บทที่ 2 มือตบในตำนาน 1

สองเดือนก่อนหน้า

จะห้าโมงแล้ว อีกไม่กี่นาทีก็ถึงเวลาเลิกงาน... แต่การทำงานอย่างเคร่งเครียดของเหล่าวิศวกรโรงงานยังดำเนินต่อไปแบบไม่มีหยุดพัก ทุกคนที่อยู่ในแผนกต่างตั้งหน้าตั้งตารับผิดชอบหน้าที่ของตน ไม่ว่อกแว่ก ไม่พูดคุยกัน ทำเหมือนกับว่าโรงงานแห่งนี้เป็นองค์กรนาซ่า ทุกวินาทีที่ผ่านไปข้างหน้าเราจะปล่อยให้มันไร้ค่าไม่ได้

คิดคำนึงยังไม่ชินกับสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เพราะเธอเพิ่งมาทำงานที่นี่ได้เพียงแค่เดือนเดียว การย้ายจากโรงงานทางเหนือลงมาประจำที่ภาคกลาง ด้วยความที่ก่อนหน้านี้เธอมีชีวิตต่อนยอนมาหลายปี พอมาอยู่ที่นี่ความเร็วเลยเป็นเรื่องที่เธอตามคนอื่นไม่ค่อยทันสักเท่าไร

โดยเฉพาะเย็นวันศุกร์... ซึ่งเวลาของวันหยุดคืบคลานเข้ามา จะสังเกตเห็นได้ว่ารุ่นพี่ที่ทำงานมาก่อน คนที่อยู่ที่นี่มานาน จะมีความรวดเร็วและความเร่งรีบเป็นทวีคูณ

ตึง ดึ้ง ดึง ดึ่ง...

และทันทีที่เสียงออดของโรงงานดังขึ้น บ่งบอกว่าถึงเวลาเลิกงาน ผู้คนที่หน้าดำคร่ำเครียดเหล่านั้นก็ปิดแล็บท็อปของตัวเองลงแบบทันทีทันใด ในลักษณะที่พร้อมเพรียงกันจนเด็กใหม่อย่างคิดคำนึงทึ่งจนใบ้กิน

“ไปเว้ย ร้านเดิม” ก้องภพเอ่ยออกมาทั้งที่คิดคำนึงยังไม่ทันได้กดปิดโปรแกรมที่ทำอยู่ด้วยซ้ำ

ซึ่งเขาเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยของคิดคำนึง สนิทกันมาก หากหญิงสาวก็ยังไม่ชินยามเมื่อต้องเจอกับชายหนุ่มในสภาพ ‘หิวเหล้า’ เช่นนี้ และด้วยความที่เขาถูกปั้นปอให้เธอมองไว้เป็นตัวอย่าง เนื่องจากทำงานเก่งและดีมาก ๆ แถมยังถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นผู้จัดการแผนกคนต่อไปในอนาคตข้างหน้า แน่นอนว่ามันย่อมทำให้คิดคำนึงหวั่นใจ

“คิด... เร็ว” ไม่วายหันมาสั่งการ

“ยังไม่มืดเลยพี่” คิดคำนึงมองหน้าเขาแบบงง ๆ แม้ผ่านเหตุการณ์อย่างนี้มาแล้วหลายครั้งก็ตาม

“เกี่ยวอะไร”

“ก็... ช่างเถอะ”

คร้านจะเถียงละ... จะบอกว่าเร็วเกินไปก็คงจะโดนด่ากลับมา หญิงสาวเลยช่างเถอะ ช่างแม่ง จากนั้นก็เร่งรีบตามคนอื่นเขาบ้าง ปิดแม่งทุกอย่างในเสี้ยววินาทีและเก็บของลงกระเป๋าเป้อย่างรวดเร็ว “ไป ร้านเดิม”

เอาวะ พ่อบอกว่าเข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม ในเมื่อเจอเพื่อนร่วมงานขี้เหล้า มันจะไปแปลกอะไรที่เราจะขี้เหล้าตาม อีกอย่าง เธอเองก็ชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ยิ่งในคืนวันศุกร์ที่เสาร์อาทิตย์ไม่มีงานค้าง ยิ่งเป็นอะไรที่สุขสันต์

“เดี๋ยวพี่เลี้ยงแกเองคิดถึงน้องรัก”

“จริงเหรอ วี๊ดดดดดดด”

สาวน้อยฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ดีใจเข้าไปอีกเมื่อได้ยินว่ารุ่นพี่หนุ่มคนสนิทจะเป็นคนเลี้ยง อารมณ์ดีจนเผลอทำหน้าตาชื่นบานเกินควร ไม่เพียงเท่านั้นยังลุกขึ้นโยกและร้องเพลงด้วยท่าทางแปลก ๆ ระหว่างที่หยิบกระเป๋าเป้ใบใหญ่ขึ้นพาดบ่า เรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้าง

แต่วินาทีที่หันหน้าไปสบตากับคนที่นั่งหัวโต๊ะ ผู้ซึ่งมีศักดิ์เป็นรองหัวหน้างาน คิดคำนึงก็ต้องหยุดการกระทำทุกอย่าง ก่อนจะยืนตัวตรง จากนั้นก็ยกมือไหว้ทำความเคารพชายหนุ่มด้วยท่าทางนอบน้อม

“สวัสดีค่ะพี่ติณณ์ คิดกลับก่อนนะคะ เจอกันวันจันทร์ค่ะ”

พูดจบ ร่างเพรียวที่สูงกว่าร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ซึ่งอยู่ภายใต้ชุดทำงานสีเทาของโรงงาน ก้าวเดินถอยหลังอย่างเชื่องช้า และทันทีที่พ้นสายตาของติณณ์ เธอก็ออกแรงวิ่งไปยังเครื่องตอกบัตร พร้อมกับทำท่าทางขนลุกขนพอง ราวกับเพิ่งเดินผ่านครูห้องปกครองอย่างไรอย่างนั้น

ไม่รู้จริง ๆ ไม่รู้เป็นอะไรผู้ชายคนนั้นถึงดูน่ากลัวมาก ๆ ไม่รู้ด้วยว่าเธอจะบอกลาเขาทำไม ในเมื่ออีกประเดี๋ยวก็ต้องไปนั่งชนแก้วกัน ซึ่งน่าแปลกที่คิดคำนึงไม่คิดกลัวผู้ชายคนอื่น เธอเรียนวิศวกรรม ทำงานเป็นวิศวกรในโรงงาน คุ้นเคยกับผู้ชายเป็นอย่างดี ชนิดที่ดิบเถื่อนแค่ไหนก็สามารถเข้ากันได้

แต่หลังจากมาทำงานที่นี่ ไม่รู้เป็นอะไร ทั้งที่ติณณ์มีใบหน้าที่อ่อนเยาว์ ขาวใส ประหนึ่งเป็นพระเอกเกาหลีก็ไม่ปาน หากคนที่เข้ากับคนอื่นได้ทุกเพศทุกวัยอย่างเธอ กลับไม่กล้าที่จะตีซี้กับเขา อันที่จริงแค่ถูกปรายตามองราวกับไม่ชอบใจ ยามเมื่อเธอแสดงท่าทีกระโดกกระเดก เธอก็แทบจะไถลตัวลงไปนั่งพับเพียบเป็นนางในละ

หลังจากที่ทำงานที่นี่มาได้เกือบเดือน เธอสนิทกับคนไปทั่วทั้งโรงงานก็จริง กล้าพูดกล้าคุยแม้กระทั่งกับชาร์ลีที่เป็นเจ้าของโรงงาน แต่เธอกลับไม่กล้าสบตากับติณณ์ ในสายตาก็มองว่าเขาน่ากลัวอยู่อย่างนั้น ราวกับทุกครั้งที่เผลอปรายตาไปมอง ชายหนุ่มจะแผ่รังสีอำมหิต จนส่งผลให้จิตใจสะทกสะท้าน

ยิ่งกอปรกับเรื่องที่คนอื่นเล่าขาน พูดกันว่าเขาเป็นมือตบ (ผู้หญิง) ในตำนาน... บอกตรง ๆ ว่าคิดคำนึงมองไม่เห็นหนทางเลยว่า เธอจะสามารถญาติดีกับผู้ชายคนนี้ เหมือนอย่างที่เป็นกับคนทั้งโรงงานได้อย่างไร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป