บทที่ 11 ลีออน & ชีต้า 10 - เรียกว่าเดทได้ไหมนะ

@บ้าน

"เห้อ...ผู้ชายคนแรกที่รู้สึกดีด้วย ก็ไกลเกินเอื้อมซะงั้น ดวงฉันเป็นอะไรมากปะกับผู้ชายเนี้ย ทั้งพ่อที่ไม่เคย...จะต้องการ ทั้ง...ผู้ชาย ที่รู้สึกดีด้วยแต่ก็ไกลเกินจะคว้า" ก่อนที่ความเหนื่อยล้าจะกัดกินพลังงานฉันจนหมด ก็อดที่จะนั่งคิดประมวลทุกอย่างที่ได้เจอวันนี้เสียไม่ได้

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากไม่ทันได้ตั้งตัวเลยจริง ๆ แต่เมื่อมันเกิดข้นแล้วนี้เนอะ ปล่อยให้เป็นไปตามทางของมันที่ควรจะเป็นแล้วกัน

... 

ติ๊ง

ในระหว่างที่ฉันกำลังจะเดินไปอาบน้ำเพื่อจะนอนพักผ่อนนั้น เสียงข้อความจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

พี่ลีออน : [สองทุ่มวันนี้ว่างหรือเปล่า?]

พอรู้ว่าใครส่งมาเท่านั้นแหละ ฉันก็รีบเปิดอ่านอย่างไว

ชีต้า : [ว่างค่ะ เจอกันที่ไหนดีคะ?]

และตอบข้อความกลับไปในทันทีอย่างไม่คิดเลยสักนิด ทำไมถึงคิดว่าเขาจะนัดละ เพราะฉันคาดหวังว่าเขาจะนัดไปสานต่อเรื่องเมื่อคืนยังไงล่ะ

ลีออน : [โรงแรมมิราดัล การ์เด้น ชั้น 23 ห้องอาหารอนันตรา ถึงแล้วแจ้งชื่อกับพนักงานได้เลย]

ไม่คาดหวังไม่ผิดหวังสินะ

แต่เอ๊ะ...

ชีต้า : [โอเคค่ะ แล้วเจอกันนะคะ]

ฉันยิ้มแก้มแทบฉีกถึงหู เขานัดฉันดินเนอร์เหรอเนี้ย แอบคิดเข้าข้างตัวเองนิดๆ แล้วนะ เขามีใจให้เราเหมือนกันหรือเปล่านะ

...

@โรงแรมมิราดัล การ์เด้น ชั้น 23 ห้องอาหารอนันตรา

ฉันมาตรงเวลานัดเป๊ะ เมื่อเดินออกจากลิฟต์ก็พบกับพนักงานหญิงยืนรออยู่ด้านหน้า

"สวัสดีค่ะไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงชื่ออะไรคะ"

"ชีต้าค่ะ"

"คุณชีต้านะคะ เชิญทางนี้ค่ะ"

"ค่ะ" พนักงานกำลังพาฉันเดินไปยังโต๊ะ ฉันก็ทำการจับเพ้าจับผมลอนที่ตั้งใจม้วนให้เป็นระเบียบ และจัดชุดสายเดี่ยวซาตินอีกนิด ก่อนจะเดินยืดอกให้ผายตั้งไหล่ให้ตรงบนรองเท้าส้นสูงสามนิ้วเพืรอความสง่าสวยน่ามอง

"รอนานไหมคะ" ถึงโต๊ะฉันก็เอ่ยคำทักทายออกไปพร้อมกับส่งแววตาว่านเสน่ห์จ้องมองไปยังดวงตาคมตรงหน้า

"ไม่นาน พี่ก็เพิ่งมาถึง ชีต้าอยากทานอะไรสั่งเลยนะ" พี่ลีออนลุกเดินมาขยับเก้าอี้ให้ฉันนั่ง ก่อนจะหยิบเมนูให้ฉันเลือก

พอก้มอ่าน ในเมนูมีแต่ภาษาอังกฤษและรายการอาหารที่ฉันไม่รู้จักทั้งนั้น

"เมนูมีแต่ภาษาอังกฤษ พี่ลีออนสั่งให้ชีต้าทีนะคะ ชีต้าอ่านไม่ออก" ถ้าถามว่าทำไมถึงกล้าพูดแบบนั้นออกไปไม่อายบ้างเหรอ

ตอบเลยว่าไม่ เพราะฉันอยากเป็นตัวของตัวเองที่สุด

"หึ ทานเนื้อไหม" และดูท่าทางพี่ลีออนจะไม่ถือสาหรือมีท่าทีรังเกียจอะไรฉัน แสดงว่าเขารับได้

"ค่ะ ชีต้าทานได้ทุกอย่าง"

พี่ลีออนจัดการสั่งอาหารเสร็จสรรพ เราทั้งคู่ก็จิบไวน์ดื่มไวน์กันไปก่อนพลาง ๆ และเมื่ออาหารมาเสิร์ฟ

"ทานเยอะ ๆ จะได้มีแรง"

"กลับไปก็นอนแล้วค่ะ ไม่มีอะไร...ให้ต้องใช้แรง" ในตอนแรกก็ไม่คิดอะไรหรอกนะ พอได้ตอบกลับไปเท่านั้นแหละ จึงรู้ว่าเขากำลังพูดอะไรที่สองแง่สองง่ามใส่กันอยู่

ฉันพูดตะกุกตะกักเล็กน้อย พูดจบก็เงยหน้าเขิน ๆ ขึ้นมองพี่ลีออน

สายตาคมเจ้าเล่ห์จ้องมองฉันพร้อมกับกำลังอมยิ้มกริ่มท่าทางดูจะชอบทที่ ทำให้หน้าฉันร้อนหน้าแดงได้

"คุณน้าเป็นไงบ้าง"

"หมอให้พักฟื้นอีกสองคืนค่ะ ตอนนี้หนูก็นอนเหงา ๆ อยู่บ้านคนเดียวไปก่อน" เล่นมาฉันก็เล่นกลับไม่โกง

"ถ้าเหงา ชวนเพื่อนไปนอนด้วยสิ" ตอนนี้เราวางทุกสิ่งในมือ เพื่อตั้งใจจ้องแววตาฝ่ายตรงข้ามของกันและกันไปมา

"เพื่อนนอนไม่อยากมี อยากมีพี่ไปนอนด้วยมากกว่า" อ่อยมาฉันก็อ่อยกลับเหมือนกัน

"หึ พูดแล้วนะ" ฉันจ้องตาสู้ มองลึกเข้าไปอย่างไม่ยอมแพ้

"ชีต้าพูดจริง ว่าแต่พี่เถอะกล้าไปจริงหรือเปล่า"

“หึ” พี่ลีออนหัวเราะเบาๆ ในลำคอพร้อมกับกำลังยิ้มกัดปากและส่งสายตาเจ้าเล่ห์ออกมา

ทำไมเขาถึงได้เจ้าเล่ห์และมีเสน่ห์ขนาดนี้นะ ใจฉันจะไม่ไหวอยู่แล้ว

"ชีต้าขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ" ในเมื่อทำตัวไม่ถูกนั่งฉันแงะเล็บตัวเองเพื่อเก็บอาการจนนิ้วจะอักแสบอยู่แล้ว ฉันจึงขอตัวออกมาเพื่อตั้งสติตัวเองก่อน

"ทำไมฉันไม่ทำตามที่ฉันสั่ง ห้ะ นางลูกไม่รักดี"

เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องน้ำ ทำได้แต่กรอกตามองบนและเดินเข้าข้างในอย่างเลี่ยงไม่ได้

"อะ!!! แม่คะ เปียร์เจ็บค่ะ"

สิ่งแรกที่เห็นเมื่อเดินเข้ามาคือหญิงอายุวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังหยิกแขนผู้เป็นลูกสาวด้วยใบหน้าที่แสดงถึงอารมณ์กำลังโกรธจัด

"เจ็บก็ทำตามที่ฉันสั่งสิ"

ด้วยนิสัยชาวบ้านหนึ่งที่พอมีอยู่ในตัวบ้าง ฉันก็ทำเนียน ๆ เดินเข้ามาล้างมือใกล้ ๆ สองแม่ลูก และคอยลอบมองคนที่พูดว่าเป็นแม่กระทำรุนแรงใส่ลูกตัวเอง

"แต่แม่คะ ถ้าหนูเข้าไป มันจะดูไม่ดีนะคะ"

"นี้ฉันกล้าเถียงฉันเหรอห้ะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป