอย่างบอกไม่ถูก

“นายน้อยมีเรื่องพี่ชายของคุณจะคุยกับคุณครับ”

“พี่วาดีลเหรอคะ”

เมื่อได้ยินชื่อพี่ชาย วาวาก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันทีเพราะเธอเองก็ไม่ได้เจอพี่ชายของเธอมาหลายวันแล้ว

“ใช่ครับ เชิญคุณวาวาทางนี้ครับ”

วาวาเดินตามเชฟไปอย่างระมัดระวังจนกระทั่งมาถึงรถหรูสีบลอนซ์เงิน เชฟเปิดประตูรถออกเผยให้เห็นร่างสูงที่นั่งอยู่ด้านใน

“ขึ้นมาสิ”

เสียงทุ้มเอ่ยบอก วาวาชะงักเล็กน้อยเมื่อผู้ชายในรถหันหน้ามา ใบหน้าหล่อและหุ่นกำยำนั่นสง่าผ่าเผยราวกับนายแบบแต่สายตากลับเต็มไปด้วยความน่ากลัวและเจ้าเล่ห์

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณมีข่าวอะไรเกี่ยวกับพี่วาดีลจะบอกวาเหรอคะ”

“บอกให้ขึ้นมา”

กรุงโรมไม่ตอบคำถามแต่ออกคำสั่งซ้ำเสียงเข้มซึ่งวาวาก็ยังปฏิเสธด้วยรอยยิ้มบางๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ ว้ายยย”

หญิงสาวร้องเสียงหลงเมื่อร่างเธอโดนกระชากขึ้นรถไปพร้อมทั้งโดนจับวางลงบนตักแกร่งของคนที่นั่งอยู่ในรถ

“ออกรถ”

กรุงโรมสั่งลูกน้องเสียงนิ่ง แขนแกร่งยังโอบร่างเล็กไว้อย่างลืมตัว กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอและผิวเนียนนุ่มนี่มันอะไรกัน ทำไมมันทำให้เขารู้สึกอยากกอดเธอไว้แบบนี้ตลอดเวลา

“คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้นะคะ”

“เหรอ?”

ใบหน้าหล่อมองเธอด้วยความยียวน วาวาเม้มปากแน่นก่อนจะตีลงบนแขนเขาหวังให้เขาปล่อยเธอ แต่ท่อนแขนแกร่งนั่นแข็งปานเหล็กตีเท่าไหร่ก็ไม่ขยับเสียที

เพียะ เพียะ

“โอ๊ย”

คนโดนตีไม่สะทกสะท้านใดๆ แต่คนตีกลับมือแดงเป็นปื้นแทน

“เก็บแรงไว้ทำอย่างอื่นเถอะยัยเฉิ่ม”

—————

บทก่อนหน้า
บทถัดไป