บทที่ 7 บทที่ 6

เมียครับ 6

เมื่อเห็นว่าร่างบางสิ้นฤทธิ์แล้ว กรุงโรมเลยปล่อยเธอให้เป็นอิสระ

ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมทั้งปัดเสื้อตัวเองแสร้งทำสีหน้าไม่พอใจที่ต้องโดนตัวอีกคน

“ไปอาบน้ำซะ”

“อาบทำไมคะ?”

วาวาเอียงคอถาม กรุงโรมหันไปมองด้วยใบหน้าดุตอบกลับด้วยน้ำเสียงรำคาญ

“จะอยู่สภาพนี้รึไง หรือชอบที่โดนผู้ชายจับตัว”

ถ้อยคำดูถูกจากอีกคนทำให้วาวากำหมัดแน่นก่อนจะลุกเดินเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่พูดอะไรออกมาเพราะเธอคิดว่า เธอไม่ควรมายืนเถียงหรือยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตัวเองกับกรุงโรมอีก เพราะยังไงเสียเขาก็ไม่เคยมองเธอในแง่ดีอยู่แล้ว

“เหอะ อย่าคิดว่าฉันจะหลงเชื่อหน้าใสซื่อของเธอ ยัยของเล่นเฉิ่ม”

กรุงโรมมองตามแผ่นหลังบางเดินเข้าห้องน้ำไปจนลับตาก่อนจะก้มลงหยิบเสื้อคลุมของเธอที่เขาเป็นคนถอดออกขึ้นมา

“อาจจะใช้ได้อยู่บ้าง”

เขาพึมพำกับตัวเองพร้อมทั้งหยิบโทรศัพท์กดหาลูกน้องให้ขึ้นมาหา

เพียงครู่เดียวเชฟก็ขึ้นมาพร้อมลูกน้องอีกสองคน

“นายน้อยมีอะไรรึเปล่าครับ”

“เอาผ้านี่ไปเช็กว่าได้ลายมือเจฟเฟอร์มารึเปล่า”

“ครับนายน้อย”

เจฟเฟอร์รับข้างสั่ง พร้อมทั้งแอบสอดส่องสายตาเข้าไปในห้อง ปกติเขาไม่ใช่คนชอบสอดรู้สอดเห็นแต่สำหรับกรณีเขารู้สึกเป็นห่วงหญิงสาวในห้องมากกว่าอีกอย่างกลัวเจ้านายตัวเองจะมาเสียใจทีหลังด้วยหากทำอะไรรุนแรงลงไป

“มองอะไร?”

เสียงดุถามขึ้น กรุงโรมหันไปปิดประตูห้องให้เรียบสนิทและกอดอกมองหน้าลูกน้องคนสนิทนิ่ง

“คุณวาวาเป็นยังไงบ้างครับ”

คิ้วเข้มกระตุก อันที่จริงการที่ลูกน้องเขาถามถึงอีกคนไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรแต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลย

“ถามทำไม!?”

“นายน้อยครับ ผมยืนยันกับนายน้อยได้เลยว่าจากที่ผมสืบประวัติคุณวาวาอย่างละเอียด เธอเป็นคนดีจริงๆ นะครับ”

“แล้วยังไง?”

“ผมรู้ว่านายน้อยกำลังโกรธพี่ชายของเธอ แต่ผมอยากให้นายน้อยแยกแยะนะครับว่าทั้งคู่เป็นคนละคนกัน”

เชฟหยุดพูดเพื่อสังเกตอาการเจ้านายเมื่อเห็นว่ากรุงโรมยังคงปกติจึงพูดต่อ

“อีกอย่างเรายังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดเลยว่าพี่ชายของคุณวาวาเป็นคนทำให้...”

“พอ เลิกพูดแล้วออกไป”

“ครับนายน้อย”

“แล้วอย่าให้ใครขึ้นมารบกวนเด็ดขาด”

“ครับนายน้อย”

เชฟก้มหน้ารับคำสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาหันหลังเดินกลับไปและได้แต่หวังให้เจ้านายของตัวเองคิดในสิ่งที่เขาพูดได้

กรุงโรมเดินกลับเข้ามาในห้อง ในหัวก็คิดถึงเรื่องที่ลูกน้องคนสนิทพูดไปด้วย

“เหอะ เธอใช้ความใสซื่อหลอกลูกน้องฉันสินะ อย่าคิดว่าจะหลอกฉันได้อีกคน”

กรุงโรมยังไม่ยอมรับว่าวาวาใสซื่ออย่างที่ลูกน้องเขาบอก ร่างสูงกำลังจะเดินไปยังบาร์เครื่องดื่มแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ดังมาจากทางห้องน้ำ

เร็วกว่าใจคิด เขาก็พาตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องน้ำเป็นที่เรียบร้อย

“ร้องไห้หายอย่างนั้นเหรอ”

ในตอนแรกประตูห้องน้ำล็อกอยู่แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะกลอนแค่นี้ กรุงโรมสามารถสะเดาะเข้าไปได้อย่างง่ายดาย

เขาแง้มประตูออกอย่างแผ่วเขาเผื่อไม่ให้หญิงสาวได้ยินเสียง กรุงโรมหลบมองแผ่นหลังบางที่กำลังสั่นเทาด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบกลางหัวใจ

“เราเป็นอะไรวะ”

มือหนายกขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้าย เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนหรือต้นเหตุของความรู้สึกนี้จะมาจากร่างบางในห้องน้ำ

เสียงสะอื้นเล็กๆ ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวถูเนื้อตัวของตัวเองแรงจนกรุงโรมหงุดหงิด เขาเลยเดินเข้าไปห้ามทั้งที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

“ถูแรงแบบนั้น เดี๋ยวก็ถลอกหมด”

มือเล็กชะงักก่อนจะหันไปมองทางด้านหลังแล้วต้องเบิกตาโต

“คุณเข้ามาได้ยังไงคะ!?”

“ถามโง่ๆ ก็เดินเข้ามาสิ”

ด้วยความตกใจ วาวาเลยไม่ได้ทันหาอะไรมาปกปิดเรือนกายเกือบเปลือยของเธอ คนเจ้าเล่ห์เลยถือโอกาสมองสำรวจของเล่นของเขาอย่างพึงพอใจ

“ด้านในไม่เฉิ่มเลยนะ”

“ว้าย ออกไปนะคะ คนบ้า คนโรคจิต”

กรุงโรมหัวเราะเล็กน้อย เขาไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับคำด่าแสนอ่อนหวานนั่นสนิท

นอกจากจะไม่ออกแล้วเขายังเข้าไปรวบกอดเธอจากด้านหลังและจับมือเล็กขึ้นมาจูบ

“เป็นบ้ารึไงถึงได้ถูจนมือแดงขนาดนี้”

“แล้วคุณยุ่งอะไรด้วยคะ คุณต้องการเห็นฉันเจ็บอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” วาวาพูดประชดประชันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ใช่แต่เธอเป็นของเล่นของฉัน ฉะนั้นคนที่มีสิทธิทำเธอเจ็บคือฉันคนเดียวเท่าเดียวเท่านั้น”

“คุณมันคนใจร้าย”

อยู่ๆ หญิงสาวก็ปล่อยโฮออกมาเล่นเอาคนตัวโตที่โอบกอดเธออยู่ทำตัวไม่ถูกนอกจากกอดรัดเธอแน่นขึ้น

“อย่าร้อง”

“ฮึก คุณเห็นฉันเป็นอะไร ถึงได้ทำกับฉันแบบนี้”

กรุงโรมไม่ตอบแต่ยืนนิ่ง ยอมให้กำปั้นเล็กๆ ทุบลงบนแขนเขาอย่างไม่บ่นสักคำ

“คุณปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นลวนลามฉัน ฮึก”

หญิงสาวร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ กรุงโรมเองก็กอดรัดเธอแน่นขึ้น เขารับรู้ได้ถึงความเจ็บของหญิงสาว ถึงสมองจะแย้งว่าเธออาจจะกำลังเล่นละครแต่ใจเขารู้ดีว่าเธอกำลังเจ็บปวดและบอบช้ำเพราะการกระทำของเขาจริงๆ

“อย่าร้อง”

เสียงทุ้มนุ่มละมุนกว่าตอนแรก มือหนาลูบศีรษะคนในอ้อมกอดแผ่วเบา

“ฮึก ฉันไม่นึกเลยว่าคุณจะใจร้ายถึงขึ้นจะขายฉันให้ผู้ชายคนอื่น คุณมันเลว”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน รู้สึกไม่พอใจกับคำกล่าวหาจากของเล่นของเขา มือหนาเชยคางเรียวขึ้นก่อนจะประกบริมฝีปากร้อนลงบนริมฝีปากอวบอิ่ม

เมื่อได้สัมผัสริมฝีปากนุ่มความไม่พอใจในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นความหวานละมุน กรุงโรมมอบจูบแสนหวานให้เธอก่อนจะผละออกและจูบซับน้ำตาให้หญิงสาวเบาๆ

“ฉันไม่เคยคิดจะขายเธอให้ใครทั้งนั้น”

“...”

“เธอเป็นของเล่นของฉัน ของฉันคนเดียวเท่านั้นวาวา”

ริมฝีปากร้อนประทับลงบนริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง ในตอนแรกวาวาพยายามจะปฏิเสธแต่สุดท้ายเธอก็แพ้ต่อสัมผัสอ่อนโยนที่เขามอบให้

น่าแปลกที่เธอกลับรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยจากตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอเสียใจ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและเขาตอนนี้มันคืออะไรกันแน่ ทั้งที่เธอควรรังเกียจแต่กลับยอมรับสัมผัสจากเขาอย่างเต็มใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป