บทที่ 9 ฟาโรห์ x ชะเอม 9 - อึดอัด
อย่างวันนี้ก็เหมือนกัน เหมือนเดิมเดะ ที่ฉันคุยกับแนทไปวันก่อนเปล่าประโยชน์ชัด ๆ เพราะสุดท้ายแนทก็ชวนพี่เตมานั่งกินข้าวเที่ยงที่คณะด้วยกันอยู่ดี
ตอนนี้ฉันเริ่มอึดอัดถึงขีดสุด แล้วก็ไม่ชอบให้พี่เขาอยู่ใกล้ นึกแล้วอยากจะเขกกะโหลกตัวเองจริง ๆ เลยที่วันนั้นเผลอยอมตกลงให้เขาจีบ
แปลกอีกอย่าง ตั้งแต่ที่ฉันเริ่มคุยกับพี่เต ฉันกลับนึกไปถึงพี่ฟาโรห์คนนั้น และเริ่มเอาพี่ฟาโรห์มาเปรียบเทียบ เพราะต่อให้พี่ฟาโรห์คนนั้นถึงจะดูร้ายกว่า แต่ว่าเขาไม่ได้มาวุ่นวายกับฉันขนาดนี้
อย่างที่พี่เขาเข้ามาแกล้งจูบฉันเมื่อวันก่อน นั่นก็เป็นแค่การเอาคืนที่ฉันไปแกล้งพี่เขาก่อน หรือแม้แต่การมาส่งฉันมามหาวิทยาลัยในวันนั้นก็เป็นเพราะว่าเป็นเหตุสุดวิสัยกลัวว่าฉันจะมาเรียนไม่ทัน พี่ฟาโรห์ไม่เคยมาก่อความวุ่นวายให้ฉันอีก และจะว่าไประยะหลังฉันไม่ค่อยเห็นหน้าเขาสักเท่าไหร่ด้วย ดูเหมือนว่าเขาน่าจะเห็นว่าฉันมีคนคุยอย่างพี่เตที่คอยมาคอยรับคอยมาส่งอยู่บ่อย ๆ เขาเลยทำเหมือนไม่ได้มาวุ่นวายกับฉันอีก
อีกอย่าง ขนาดว่าพอเราสองคนบังเอิญเจอกันที่ระเบียง เขาก็เหมือนจะทำเมินใส่ฉัน แล้วเดินกลับเข้าห้องไปทันทีอีกต่างหาก
ก็ดีเหมือนกัน ที่เขาไม่ได้มาแกล้งฉันเหมือนตอนที่ขโมยจูบแรกฉันไปอีก
เอ๊ะ...เหมือนอยู่ ๆ ฉันดันเผลอคิดถึงพี่ฟาโรห์ไปได้ไงเนี่ย
ฉันดึงสติของตัวเองกลับมาเมื่ออยู่ ๆ พี่เตที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยขึ้น
“นั่งห่างขนาดนั้น กลัวพี่กัดหรือยังไง ขยับเข้ามาอีกหน่อยสิ” พี่เตพูดขึ้นพร้อมกับดึงรั้งเอวของฉันให้เขยิบเข้าไปนั่งใกล้ ๆ กันกับเขา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้ สีหน้าของฉันบ่งบอกมาตลอดว่าไม่พอใจ แต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ แล้วก็ปล่อยเบลอมาตลอด ไปๆ มาๆ ฉันชักจะหัวเสียขึ้นไปทุกทีๆ แล้วล่ะสิ...
ฉันรีบขยับตัวออกห่าง ถอนหายใจทิ้งอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเปล่าประโยชน์ คราวนี้เป็นเขาที่ขยับเข้ามาหาฉันแทน มิหนำซ้ำยังยื่นมือมาจับขาฉันแล้วบีบเคล้นอยู่อย่างนั้น
“เดี๋ยว เอมขอตัวไปซื้อน้ำก่อนนะคะ” ฉันลุกพรวดขึ้นมาทันทีที่ถูกฝ่ายตรงข้ามล้ำเส้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขนาดว่าแสดงออกว่าไม่พอใจขนาดนี้แล้ว แต่เขาก็ยังกล้าทำต่อ
เฮ้อ คนประเภทนี้น่ารังเกียจชะมัด...
ฉันใช้โอกาสนั้นในการหนีออกมาจนลับสายตา แล้วก็ไม่ได้คิดที่จะกลับเข้าไปอีก ฝากเก็บจานข้าวแทนด้วยก็แล้วกัน ยอมรับเลยว่าครั้งนี้ฉันเริ่มไม่พอใจแนทมาก ทั้งที่คุยกันแล้วว่าไม่ชอบ แต่แนทกลับเลือกที่จะเมินเฉย และไม่คิดจะช่วยปกป้องฉันเลยด้วยซ้ำ เริ่มไม่รู้แน่ใจว่าเจตนาของแนทคืออะไร แต่ก็ไม่อยากที่จะตัดสินเพื่อนโดยที่ยังไม่รู้เจตนาที่แท้จริง
หลังเลิกเรียน ฉันแยกกับแนทเพราะแนทไปกับแฟน ส่วนฉันเดินออกมารอรถที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัย ทว่าดันต้องมาเจอกับพี่เตอีกจนได้ อุตส่าห์ตั้งใจจะหลบหน้าแล้วแท้ ๆ
“ขึ้นมาเถอะชะเอม เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“เดี๋ยวเอมกลับเองค่ะ พี่เตกลับไปเถอะค่ะ เอมไม่รบกวนดีกว่า”
“แต่พี่มีเรื่องอยากจะคุยกับเอมนิดหน่อย พี่ว่าเอมน่าจะมีอะไรเข้าใจผิดไปเยอะเลย ขึ้นมาเถอะเราจะได้เคลียร์กัน ถ้าเอมรอรถอยู่ตรงนี้อีกตั้งนานกว่าจะมา เสียเวลาเปล่าๆ” พี่เตยังคงคะยั้นคะยอฉันไม่เลิก ทำให้ฉันพยักหน้าตกลง และที่ฉันยอมใจอ่อนให้เขาไปส่ง ไม่ใช่เพราะยืนรอรถไม่ไหว แต่ฉันกำลังคิดว่าวันนี้จะตัดสินใจบอกตัดความสัมพันธ์ให้เด็ดขาดไปเลย จะได้ไม่เป็นการให้ความหวังใคร และเขาจะได้เลิกมายุ่มย่ามฉันสักที...
เมื่อเข้ามานั่งภายในรถแล้วบรรยากาศโคตรน่าอึดอัด จนที่สุดพี่เตก็พูดขึ้นมาก่อน
“พี่ขอโทษนะเรื่องเมื่อกลางวันนะ เหมือนเราจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่” ขณะที่เอ่ยใบหน้าของเขาก็พลันถอดสี ดูเหมือนจะรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง พอมาถึงตรงนี้แล้ว ฉันเองก็แทบไปไม่เป็น ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก ยิ่งตามคนไม่ค่อยทันอยู่ด้วย
“จริงๆ เอมก็อยากพูดเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะว่าเอมไม่ชอบที่เอมทำแบบนี้ เราคุยกันแล้วว่าอย่าล้ำเส้นแต่เหมือนพี่เตจะล้ำเส้นตลอด เอมเลยคิดว่ามันค่อนข้างเกินไปหน่อย” ฉันพูดแบบตรงไปตรงมาเพราะอึดอัดมากเต็มที
“พี่ขอโทษนะเอม รู้สึกผิดมากจริง ๆ”
“ถ้าพี่รู้สึกผิดจริง ๆ ก็ช่างมันเถอะค่ะ แค่อย่างทำอีกก็พอ”
“อืม พี่จะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกแน่นอน”
“ขอบคุณค่ะ”
“ขอบคุณเหมือนกันครับ ที่ให้อภัยพี่”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
บทสนทนาระหว่างฉันและพี่เขาจบลงแต่เพียงเท่านั้น อาจเป็นเพราะว่าสีหน้าและท่าทางของเขาดูรู้สึกผิดอย่างที่ปากพูดจริงๆ ก็เลยยอมให้อภัย แต่ถึงอย่างนั้น หลังจากนี้ฉันก็คงจะอยู่ห่างๆ เขาเอาไว้ดีที่สุด จะได้ไม่ต้องเกิดเหตุการณ์อึดอัดใจแบบนี้ขึ้นอีก...
