บทที่ 4 มือตบในตำนาน 3
ติณณ์เป็นเพียงผู้ชายคนเดียวในแผนกที่หญิงสาวไม่คิดจะเข้าใกล้ ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน น้องใหม่ที่มาทีหลังชาวบ้านมักจะวางผู้ชายคนนี้ไว้บนหิ้ง ซึ่งไม่ได้เป็นแค่คนเดียวหรอก อันที่จริงผู้หญิงทั่วไปที่มีโอกาสได้รู้จักหมอนี่ ต่างก็หวาดกลัวรังสีอำมหิตที่โผล่ออกมาจากสายตา ทั้งที่เจ้าตัวเองก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร
เช่นนั้นแล้ว ต่อให้หน้าตาดี หล่อเหลาเกินชาวบ้าน สาว ๆ เห็นแล้วเป็นอันต้องกรี๊ด... แต่ป่านนี้แล้วชายหนุ่มก็ยังโสด หลังจากที่อกหักจากดาหวันแล้วก็ไม่มีใครแวะเวียนเข้ามาเลยสักครั้ง
ซึ่งคิดคำนึงกำลังจะร้องไห้ เพราะกลัวว่าจะถูกด่าเนื่องจากเอาอาหารมาเล่นให้เป็นเรื่องขำขัน แต่ก็โชคดีเหลือเกิน โชคชะตาเข้าข้าง เพราะในขณะที่ทั้งโต๊ะรอคอยว่าติณณ์จะจัดการกับยัยตัวแสบยังไง จู่ ๆ เสียงมือถือของคิดคำนึงก็แผดลั่น ช่วยชีวิตคนเป็นเจ้าของ เนื่องจากเจ้าตัวรีบหันไปคว้ามือถือ จากนั้นก็แสร้งทำเป็นยิ้มตาหยีและเอ่ยขอตัว เบา ๆ อย่างมีมารยาท ไหว้ไปทั้งแปดทิศ... ทั้งที่ปกติไม่เคยทำ
“ฮ่า ฮ่า... หน้ามันโคตรตลก” พอรุ่นน้องสาวเดินห่างออกไปแล้ว เหล่าบรรดาชายฉกรรจ์ก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
“ติณณ์ ไปแกล้งน้องมันทำไม”
รุจาเองก็ขำ แต่ก็รู้มาตลอดว่าเพื่อนคนนี้แสร้งทำให้เด็กมันกลัวมากกว่าที่จ้องจะดุเอาจริง ๆ “คิดกลัวแกมากรู้ไหม”
“ไม่ได้แกล้งเลย เด็กมันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” เจ้าของชื่อหันไปแก้ตัวกับรุจา ก่อนจะตักอาหารจานโปรดขึ้นมากินต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่อยากบอกให้คิดคำนึงรู้เลยว่ามุกปัญญาอ่อนพวกนี้ ทำอะไรกับผู้ชายอย่างพวกเขาไม่ได้หรอก
แต่ก็อย่างที่พูดไปเหมือนกัน เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคิดคำนึงถึงมองหน้าเขาแล้วนิ่งไปเหมือนทุกครั้ง ทั้งที่กับคนอื่นนั้น ด้วยความที่อายุไล่เลี่ยกัน เธอกลับเล่นหัวเล่นกบาลจนแทบจะกลายเป็นเพื่อน แต่กลับเคารพเขาเหมือนญาติผู้ใหญ่
“ดีแล้วล่ะที่มีคนให้มันกลัวบ้าง” ก้องภพนั้นหัวเราะจนน้ำตาไหล “ไอ้เด็กนี่นิสัยเหมือนไอ้วันกับเมียเด็กไอ้แสนดีรวมกัน มันก็ตลกเป็นกันเองอยู่หรอก แต่บางครั้งก็ดื้อจนหน้าจับมาฟาด”
ก้องภพหมายถึงเพื่อนสนิทของเขา คือดาหวัน* (จากเรื่อง LOVE TRAP – รัก กับดัก พิศวาส) ซึ่งเป็นทั้งรุ่นพี่ ทั้งคนสอนงานให้กับคิดคำนึง และยังเป็นถึงภรรยาของเจ้าของโรงงานที่พวกเขาทำอยู่ตอนนี้ มีกิตติศัพท์เรื่องทำงานดี ละเอียดรอบคอบ เข้ากับคนอื่นไปทั่วเหมือนกัน ส่วนภรรยาของแสนดีนั้นชื่อปันพร* (จากเรื่อง Born to be yours – แด่คุณที่แสนดี) คนนี้ดื้อด้านที่หนึ่ง เอาแต่ในที่หนึ่ง ไม่ว่าจะพอใจหรือไม่พอใจก็มักจะแสดงออกทางสีหน้าเป็นเด็ก ควบคุมได้ยาก
และที่เห็นตอนนี้... คิดคำนึงทำให้คิดถึงทั้งสองคนในร่างเดียวกัน บางทีก็แสดงออกมาอย่างดาหวัน บางทีก็ดื้อด้านเหมือนปันพร ส่วนความกวนตีนนั้นคงมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครเด็ดขาด
บรื๋ยยย... ขนลุกไปหมด
แค่เห็นสายตาของเขาเธอก็อยากจะร้องไห้
คิดคำนึงทำท่าทางขนลุกขนพอง ก่อนจะยกมือถือขึ้นมากดรับ ยิ้มออกมาเมื่อหน้าจอเผยให้เห็นชายหนุ่มหัวเกรียนที่กำลังคิดถึงอยู่ ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับคนที่ก้องภพไม่ชอบขี้หน้า
“ไหน ขอดูหน้าคนหนีเที่ยวหน่อย” ปลายสายแกล้งทำเสียงดุ แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าคมก็ยังยิ้มหวานส่งมาให้
“หนีอะไรกัน ก็บอกอยู่ว่ามากับพี่ที่ทำงาน”
“รู้แล้วครับ แกล้งเล่นไปอย่างนั้นแหละ แค่จะโทร. มาถามย้ำ... ไม่ได้ขับรถกลับเองใช่หรือเปล่า”
คิดคำนึงยิ้มออกมา ดีใจที่อีกฝ่ายเอาใจใส่ ชิ ไม่เห็นจะเป็นอย่างที่ก้องภพว่าเลยสักนิด “อื้อ เดี๋ยวพ่อมารับตอนเที่ยงคืน”
ปกติวันศุกร์คิดคำนึงไม่ค่อยขับรถมาเองอยู่แล้ว เนื่องจากบ่อยครั้งต้องอยู่สังสรรค์กับพี่ ๆ ที่ทำงาน ตำรวจเก่าที่เกษียณงานไปแล้วถึงสองปี ซึ่งอยู่บ้านปลูกผักปลูกต้นไม้ไปวัน ๆ ก็มักจะอาสามารับมาส่ง หรือถ้าวันไหนที่อารมณ์ดี ไม่ขี้เกียจ จำเป็นที่ต้องใช้รถระหว่างวัน พ่อก็จะเป็นสารถีให้
ซึ่งชีวิตของคิดคำนึงมีผู้ชายที่วนเวียนอยู่หลัก ๆ แค่สองคน หนึ่งคือพ่อที่เป็นอดีตตำรวจ กับคนรักหนุ่มที่ตอนนี้กำลังใช้ความสามารถในการไต่เต้า สำหรับหน้าที่การงานคาดว่ากำลังจะเลื่อนขั้นในอีกไม่นาน และถ้าวันนั้นมาถึง เธอก็จะถือว่าเป็นเครดิตของตัวเองมากกว่าครึ่ง เพราะนอกจากจะช่วยเขาติววิชาต่าง ๆ มาตั้งแต่เด็ก เธอยังเป็นกำลังใจชั้นดี แถมอยู่อดทนรอมาจนป่านนี้ โดยไม่คิดเรื่องแต่งงานให้เป็นที่กดดัน
ส่วนแม่คะนึงนิจของเธอนั้น... จากไปตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กแล้วล่ะ คิดคำนึงจึงโตมากับพ่อแค่สองคน ย้ายโรงเรียนกับย้ายบ้านบ่อยมาก มากจนกลายเป็นความเคยชิน
“ดีแล้วล่ะ เราก็ห่วง ตั้งแต่ย้ายไปอยู่ที่นั่นดูเหมือนจะเที่ยวบ่อยกว่าเมื่อก่อน”
“ก็อยู่ที่โรงงานเก่าเราไม่ค่อยสนิทกับใครนี่นา”
“เราไม่ได้ว่าอะไรหรอก ดีเสียอีก คิดจะได้ไม่เหงา... แค่รู้ว่าเป็นโรงงานของสามีรุ่นพี่เราก็เบาใจ” รวิกรเอ่ยเสียงหวาน แสดงออกว่าเป็นห่วงจากใจจริง แต่ก็ไม่ได้คิดว่าแฟนสาวจะมีปัญหาเรื่องการปรับตัว ด้วยความที่ตั้งแต่เด็ก ๆ เธอต้องย้ายตามคนเป็นพ่อไปประจำจังหวัดนู้น จังหวัดนี้อยู่บ่อย ๆ จึงทำให้คิดคำนึงสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี
เพียงแต่ที่ผ่านมา เธอไม่มีคนที่สนิทใจจริง ๆ เช่นเป็นเพื่อนสนิทหรือรุ่นพี่ที่คบหากันมานานหลายปี ต่อให้หญิงสาวจะเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นไปทั่ว อัธยาศัยดีเป็นที่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเปิดใจให้เต็มร้อย จึงยากต่อการพบเจอใครสักคนที่จะพึ่งพาทางอารมณ์ได้
