บทที่ 5 มันคือถุงยางกลิ่นช็อคโกแลต!
“หะ!” ฉันเบิกตาโตทันทีกับคำว่าท้องเดี๋ยวนะเมื่อคืนฉันกับผู้ชายคนนั้นเราได้ป้องกันรึเปล่าวะ โอ้ย จำไม่ได้เลยจำให้ได้สิวะยัยนาบี!
“แล้วนี่แกได้ป้องกันกันรึเปล่า” ยัยคาเรนถามฉันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนฉันก็พยายามนึกอย่างสุดความสามารถ
จนกระทั่ง …
“ป้องกัน! ใช่!..เขาใส่ถุงยางอยู่ฉันจำได้แล้วเพราะฉันได้กลิ่นช็อกโกแลต ใช่ ๆ มันคือถุงยางกลิ่นช็อกโกแลตแน่ ๆ ” ฉันเอ่ยขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจที่นึกออก แต่ใบหน้าเพื่อนแต่ละคนรวมถึงคนรอบข้างต่างมองฉันด้วยสายตาประหลาด
กรี๊ดดดด นี่ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย!!
“เออ งั้นถ้าแกมั่นใจว่าเขาป้องกันก็ดีแล้ว แต่ ฉันว่าแกควรไปคุยกับผู้ชายคนนั้นหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ” คราวนี้เป็นยัยสไมล์ที่พูดขึ้น
“ไปทำไม โอยไม่เอา ฉันอาย..พวกแกไม่รู้หรอกว่าฉันเมาและทำบ้าอะไรไว้ขนาดไหนขนาดตัวฉันยังแทบจะรับตัวเองไม่ได้เลย” ฉันยกมือขึ้นจนแทบจะทึ้งหัวทั้งสองข้าง
จะถามหาความรับผิดชอบอะไรก็ไม่ได้ เพราะฉันเป็นฝ่ายที่ชวนเขา แน่นอน ถ้ามั่นใจว่าเขาป้องกันฉันก็หายห่วงเรื่องท้องไส้ เพราะฉันมั่นใจว่าเราสอดใส่กันตอนเขาสวมถุงยางแล้วแน่นอน แถมยังคลายกังวลเรื่องโรคติดต่ออีก
แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ฉันกลัวมากที่สุดก็คือการโดนแอบถ่ายนี่สิ
“แล้วถ้าเกิดเขาแอบถ่ายคลิปขึ้นมาแกจะทำไงแกต้องไปคุยให้รู้เรื่องนะเว้ย!” ยัยฌิรินเริ่มไซโคอีกคน จนฉันแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว
“จริงนาบี ฉันว่าไปถามให้รุ่นพี่คนนั้นเคลียร์เถอะ แกควรเก็บความอายตัวเองไว้ก่อน เพราะถ้ามีคลิปหลุดขึ้นมามันไม่ใช่แค่อายนะ เรื่องใหญ่นะแก” ตามมาด้วยยัยคาเรนที่ยิ่งพูดให้ฉันจิตตกเข้าไปใหญ่
“แต่พวกแกคิดว่า เขาจะบอกความจริงกับฉันเหรอ ถ้าเขาแอบถ่ายจริงๆ ใครจะกล้าบอก”
“ก็ถ้าฝ่ายนั้นไม่ยอมบอก แกก็ขู่ไปเลยว่าจะไปแจ้งตำรวจและถ้ามีคลิปหลุดออกมาจริง ๆ เขาจะกลายเป็นผู้ร้ายทันที!” ยัยคาเรนเสนอ
“ว่าแต่ฉันจะไปหาเขาเจอได้ยังไงกันแม้จะรู้ว่าอยู่คณะวิศวะแต่คนในคณะก็มีตั้งกี่ร้อยคนแถมชื่อ…ก็ยังไม่รู้อีก” ฉันเอ่ยหน้าเศร้าแม้ว่าเขาจะดูหล่อจนดูเด่นมากก็ตาม แต่ความจริงแล้วผู้ชายคณะนี้มีคนหล่อเยอะมาก จนนึกว่าเป็นคณะที่รวมผู้ชายหน้าตาดีเอาไว้ซะอีก
“เอาเถอะ ไว้ฉันจะถามคนที่ฉันคุย ๆ อยู่ที่คณะวิศวะมาให้ ว่าแต่นอกเหนือจากสร้อยเกียร์แล้ว แกจำอะไรอีกได้ไหม”
ฉันส่ายหน้า ก่อนที่ทั้งฉัน ฌิริน และสไมล์ หันไปมองคาเรนพร้อม ๆ กัน
“เดี๋ยว แกว่าอะไรนะคาเรน แกมีคนคุยที่คณะวิศวะอ่อ”
“ได้ไงวะ มีอะไรไม่บอกเพื่อนเลยนะ”
“ฮั่นแน่ เก็บเงียบเลยนะแก”
เราสามคนพร้อมใจกันโวยวายใส่คาเรนโดยไม่ได้นัดหมาย และเปลี่ยนเป้าหมายจากเรื่องของฉัน เป็นเรื่องของคาเรนทันที
“ก็ เออประมาณนั้นแหละ แค่คุย ๆ กันเฉยๆ ธรรมดา เอาไว้ถ้าฉันจริงจังแล้วอยากจะเปิดตัว จะบอกพวกแกก็แล้วกัน อ่อละก็อีกอย่าง พวกแกลืมไปแล้วหรือไงว่าพี่ชายฉันก็อยู่วิศวะเหมือนกันจำไม่ได้เหรอ ไว้จะถามพี่ฉันให้” คาเรนยักไหล่มองหน้าพวกเราทุกคน
“จำได้ยะ ว่าพี่ชายแกก็อยู่วิศวะ และแกก็หวงพี่ชายแกมาก ไม่เคยบอกชื่อ ไม่เคยพามาให้พวกเรารู้จัก” สไมล์คว่ำปากมองค้อน ก่อนหันไปพยักพเยิดหาแนวร่วมสนับสนุนความคิดกับฌิริน
“จริงไม่รู้จะหวงทำไมพี่ชาย สงสัยหล่อจัด”
“ฉันไม่ได้หวงพี่ชายเว้ย แต่หวงพวกแกต่างหาก พี่ชายฉันเสือผู้หญิงเลยนะ เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ฉันไปหาพี่ทีไรจำชื่อผู้หญิงแต่ละคนของพี่ชายไม่ได้สักคน บ้านช่องก็ไม่ค่อยกลับ คลุกอยู่กับสาว ๆ ที่คอนโด ถ้าขืนพี่ชายฉันเจอพวกแก แล้วทำให้พวกแกเสียใจฉันยอมไม่ได้แน่” คาเรนทำหน้าสีหน้าจริงจัง ดูท่าว่าคาเรนจะห่วงพวกเรามาก เพราะนับตั้งแต่รู้จักกับคาเรน แทบไม่เคยพูดถึงพี่ชายหรือแนะนำอะไรเกี่ยวกับตัวพี่ชายเลย
แต่...ก็น่ากลัวจริง ๆ นะ ผู้ชายประเภทนี้
“โอเค งั้นพอเกทละว่า พวกเราไม่ควรเข้าใกล้พี่ชายแก แล้วเรื่องของยัยนาบีจะว่าไง” สไมล์หันไปถามคาเรนต่อ ก่อนที่นางจะหยิบมือถือแล้วไลน์หาใครสักคน เดาว่าน่าจะเป็นคนคุยของนางนั่นละ ก่อนที่นางจะเงยหน้าขึ้นแล้วมองหน้าพวกเรา
“วันนี้พวกรุ่นพี่คณะวิศวะ จะมีกินเลี้ยงกับที่ผับข้าง ๆ มหาลัยนะ พวกแกอยากรู้ว่าคนไหนลองไปที่ผับดู เผื่อจะเจอผู้ชายคนนั้น” ทั้งฉันยัยฌิรินยัยสไมล์หันไปมองยัยคาเรนเป็นตาเดียวกัน
“แต่ฉันไม่ไปนะ คืนนี้มีนัดแล้ว” ยัยคาเรนอมยิ้ม ก่อนจะยกมือบ้ายบาย “ต้องพัฒนาความสัมพันธ์อะ โทษที”
“เออจ้า แม่คนคลั่งรัก งั้นพวกเราไปกันสามคนก็ได้”
“แต่ไม่แน่นะ รุ่นพี่คนนั้นของแกอะ เมื่อคืนเขาอาจจะเมาเหมือนแกและกำลังตามหาแกเพื่อรับผิดชอบอยู่ก็ได้”
ฉันขมวดคิ้วทันทีอยู่ ๆ ยัยสไมล์มาโลกสวยอะไรใส่ฉันเนี่ย
“ก็เป็นไปได้นะเว้ย เขาอาจจะรู้สึกผิดและอยากชดใช้ที่เอาซิงแกไป” ยัยฌิรินก็เป็นไปกับเขาด้วยเฮ้อ..
“อันนี้ก็จริงไม่แน่แกกับเขาอาจจะได้คบกันจนแต่งงานสร้างครอบครัวเลยก็ได้นะเว้ย!”
จบด้วยยัยคาเรนที่พูดพร้อมกับทำหน้ายิ้มฝันหวานเหมือนอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์สุด ๆ
แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนั้นได้เลยเพราะท่าทางและสายตาที่เย็นชานั่นฉันยังจำไม่ลืมแถมเจ้าตัวก็ยังดูลุคออกเจ้าชู้ด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นตัดเรื่องโลกสวยพวกนี้ทิ้งไปได้เลยเพราะมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นเด็ดขาดอย่างแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์
