บทที่ 8 On the rock 2

เตรียมการเกินกว่าครึ่งแล้วล่ะ เงินน่ะพร้อมแล้ว ตั้งใจว่าจะหาประสบการณ์อีกสักปีสองปี ระหว่างนั้นก็สอบนั่นสอบนี่ไปก่อน จากนั้นก็ค่อยตัดสินใจว่าจะลงหลักปักฐานที่ไหน ซึ่งบอกตามตรงว่าทำไปเพราะชีวิตเริ่มเลือนราง ไร้จุดหมาย แต่ถามว่าอยากไปไหมก็คงไม่ แต่ไม่มีเหตุผลอะไรจะเหนี่ยวรั้งให้อยู่ต่อซะมากกว่า

ร่างสูงตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านอย่างคุ้นเคย หากทันทีที่ก้าวพ้นประตู ขาเรียวยาวที่อยู่ภายใต้กางเกงยีนก็ต้องชะงัก เมื่อภาพที่อยู่ตรงหน้าดันเป็นหญิงสาวที่เขารู้จักได้ร่วมเดือน ซึ่งยังเป็นคนที่ยังไม่สนิทใจที่จะคุยด้วยสักเท่าไร เช่นนั้นแล้ว มันจึงเกิดเป็นความไม่แน่ใจ...

เขาอยากนั่งร้านนี้ ‘คนเดียว’ และยังไม่พร้อมที่จะคุยกับใครทั้งนั้น

ท้ายที่สุดติณณ์จึงเลือกที่จะกลับหลังหัน...

หากก็เปลี่ยนใจ เมื่อมองไปแล้วเห็นว่าคิดคำนึงกำลังนั่งจ้องแก้วเหล้าด้วยสายตาเพ่งเล็ง ประหนึ่งว่าต้องการฝึกเวทมนตร์ พยายามให้เกิดอะไรขึ้นกับมันสักอย่าง

แม่นี่เป็นคนแปลก...

เขารู้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะว่าหล่อนมีอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนคนอื่น แต่เพราะด้วยความแปลกนี่แหละที่ทำให้ติณณ์อารมณ์ดีทุกครั้งเมื่อได้แกล้ง ชนิดที่ว่าไม่ต้องลงทุนอะไรมาก เพียงแค่เขาปรายตามองเธอก็ทำหน้าตาประหลาดให้คนอื่นขำขัน

เหมือนอย่างตอนนี้ ตอนที่เดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ แล้วคิดคำนึงหันมามอง แต่แทนที่จะทักทายดั่งคนที่รู้จักกันเป็นปกติ เธอกลับใช้ดวงตาปรือ ๆ จ้องมองหน้าเขาครู่หนึ่ง ทันทีที่นึกได้ว่าเป็นใครก็ค่อยหงายหลัง

กลายเป็นเขาที่ต้องเป็นฝ่ายอุทานออกมาด้วยความตกใจ ไม่เพียงเท่านั้นยังต้องลำบากเอื้อมมือไปคว้าเอวบาง ไม่อย่างนั้นแม่นี่คงตกเก้าอี้ลงไป และเก้าอี้หน้าบาร์ที่สูงกว่าปกติอยู่แล้ว แน่นอนว่าอาจจะมีหลังหักกันได้

“เมาแล้วเหรอ” ทันทีที่หญิงสาวกลับมานั่งปกติ ติณณ์ก็ถามออกไป

“พี่ติณณ์มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง สะกดรอยตามคิดมาเหรอ” ดวงตาหยาดเยิ้มบ่งบอกว่าเจ้าของแมวเล้าเมาแล้ว แต่การที่เธอหันซ้าย หันขวาแบบเอี้ยวไปทั้งตัวและคงได้หน้าคะมำลงไปถ้าไม่จับตัวไว้ การันตีได้เลยว่าเมามาก

จึงได้พูดจาเพ้อเจ้อที่ทำให้คนฟังถอนหายใจ “พี่จะทำไปเพื่อ?”

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าคิดอยู่ที่นี่”

“ไม่รู้ พี่ก็มาของพี่...” ข้ามฝั่งไปนิดเดียวก็เป็นคอนโดฯ ของเขาละ เธอต่างหากที่มาที่นี่ได้ยังไง แถมยังมาคนเดียวอีก คิดว่าดูแลตัวเองได้หรือประมาทเลินเล่อกัน

“งั้นก็เป็นเรื่องบังเอิญ...” คิดคำนึงพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะละสายตาไปจากใบหน้าหล่อเหลาของรุ่นพี่หนุ่ม ลืมสิ้นแล้วความหวาดกลัวที่เคยมีให้ เพราะตอนนี้หัวใจของเธอชาวาบยังไม่หาย ส่วนหัวสมองก็มีเรื่องอื่นให้คิดมากกว่า

ซึ่งมันเกิดเป็นความแปลกใจในสายตาของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ...

ติณณ์หันไปสั่งเครื่องดื่มให้กับตัวเองบ้าง ก่อนจะหันมาพิจารณาคนที่เอาแต่จ้องแก้วเหล้า สลับสับเปลี่ยนกับการยกมันขึ้นดื่ม เป็นอย่างนี้อยู่นานราวกับต้องการให้มันเกิดปาฏิหาริย์อะไรสักอย่าง

แล้วติณณ์ก็เพิ่งนึกได้ เมื่อคืนนี้เธอเองก็เมา... ไม่เพียงเท่านั้นยังหลุดปากเรื่อง ‘ความรักที่งดงาม’ ของตัวเองที่ชอบพูดเกทับก้องภพเป็นประจำ และผลของมันก็คือการที่ทุกคนยั่วยุให้คิดคำนึงไปตามสืบ จับให้ได้คาหนังคาเขาอะไรเทือกนั้น ซึ่งเขาไม่รู้ว่าสาเหตุที่เธอนั่งนิ่งอย่างตอนนี้ มันเป็นเพราะเรื่องนั้นหรือเปล่า

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ปกติติณณ์ไม่ใช่คนอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่น แต่พออยู่กับคนที่ไม่ปกติอย่างคิดคำนึง จู่ ๆ ก็เอ่ยถามออกมา

ซึ่งหญิงสาวก็ได้แต่ถอนหายใจ ไม่รู้หรอกว่าเขาหมายถึงอะไร แต่เธอกำลังพยายาม... “พยายามร้องไห้อยู่ค่ะ”

“พยายามร้องไห้อย่างนั้นเหรอ”

“อื้อ มันเหมือนมีอะไรจุกอก พ่อบอกว่าร้องออกมาอาจจะช่วยได้... คิดเลยโกหกว่าจะออกมาเมากับเพื่อน จะไปนอนค้างบ้านพี่วัน เผื่อเหล้าจะทำให้กล้าแสดงความอ่อนแอ แต่ลืมไปว่านอกจากพี่วันแล้ว คิดก็ไม่มีใครให้สนิทด้วยทั้งนั้น”

แต่ดาหวันกำลังท้องอยู่... ไม่มีทางแน่นอนที่คิดคำนึงจะเรียกรุ่นพี่คนสนิทออกมาเจอ ยิ่งไปเจอที่บ้านยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะไม่อยากรบกวนสมาชิกคนอื่น ๆ อีกอย่างบอสคงได้ด่าเปิงถ้าไปวุ่นวายให้เมียเขาต้องคิดมาก

เช่นนั้นแล้วเธอจึงมานั่งอยู่ตรงนี้ อยู่ในบาร์เล็ก ๆ ที่ไม่มีคนรู้จัก โดยไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะต้องมาเจอกับชายหนุ่มที่น่ากลัวอย่างติณณ์ มีโอกาสได้นั่งคุยกับเขา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอทำได้แค่ทักทายและเอ่ยลา

“แล้วเธอไปเจอเรื่องอะไรมา”

“ไปเจอแฟนอยู่กับผู้หญิงคนอื่นค่ะ”

มาถึงตรงนี้ คิดคำนึงก็ยังไม่มีน้ำตาให้กับมัน แม้กระทั่งตอนที่เอ่ยเล่ายังรู้สึกแค่แสบ ๆ คัน ๆ ไม่เฉียดใกล้คำว่าเศร้าเสียใจเลยสักนิด “เป็นอย่างที่พี่ก้องล้อมาตลอด”

“แล้วทำไมถึงร้องไห้ให้กับมันไม่ได้ เธอไม่เสียใจหรือไง”

“ไม่รู้เลยค่ะ” คิดคำนึงพยายามหาคำตอบให้กับตัวเองอยู่เหมือนกัน กระทั่งในวินาทีที่หันไปมองหน้าชายหนุ่มอย่างเต็มตา เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงเป็นอย่างนี้ “ถ้าแอบดีใจด้วยซ้ำจะเป็นอะไรไหม คิดจะกลายเป็นคนไม่ปกติหรือเปล่า”

“ไม่หรอก... อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น” ขนาดเขาที่ชอบความสันโดษ ใช้ชีวิตเดียวดายมาแสนนาน พอเอาเข้าจริงยังเหงาได้เลย และตอนนี้ก็ต้องการใครสักคนมาเคียงข้าง แต่เลือกไม่ได้เพราะผู้หญิงโดยส่วนใหญ่มักจะไปกับเขาไม่รอด เหตุเพราะความเฉยชา

อิจฉาที่ก้องภพมีแฟน แอบน้อยใจที่แสนดีหนีไปมีครอบครัวเสียอย่างนั้น แล้วก็ยังมีบ้างที่เสียใจเรื่องดาหวัน... เพราะเขาไม่ได้แอบชอบเธอแค่ครู่เดียว หากกินระยะเวลามานานอยู่หลายปี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป