บทที่ 10 หอมกลิ่นกาย 1

ด้านชายหนุ่มเองก็เป่าปาก รีบวางขวดเหล้าให้ไกลออกมาจากมือเรียวทั้งสอง ก่อนจะหันไปสั่งน้ำเปล่ากับโซดาเพิ่มเติม

ในยามที่คิดคำนึงเผลอเขาก็เติมน้ำลงไป ส่วนโซดานั้นก็เอามาผสมให้ตัวเอง... ไม่ไหวหรอก เขากินอย่างเธอไม่ได้

จากนั้นทั้งสองคนก็พูดคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไป ซึ่งทำให้ติณณ์ได้รู้จักคิดคำนึงในแง่มุมที่คนอื่นเขาพูดถึงกัน นั่นก็คือความอัธยาศัยดีของเธอ ความเป็นนักเล่าเรื่อง ความเป็นผู้หญิงที่มองโลกกลับหัวปลิ้นหาง แปลกประหลาดกว่าสายตาของชาวบ้าน

รวมไปถึงพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวในวัยเด็กของกันและกัน หัวเราะให้กับเรื่องปัญญาอ่อนที่คนอื่นไม่ขำ เล่าเรื่องผี แลกเปลี่ยนทัศนคติ นินทาชาวบ้าน ฯลฯ เขากลายเป็นที่คลายเศร้าของเธอ ส่วนเธอก็กลายเป็นที่คลายเหงาของเขาเสียอย่างนั้น กว่าที่จะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เหล้าขวดนั้นหมดลงไป และยังเหลือเวลาก่อนที่ร้านจะปิดอีกชั่วโมงกว่า

ด้วยความที่ติดลมบนกันทั้งคู่ จึงไม่มีใครคัดค้านตอนที่เหล้าอีกแบนเลื่อนมาวางอยู่ตรงหน้า โดยคิดคำนึงซัดไปประมาณสองฝา ส่วนที่เหลือนั้นเป็นของติณณ์ทั้งหมด เพราะฉะนั้นแล้ว ระดับความเมาของทั้งคู่ในช่วงเวลาที่ร้านปิด จึงอยู่ในระดับความฉิบหายเท่า ๆ กัน

ติณณ์รู้ตัวอีกที... ก็ตอนที่รู้ตัวว่าขับรถกลับไม่ไหว และมีหญิงสาวที่ตัวหนักอึ้งเกาะอยู่บนหลัง

“คิด บ้านเธออยู่ไหน” ติณณ์พยายามเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาฟังแทบไม่เป็นศัพท์

“เหรอ อย่างนั้นเหรอ แกว่ายังไงฉันก็ว่าอย่างนั้น แล้วแต่เลย” ส่วนอีกคนก็ตอบอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่ตรงคำถาม

ชายหนุ่มได้แต่หันซ้าย แลขวา... พยายามเอ่ยออกมาเบา ๆ ว่า ‘ช่วยด้วย’ หากท้ายที่สุดก็ไม่มีใครได้ยิน ไม่มีใครก้าวเข้ามาช่วยเหลือเขาได้ แม้แต่ตอนที่เดินไปเรียกแท็กซี่ เขายังต้องขอความกรุณาจากชาวบ้าน

ตัดสินใจจอดรถของตัวเองไว้ที่นี่ก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน... ส่วนชัตเตอร์กดติดวิญญาณที่เกาะอยู่บนหลัง ก็เอาไปด้วยนี่แหละ เมายิ่งกว่าหมาแบบนี้ อย่าได้สะเออะหาทางไปที่อื่นนอกจากบ้านตัวเองเลย สำหรับเขาแล้ว... ขอเจอที่นอนดี ๆ ปลอดภัยต่อทรัพย์สินก็เป็นพอ

มันเกิดขึ้นได้ยังไงกันแว๊...

โอเค ก็รู้แหละว่าชายหญิงมีปฏิสัมพันธ์กันในลักษณะนั้น มันทำให้เกิดการปฏิสนธิขึ้นมา แต่สิ่งที่คิดคำนึงสงสัย คือพลาดได้อย่างไรในเมื่อเขาก็ป้องกันด้วยไอ้นั่นเป็นอย่างดี ซึ่งในคืนนั้น ต่างคนต่างเมาเรื้อนก็จริง แต่ก็ไม่ได้มีใครตาบอดนี่ อีกอย่างต่างคนก็ต่างมีสติ ก่อนที่จะรุกล้ำเข้ามาชายหนุ่มก็ยังขออนุญาต เธอก็ยิ้มหวานเชิญชวนเพราะต้องการลิ้มลองรสชาติที่ตัวเองไม่เคยสัมผัส

เพราะการได้นั่งอยู่คนเดียวก่อนหน้าที่ติณณ์จะเข้ามา คิดคำนึงก็แอบสงสัยว่านี่คืออีกหนึ่งเหตุผลหรือเปล่าที่ทำให้รวิกรเลือกที่จะเดินจากไป ด้วยความที่คบกันมาตั้งแต่เด็ก เริ่มจากการเป็นเพื่อน เพื่อนสนิท และลงเอยด้วยการคบหาดูใจ มันทำให้เขาลำบากใจที่จะพูดเรื่องนี้หรือเปล่า

พอบวกกับความเกรงใจ บวกกับการที่คิดคำนึงชัดเจนว่าอยากให้เขาโฟกัสอยู่ที่หน้าที่การงาน การมีเซ็กซ์จึงเป็นอะไรที่อยู่ไกลตัวมาก ต่อให้มีโอกาสได้อยู่กันสองต่อสอง เขาก็แค่กอด... อ้อ หรือพูดง่าย ๆ คือมันทำตัวเหมือนเพื่อนมากกว่าที่จะเป็นแฟนกัน

ซึ่งในตอนแรกคิดคำนึงแอบคิดว่าตัวเองคงขี้เหร่ ไม่เป็นที่ต้องตาต้องใจของฝ่ายชาย แต่พอได้ผ่านคืนนั้นมากับรุ่นพี่หนุ่มอย่างติณณ์ การแสดงออกของเขาก็ฉายชัดถึงความกระหาย ก็ทำให้เข้าใจว่าคนเราไม่น่าจะยึดเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกเป็นสำคัญ

มันมีคนประเภทที่เข้ากันเรื่องนี้ไม่ได้ คนที่ให้ตายยังไงก็เป็นได้แค่เพื่อน ต่อให้นอนกอดกันก็ยังไม่เกิดอารมณ์... มันน่าจะมีคนอย่างนี้จริง ๆ นะ เพราะในขณะที่ก่อนหน้านี้เธอถูกแฟนเก่าหอมแก้ม ในห้องนอนส่วนตัว โคตรจะรโหฐาน หากทุกอย่างมันก็เฉยมาก แต่คืนนั้น ตอนที่อยู่กับติณณ์ ไอ้บ้าเอ๊ย... เพียงแค่มองตาก็มวนท้อง ยิ่งถูกแตะต้องยิ่งร้อนผ่าว

เรื่องเลยจบลงที่โซฟา ห้องน้ำ และเตียงกว้าง จากนั้นก็วกกลับไปที่ห้องน้ำ วนกลับมาที่เตียงอีกครั้ง ก่อนที่ต่างคนต่างหลับไปคนละทิศละทาง เขาไปซ้ายเธอไปขวา ไม่มีหรอกนอนกอดกกราวกับคนรัก พอตื่นมาอีกทีก็ตอนที่สายมาก และการได้ปลดปล่อยทั้งร่างกายและจิตใจไปกับคืนอันสุดเหวี่ยง ผลของมันคือการทำให้อะไรบางอย่างที่จุกอยู่ในอกปลดล็อก คล้ายจุกหลุด ท้ายที่สุดแล้วคิดคำนึงก็ร้องไห้เป็นเผาเต่าให้กับการจากลา

ซึ่งติณณ์นั้นเข้าใจผิดไปว่าเธอเสียใจเพราะการเสียสาว เขาเลยหน้าซีด หมองเศร้า โดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วหญิงสาวปล่อยโฮเพราะโล่งใจ ชื่นมื่นที่เธอไม่เหลือพันธสัญญากับผู้ชายสับปะรังเคที่ไม่เคยดูแลเธอเลย ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมาก็เอาแต่สนใจเรื่องตัวเอง อีกทั้งยังเสียดาย... ถ้ารู้ว่าการจ้ำบ๊ะกับผู้ชายมันเป็นความรู้สึกที่ดี เธอคงไม่ปล่อยให้ตัวเองแห้งกรังมายาวนานขนาดนี้

หากเธอไม่รู้ว่ามันดีมาก ๆ ดีสุด ๆ เพราะการมีเซ็กซ์มันดีอยู่แล้ว หรือดีเพราะคนที่เธอมีอะไรด้วยนั้น มันเป็นติณณ์?...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป