บทที่ 9 ลีออน & ชีต้า 8 -ปลดล็อก
เช้าวันต่อมา...
"อยู่โรงพยาบาลอีกสองคืนนะคะแม่ เจ็บมากไหม" ตอนนี้แม่ฟื้นแล้วและออกมาพักที่ห้องพักผู้ป่วยแล้ว เรื่องห้องพักคุณลุงเมื่อคืนเป็นคนจัดการให้รวมถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาแม่ด้วย
"ไม่เจ็บเลยสักนิดสบายมาก" เพราะการผ่าตัดแบบส่องกล้องจึงทำให้แผลมีขนาดเล็กและไม่เจ็บมาก
"แล้วคนที่พาแม่มา" เมื่อเห็นว่าทุกอย่างโอเคดี ฉันจึงถามถึงลุงใจดีเมื่อคืน
"ชีต้า"
"คะ" แต่โดนแม่เรียกชื่อและทำหน้าจริงจังกลับมา
"ตั้งแต่เล็กจนโตชีต้าไม่เคยถามเรื่องพ่อกับแม่เลย ทำไมล่ะ"
"ก็เพราะหนูได้รับความรักจากแม่มาเพียงพอแล้วไงคะ ถามแบบนี้กลัวหนูจะขัดขวางการมีแฟนใหม่ของแม่เหรอ" ก็นึกว่าเรื่องอะไรแม่ถึงทำหน้าจริงจังแบบนี้ “หายห่วงไปได้เลยค่ะ แม่รักใครชีต้าก็รักด้วยทั้งนั้น และอีกอย่างชีต้าอยากเห็นแม่มีความสุข”
“แม่ภูมิใจในตัวชีต้านะลูก ชีต้าเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย มีเหตุและมีผลตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เคยทำแม่เสียใจเลยสักครั้ง” พูดไปแม่ก็เอามือลูบที่ ศรีษะฉันเบาๆ เราสองแม่ลูกยิ้มให้กัน
“เพราะเรามีกันอยู่แค่สองคนไงคะ หากไม่รักและไม่เข้าใจกันใครจะมาเข้าใจเราล่ะ จริงไหมคะ” คำนี้แม่พูดกับฉันบ่อยๆ ในตอนที่ฉันยังเด็กถึงไม่มีพ่อฉันก็มีแม่ที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้ฉัน
“ชีต้าโตขึ้นมากเลยรู้ไหม แม่รักชีต้านะลูก”
“ชีต้าก็รักแม่นะคะ รักที่สุดเลย” เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ฉันได้รู้ว่า ฉันควรจะปรับปรุงตัวและแก้ไขตัวเองอย่างไร เพราะเรามีกันแค่สองคน ฉันควรจะดูแลและให้เวลาใช้เวลาอยู่กับแม่มากกว่านี้
“มีเรื่องหนึ่งที่แม่อยากจะบอก” แม่ทำหน้าจริงจังแต่ในแววตานั้นเหมือนกำลังกังวล
ฉันพยักหน้าเบา ๆ ให้แม่รู้ว่าฉันพร้อมรับฟังและตั้งตาฟังอย่างตั้งใจ
“คนที่มาส่งแม่เมื่อคืน เขาคือ…พ่อของชีต้า" สิ้นประโยคที่แม่พูดจากที่สติทุกอย่างก่อนหน้าจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของแม่ ตอนนี้มันเตลิดไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ เหมือนใจหล่นวูบ เรี่ยวแรงที่มีหายไป ฉันทำตัวไม่ถูกกับสิ่งที่เพิ่งจะได้ยินจากปากของแม่
"คน ๆ นั้นหนะเหรอคะ พ่อของชีต้า" ฉันถามเน้นย้ำอีกครั้ง ไม่คิดและไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ฉันยังจะมีพ่อแบบคนอื่นเขา เพราะตลอดยี่สิบหกปีที่ผ่านมาฉันไม่ได้คาดหวังในเรื่องนี้เลย...
...
"ยัยชีต้า ยัยชีต้า โว้ยยย"
"ห้ะ อะไรของแกอยู่กันแค่นี้ ทำไมต้องตะโกน" ฉันเอามือป้องหูตัวเองในทันทีที่เสียงเรียกของพลอยดังจนแสบแก้วหูไปหมด
ตอนนี้ฉันพลอยและแพม เรามานั่งกินข้าวกันอยู่ที่ศูนย์อาหารของโรงพยาบาลหลังจากที่มันทั้งสองเยี่ยมแม่ฉันเสร็จแล้ว
"โถ่ ๆ แม่คุณคนขวัญอ่อน เหอะเรียกตั้งนานมัวเหม่ออะไร" ฉันมองหน้ามันแต่ในหัวฉันนี้ไม่ได้คิดตามสิ่งที่มันพูดออกมาเลยสักนิด
ฉันได้แต่นึกถึงคำพูดของแม่ หลังจากที่แม่พูดประโยคนั้นออกมา ฉันก็เอาแต่คิดเรื่องนั้นไม่หยุด มันวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา
“เอ้า เหม่อลอยอีกแล้ว”
"แก วันนี้ในวัยยี่สิบเอ็ดของฉัน ฉันเพิ่งจะรู้...ว่าพ่อฉันคือใคร หน้าตาแบบไหน แกสองคนว่าฉันควรจะรู้สึกยังไงดี" ฉันโพล่งถามพวกมันออกไป มันสองคนทำหน้าตกใจ ก่อนจะปรับเป็นปกติเมื่อฉันจ้องมองเอาคำตอบ
"แล้วตอนนี้แกรู้สึกยังไง โกรธไหมที่เขาไม่เคยมาให้เห็นหน้า หรือดีใจที่ในที่สุดแกก็ได้เจอ ได้มีพ่อ" เป็นแพมที่พูดขึ้นมาก่อน โกรธไหมหนะเหรอ
"ตอนนี้ฉันยังตอบไม่ได้ มันเฉย ๆ อาจจะเพราะฉันไม่เคยขาดความรัก แม่...ที่ได้ให้ความรักกับฉันมามากเพียงพอ" หลังจากที่พูดประโยคนี้จบ
ฉันก็นึกย้อนกลับไปคิดตามสิ่งที่พูดออกไป มันเป็นประโยคสำเร็จที่ฉันมักใช้ปลอบใจตัวเองในเวลาที่รู้สึกขาดหาย
“ไหนก็มีโอกาสแล้ว พวกฉันสองคนขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม” แพมพูดขึ้น
“อะไร” มันสองคนมองหน้าฉัน ฉันเองก็ถามออกไปด้วยความสงสัยกับสิ่งที่มันจะบอก
"ที่แกบอกว่าแกไม่รู้สึกขาด แกรู้ไหมแต่ในใจลึก ๆ ของแก แกกำลังโหยหาความรักจากพ่อ" พลอยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและแววตาอบอุ่นที่เห็นใจ
"แกลองคิดตามสิ่งที่พวกฉันพูดนะ ทุกวันเวลาที่แกเมาแกมักจะทำอะไร" ตามด้วยแพม กับคำถามของมันทำฉันคิด
"ฉัน...ชอบไปกับผู้ชาย" ใช่ ฉันมักรู้สึกดีเมื่ออยู่ท่ามกลางเหล่าผู้ชายที่สนใจในตัวฉัน
"แกก็แค่ต้องการให้ผู้ชายมาสนใจแก อาจจะต้องการเรียกร้องให้ได้มาเติมเต็มในสิ่งที่ขาด แต่พอไปกับเขาแล้วแกก็ไม่กล้าทำจริงและหนีออกมาตลอด"
"พวกฉันสองคนจึงต้องคอยสแตนบายรอรับโทรศัพท์แกเวลาจะชิ่งหนีผู้ที่แกไปกับเขา" แพมและพลอย พลัดกันพูดออกมาให้ฉันคิดตาม
ใช่ จริงด้วย ฉันเป็นและรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ อย่างที่มันพูด
