บทที่ 7 ทำไมต้องเจอกันอีก

เช้าวันต่อมาที่มหาวิทยาลัย

หลังจากที่ฉันคิดดีแล้วว่าควรเลิกคิดมากเรื่องรุ่นพี่คนนั้น ได้แต่คิดว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีก

ทว่า....

อยู่ ๆ รถซุปเปอร์คาร์คันหรู คันที่ไม่เคยคุ้นตาหรือเคยเข้ามาจอดที่คณะนิเทศของเราเลยสักครั้ง เลี้ยวเข้ามาจอดตรงหน้าตึก ทุกคนรวมถึงฉันต่างจับจ้องซุปเปอร์คาร์คันนั้นเป็นตาเดียว

จนกระทั่ง

WTF!

สองตาของฉันเบิกกว้าง เมื่อเห็นคาเรน ลงมาจากลงของผู้ชายคนนั้น และเป็นเขาที่เปิดประตูรถเดินตรงเข้ามาคาเรนที่เดินนำออกมาไม่กี่ก้าว

“เดี๋ยว... ลืมกระเป๋าแหนะยัยบ๊องส์”

เขาส่งกระเป๋าในมือยื่นให้คาเรน พร้อมกับเอามือลูบหัวเพื่อนฉันด้วย

“ขอบคุณค่า ก็แหม คนมันขี้ลืมนี่นา”

“ที่หลังอย่าลืมไว้บนรถใครอีกละ”

“รู้ละน่า ห้ามบ่น”

เขาโยกหัวคาเรนเบา ๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่รถของตัวเอง มียัยคาเรนที่ยืนยิ้มแล้วเอี้ยวตัวหันหลังกลับไปมอง พลางยกมือบ้ายบายส่งกลับไปให้

ยะ อย่าบอกนะว่า คนคุยของคาเรนที่ว่าอยู่คณะวิศวะ

เชี่ย...

รถซุปเปอร์คาร์หรูแล่นออกไป ในขณะที่ฉันยืนเหม่ออยู่ที่เดิม จนกระทั่งคาเรนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

“ยัยนาบีมายืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนี้”

“นะ นั่นใคร” ฉันถามออกไปทั้งเสียงสั่น ภาวนาให้นาบีแค่ติดรถคนรู้จักมาลงที่คณะเท่านั้น อย่าได้บอกว่าเป็นคนคุยหรือเป็นคนรู้จักแบบสนิทชิดเชื้ออะไรเลย

“แกถามถึงใคร” คาเรนหันไปมองด้านหลังก่อนหันมามองหน้าฉันอีกที

“ฉันสิ ต้องถามแกว่านั่นใคร แกลงรถใครมา แล้วรถแกไปไหนทำไมถึงให้ผู้ชายคนนั้นมาส่ง”

“อ่อ คือพอดีรถฉันเสียตรงทางด่วนเมื่อเช้า แล้วเออฉันก็เลยโทรให้พี่เขาก็ไปรับ ว่าแต่แกถามทำไมอย่าบอกนะว่าแกเห็นเขาหล่อมากเลยแอบมอง อย่านะเว้ยคนนั้นเขาเป็น ....”

“อย่าบอกนะว่า ผู้ชายช็อปวิศวะคนนั้นคือคนที่แกคุย ๆ อยู่!”

ฉันพูดสวนคาเรนทั้งที่ทั้งที่นางยังไม่พูดไม่จบ คือมันจะไม่อะไรเลยเว้ย ถ้าผู้ชายที่ขับรถมาส่งมันไม่ใช่พี่ไคโร ผู้ชายที่เมื่อคืนยังนัวหญิงคนอื่นอยู่อีกคน แล้ววันนี้ดันมาอยู่กับเพื่อนสนิทของฉันอีก

ช่างสมกับฉายาเพลย์บอยตัวพ่อเป็นที่สุด

“ถ้าฉันบอกว่าใช่ แล้วแกจะว่ายังไง”

“แต่รุ่นพี่คนนั้นเขาเจ้าชู้มากเลยไม่ใช่เหรอ เมื่อวานพวกยัยสไมล์กับฌิรินก็บอกอยู่ ว่าผู้ชายคณะวิศวะของมอ.เราน่ากลัวมากแค่ไหน”

ใช่ ผู้ชายคนนั้นมันไม่เหมาะกับลูกคุณหนูอย่างคาเรนเลยสักนิด ถึงแม้ว่าตอนที่ฉันเห็นรุ่นพี่ไคโรอยู่กับยัยคาเรนบรรยากาศมันต่างมันจะดูอบอุ่นออกจะแนว ๆ น่ารัก ไม่เห็นเหมือนเวลาที่เขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นก็ตามที แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่อยากให้เพื่อนสุดที่รักของไปฉันหลงกลไอ้ใบหน้าหล่อเจ้าเล่ห์นั่นเด็ดขาดแล้วหลวมตัวพลาดอย่างฉันเป็นอันขาด

หรือ...ฉันควรจะบอกคาเรนไปเลยว่าเขาคืนคนที่วันไนต์กับฉันในคืนนั้น

แต่ถ้าคาเรนไม่เชื่อละ จะหาว่าฉันอิจฉาที่นางควงแฟนหล่อหรือเปล่านี่สิ

“แกไม่ต้องเป็นห่วงฉันนาบี ฉันรู้ว่าพี่เขาเจ้าชู้ แต่เขารับปากฉันแล้วว่าจะมีแค่ฉันเป็นที่หนึ่ง โอเคปะ ส่วนแก รวมถึงยัยสไมล์ ยัยฌิริน ห้ามมอง ห้ามยุ่ง ห้ามคิดอะไรกับพี่เขาเด็ดขาด”

“อ่า...” โดนดักคอแบบนี้พูดไม่ออกเลยฉัน

“ไฮ ยัยคาเรน ยัยนาบีคุยอะไรกันอยู่”

ในขณะที่ฉันได้แต่เหวอกับคำพูดของคาเรนจนทำอะไรไม่ถูก ยัยฌิรินกับยัยสไมล์ก็เดินมาจากด้านหลังพร้อมกับส่งเสียงทักทายดังลั่น ทำให้บทสนทนาระหว่างฉันกับคาเรนจบลง ก่อนที่ยัยคาเรนจะเดินเข้าไปสมทบกับกลุ่มเพื่อน

“ขึ้นเรียนกันเถอะพวกแก ใกล้เริ่มละ” ยัยฌิรินเอ่ยบอก ทำให้ฉันก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองและพบว่ามันก็ใกล้ได้เวลาเรียนแล้วเลยพากันขึ้นเรียนกันก่อน

เฮ้อ งั้นช่างมันก่อน เอาไว้เรื่องรุ่นพี่คนนั้น ฉันค่อย ๆ พยายามหาทางบอกยัยคาเรนอีกหลังจบคลาสก็แล้วกัน

...

หลังเลิกเรียนในตอนเย็น

“นี่พวกแก เย็นนี้ไปกินชาบูหม้อไฟกันปะ หิวอะ” สไมล์เอ่ยปากชวนพวกเราทุกคนให้ไปหาอะไรกิน นางบ่นหิวมาตั้งแต่บ่ายกว่า ๆ เอาเถอะถ้าเป็นเรื่องกิน พวกเรายกให้สไมล์เป็นที่หนึ่ง

“ไปดิ ไปไหนไปกัน” ฌิรินกับฉันพยักหน้าเห็นด้วย เว้นก็แต่คาเรนที่รีบปฏิเสธออกมาก่อน

“ไม่ดีกว่า พวกแกไปกินกันเลยสามคน พอดีวันนี้ฉันมีนัดดูหนังแล้วอะ”

“หูยไรอะ อีกแล้วนะแกคาเรน พักนี้ติดผู้ชายเกินไปปะ ใช่ซี้พอมีแฟนแล้วหายหัว งั้นอย่ามาเช็ดน้ำตาหัวเข่าทีหลัง แล้วกลับมาซบอกฉันก็แล้วกัน” ฌิรินมองค้อน พูดแซวแบบขำ ๆ

ความจริงพวกเราไม่ได้อะไรเลย ไม่ได้คิดมากด้วยที่เพื่อนหรือคนใดคนหนึ่งจะมีแฟน เว้นก็แต่ฉันนี่แหละ ที่แอบเป็นห่วงคาเรนนิดหน่อยที่คบกับหมอนั่น แต่ที่แน่ ๆ ไม่ได้รู้สึกอิจฉาหรืออะไรเลยนะที่เห็นว่าแฟนเพื่อนหล่อและรวยมากแค่ไหน

แต่ต้องไม่ใช่กับรุ่นพี่วิศวะหน้าหล่อแต่แบดบอยคนนั้น!

ฉันก็แค่กลัว

กลัวว่าเพื่อนตัวเองจะกลายเป็นเหยื่อให้เสืออย่างพี่ไคโรคาบไปกินเล่น ๆ จนได้แต่คิดว่าฉันจะทำยังไงให้คาเรนอยู่ห่างจากคนแบบนั้นได้มากกว่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป