บทที่ 1 บทนำ

เสียงเพลงในคลับบรรเลงอย่างครื้นเครงตามแบบฉบับของผับทั่วไป มีทั้งหญิงสาวและชายหนุ่มขยับเต้นตามจังหวะเพลงแดนซ์ ไม่เว้นแม้แต่หนุ่มวิศวะที่จับกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่ซึ่งทุกคนต่างมีหญิงสาวอกตูมอยู่ข้างกาย

“เฮ้ย ๆ .. เฮียเปาไหนว่าวันนี้จะเลิกควงสาวไงวะ” เสียงเอ่ยแซวของรุ่นน้องเขาพูดแทรกขึ้นมาระหว่างที่แขนแกร่งกำลังโอบเอวหญิงสาวข้างกาย

“สัตว์! หุบปาก” เขาตะคอกด่าออกไปอย่างไม่จริงจังนัก คนกำลังได้ที่เลยเชียว

เปา หรือนายปริญญาที่พวกอาจารย์ชอบเรียกเขาอยู่ทุกวี่ทุกวันเพราะความเกเรที่แก้ไม่หายสักทีตั้งแต่สมัยปีหนึ่ง จนตอนนี้เข้าปีสามแล้วก็ยังไม่หายขาดเสียทีเพราะยังไงคำว่าสันดานมันก็เปลี่ยนไม่ได้อยู่แล้ว ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืนเพื่อพาแม่สาวนมโตที่พึ่งจีบติดมาหมาด ๆ ลุกขึ้นพาเข้าไปกลางดงฝูงชนที่มีนักท่องราตรีกำลังออกลวดลายท่าเต้นอย่างเมามัน

“อ๊ะ.. พี่เปาคะ...” หญิงสาวหัวเราะคิกคักเมื่อโดนคนตรงหน้าบีบก้นกลมเข้าไปเต็มมือ เธอกัดริมฝีปากเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยสายตายั่วยวน

“อยากกลับเลยไหม...” เปาเลิกคิ้วถามในความมืดที่มีแสงสีลอดผ่านเข้ามาเพียงน้อย หญิงสาวส่ายหน้าแล้วขยับเข้าไปโอบกอดลำคอแกร่งพร้อมกัดริมฝีปาก

“เต้นอีกสักหน่อยก็ยังดีนะคะ.. น้ำหวานว่าเบียดเสียดอยู่ตรงนี้ได้อารมณ์ดีออก” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มมุมปาก สองร่างกอดเบียดเสียดจนแทบกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว เปาเลียริมฝีปากมองเนินนมโตด้วยสายตาเป็นประกายวาววับ ซึ่งน้ำหวานเองก็รับรู้ถึงสายตานั้นเธอจึงบีบอกตนเองให้ดูน่าลิ้มลองมากขึ้น เปาแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์กำลังจะก้มกระซิบหูหญิงสาวเพื่อให้ไปต่อข้างนอกเสียที

พลั่ก!? แรงกระแทกจากทางด้านหลังทำเอาคนที่กำลังยืนกอดกันแทบล้มคะมำไปกับฝูงชน เปาเบิกตาขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจรีบคว้าเอวหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้ล้มไปกับพื้น หากพลาดท่าขึ้นมาจริง ๆ คงโดนเหยียบแน่ ดวงตาคมดุตวัดหันมองไอ้คนที่ชนเขาด้วยท่าทางเอาเรื่อง

“สัตว์!.. ตาไม่มีหรือไงวะ!” เปาตะคอกดังลั่นคว้าคอเสื้อไอ้เวรนี่เข้ามาหาตัว

“ก็มี.. แต่พอดีกูไม่เห็น..” เสียงทุ้มพูดพร้อมรอยยิ้มมุมปากเหมือนกับว่าที่ทำไปเมื่อครู่ไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลย

“......”

“ทำไม.. มึงมีปัญหาเหรอ.. คนเยอะขนาดนี้กูอาจจะโดนผลักมากระแทกมึงก็ได้ใครจะไปรู้” พอโดนอีกฝ่ายยียวนใส่เปาก็แทบทนไม่ไหวอยากจะตะบันใบหน้าหล่อเหลาและสายตากวนส้นตีนนี่สักที เจ้าของผมสีควันบุหรี่ถอนลมหายใจแล้วเสยผมขึ้นลวก ๆ พลางกดสายตาลงมองมือที่กำคอเสื้อเขาอยู่

“ปล่อยกูได้หรือยัง.. “หนุ่มลูกครึ่งสวีเดนอย่างมาร์คัสหรือมาร์คเลิกคิ้วขึ้นอีกครั้ง มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงตนเองไม่มีทีท่าเกรงกลัวขาใหญ่ในพื้นที่แห่งนี้แม้แต่น้อย

“พี่เปาคะ.. ไปกันเถอะค่ะอย่ามีเรื่องเลย” น้ำหวานที่ชักเห็นท่าไม่ดีก็เข้ามากอดแขนใหญ่เอาไว้ เธอกลัวสายตาของผู้ชายสีผมควันบุหรี่มาก ทำไมต้องเหลือบมามองเธอด้วยสายตาน่ากลัวด้วยล่ะ ทั้ง ๆ ที่คนที่กำลังมีเรื่องนั้นอยู่ตรงหน้า

“....” เปามองร่างสูงกว่าเพียงนิดด้วยสายตาเหยียด แล้วปล่อยคอเสื้อไอ้เวรนี่ เขาหันไปมองไอ้พวกลูกกะจ๊อกของตนเองแล้วส่ายหน้าเบา ๆ ว่าไม่ต้องเข้ามา เปาลดมือลงกุมมือหญิงสาวเพื่อที่จะเดินออกจากตรงนี้

“วันนี้พี่ไม่มีอารมณ์เดี๋ยวพากลับไปส่งบ้านนะ” เปาเอ่ยกระซิบให้น้ำหวานฟังซึ่งได้ยินกันเพียงแค่สองคน

“ค่ะ... ว้าย!!” เสียงเธอร้องดังลั่นเมื่อถูกชนอย่างแรงอีกครั้งจนทั้งสองที่กำลังจับมือกันล้มลงไปนอนกองกับพื้นเรียกสายตาของแขกที่กำลังเต้นอยู่ได้ในทันที และเหมือนดีเจในร้านจะรู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นจึงรีบปิดเพลงแล้วเปิดไฟจนแสงสว่างจ้าทั่วห้อง

“เหี้ย!...” เปารีบลุกขึ้นมาผลักอกหนาไอ้เวรนี่อีกจนมันผละถอยหลังออกไปเพียงนิด

“....”

“มึงจะเอายังไงกับกูวะ!” เปาตวาดใส่อย่างเหลืออด ทำท่าจะเข้าไปต่อยไอ้หน้าหล่อสักทีแต่ติดตรงที่มีคนมาดึงเขาเอาไว้จากทางด้านหลัง

“ก็ไม่ทำไม...” พอโดนกวนส้นตีนออกมาอีกรอบเปาก็แทบพุ่งเข้าไปต่อยไอ้เหี้ยนี่ให้คว่ำ แม้มันจะมีร่างใหญ่กว่าเขาเพียงนิดแต่สำหรับเปานั้นไม่กลัวอยู่แล้ว

“พอ ๆ ไอ้เปา.. มึงหยุดเลย” เจ้าของร้านที่รู้จักกันดีเดินลงมาห้ามศึกที่กำลังจะเกิดขึ้น

“มันกวนตีนผมอะพี่” เปารีบหันไปฟ้องทันที ไหล่ทั้งสองข้างยังถูกรวบเอาไว้แน่นเพราะกลัวจะเข้าไปทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย

“มึงก็เบา ๆ อารมณ์ลงหน่อย.. มาร้านกูทีไรมีเรื่องทุกที” เสก เจ้าของร้านวัยกลางคนยกมือขึ้นกุมขมับ หากไม่ใช่ไอ้น้องรักที่เขาเอ็นดูคงไล่ตะเพิดไปแล้ว

“ก็ร้านพี่มีแต่คนอ้อนตีน” เปาตอบออกไปทันทีแล้วหันไปจ้องหน้าไอ้เจ้าของผมสีควันบุหรี่ที่กำลังยืนมองเขาเช่นกัน

“มีเรื่องก็หลายครั้งยังจะให้คนแบบนี้เข้าร้านอีกเหรอครับ..ยิ่งเป็นคนรู้จักแถมยังไม่มีความเกรงใจแล้ว ทางที่ดีควรตัดคนแบบนี้ออกจากชีวิตเลยยังจะดีกว่า ขืนอยู่ด้วยกันไปก็มีแต่จะสร้างความเดือดร้อน” หนุ่มลูกครึ่งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหยามเหยียดจนคนรอบข้างต่างอ้าปากค้างกับคำพูดรุนแรงนี้

พลั่ก!! และเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อคนที่ล็อกเปาเอาไว้เผลอผ่อนแรงลงเพราะอึ้งกับคำพูดนั้นทำให้ร่างโปร่งหลุดออกจากพันธนาการพุ่งเข้าไปต่อยหน้าขาว ๆ นั่นจนอีกฝ่ายผละออกไปเพราะแรงต่อย เจ้าของผมสีควันบุหรี่ค่อย ๆ หันหน้ามามองคนที่ทำร้ายร่างกายตนด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“ไอ้เปา!... มึงนี่นะ!” เสกรีบผลักอกน้องชายหลานรหัสออกทันทีก่อนเข้าไปดูอาการหนุ่มหล่อผมเทาว่าเป็นอะไรมากไหม

“มึงกลับไปเลยนะ.. แล้วพรุ่งนี้เข้ามาคุยกับกูด้วย!” เสกตะคอกใส่เปาจนร่างสูงโปร่งผิวสีน้ำผึ้งหันมามองด้วยความไม่เข้าใจว่ารอบนี้ทำไมถึงเข้าข้างคนอื่น แต่เขาก็ไม่พูดอะไรออกไปนอกจากยืนกำหมัดแน่นและแสยะยิ้มอย่างสะใจก่อนจะก้าวขายาว ๆ เดินออกไปนอกตัวร้าน

“เฮีย!” เปาหันมองหนึ่งในรุ่นน้องที่วิ่งตามออกมาด้านนอก

“รถมึงอยู่ไหน”

“ครับ?”

“คืนนี้กูไปนอนบ้านมึง”

“ฮะ! “ดวงตาแทบถลนออก แต่ก็พยักหน้าระรัวรีบพาเฮียเดินไปที่รถของตนทันที

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างในห้องพักแห่งหนึ่งของตัวเมือง เปาที่นอนหลับไม่ค่อยเต็มอิ่มนักจึงลุกขึ้นมานั่งแล้วบิดลำตัวที่เมื่อยขบนี้เพราะตนเองต้องนอนโซฟา เขาลุกขึ้นไปคว้าผ้าขนหนูผืนใหม่ในตู้เสื้อผ้ามาพาดไหล่แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาและอาบน้ำ

“ไอ้ภูมิ.. ตื่น.. กูไปก่อนนะมึงมีเรียนเช้า”

“อืออ.. ครับ..” รุ่นน้องอย่างไอ้ภูมิพึมพำในลำคอแล้วพลิกตัวไปอีกฝั่งเพื่อฝังใบหน้าลงกับหมอน เปาเดินออกมาด้านนอกโดยไม่ลืมกดล็อกประตูจากข้างในให้เจ้าของห้อง

ร่างสูงโปร่งมายืนรอแท็กซี่อยู่ที่หน้าหอพัก ซึ่งรอไม่นานก็มาถึง

“จอดคอนโดข้างหน้าเลยครับ...” เปาเอ่ยปากบอกลุงแท็กซี่ก่อนยื่นเงินให้ลุงคนขับแบบลวก ๆ เพราะขี้เกียจนับเงิน

“ไม่ทอนนะ.. ไม่มีตังค์ทอน..” เปากลอกตามองบนอย่างหน่ายใจก่อนจะพยักหน้าแล้วลงมาจากรถ ถ้าไม่ใช่เพราะเหนื่อยจากนอนน้อยนะมึงกูจะเตะให้ร่วงเลย

ร่างสูงเดินเข้ามาในคอนโดหรูหรามากที่สุดในตัวเมือง เขายิ้มทักทายพนักงานต้อนรับสาวสวยก่อนจะก้าวขาเข้าไปในลิฟต์

ฟู่วว ไม่วายถอนลมหายใจออกมาแรง ๆ หนึ่งที กว่าจะขึ้นไปชั้นเกือบบนสุดได้ก็แทบหลับคาลิฟต์ พอมันเปิดออกคนตัวสูงก็รีบจ้ำอ้าวเดินออกไปทันที มือสากรีบหยิบคีย์การ์ดออกมาเพื่อปลดประตูเข้าไปด้านใน

เปาวางของตนเองลงบนชั้นด้านหน้าแล้วย่องเบาเข้ามาด้านในทำตัวราวกับโจรที่กำลังมาขโมยของ ร่างสูงโปร่งที่มีผิวสีน้ำผึ้งตั้งแต่กำเนิดเดินเข้ามาในครัวแล้วหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาสวมใส่ก่อนเริ่มลงมือทำอาหารเช้า

กึก... ร่างโปร่งชะงักนิ่งเมื่อได้ยินเสียงจากทางด้านหลัง

“ไปไหนมา..” เสียงทุ้มของคนมาใหม่เอ่ยถามขึ้นเรียบ ๆ ซึ่งน้ำเสียงนี่แหละที่ทำให้เปาไม่กล้าหันไป

“ไปนอนบ้านน้องมา...”

“น้องคนไหน...”

“น้องกูไง.. น้องในกลุ่มก็มีอยู่มะ-” เสียงทุ้มเงียบลงทันทีเมื่อรู้ว่ามีคนที่สูงกว่ามายืนซ้อนทางด้านหลัง เขาก็ไม่ได้เตี้ยอะไรแต่ไอ้เวรข้างหลังนี่มันไม่ใช่ไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ไง

“พูดชื่อมันมา..” เสียงแผ่วดังข้างหู

“กะ.. ก็ไอ้ภูมิไงวะ.. มึงจะจับผิดอะไรกูนักหนา.. อาหารเสร็จแล้วรีบเอาไปแดกเลย” เปาตอบอย่างใส่อารมณ์แล้วหันมาปะทะกับไอ้คนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเขา

“ทำอาหารเอาใจผัวไม่ให้โกรธรึไง กูเตือนมึงกี่ครั้งแล้วเรื่องผู้หญิง หรือต้องให้กูเตือนความจำกับมึงอีกไอ้เปา”

“อะไรวะ.. แค่สนุก ๆ เองกูก็ไม่คิดจะไปต่อข้างนอกจริง ๆ สักหน่อย..” เปาพูดบอกไอ้คนที่เขาต่อยหน้ามันเมื่อคืน

“แก้ตัวนะมึง ถ้ามึงรักษาคำพูดกูไม่ได้ก็อย่ามาร้องทีหลังแล้วกันถ้าหากกูไปประกาศให้คนรู้ว่ามึงเป็นเมียกู ดีไหมจะได้ไม่ต้องมีใครมายุ่งกับมึงอีก” เจ้าของผมสีควันบุหรี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งซึ่งมันทำให้เปาเม้มริมฝีปาก ก่อนจะยอมพยักหน้า

“เออ.. ไอ้สัตว์.. แม่งทำไมถึงไม่เบื่อกูสักทีจะได้ไปเอาหญิงมัน ๆ” พอพูดแบบไม่ยั้งปากออกไปแบบนั้นก็ได้รับสายตาดุตอบกลับมาทันทีจนต้องรีบหุบปาก มาร์คัสเอาแขนที่ค้ำกับซิงค์ออกแล้วผละตัวออกไป เปายืนมองหนุ่มลูกครึ่งพลางชูนิ้วกลางไล่ตามหลัง

เขารีบจัดโต๊ะให้คนที่หายเข้าไปในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มเดินออกมาจากครัวแล้วเข้าไปยืนตรงหน้าไอ้มาร์ค

“เสร็จแล้ว” มาร์คพยักหน้าแล้วกดปิดทีวี เปามองตามร่างสูงไปอย่างหวั่น ๆ พอไอ้นี่มันนิ่งแล้วน่ากลัวน้อยไปซะที่ไหน เขาสำรวจแผ่นหลังกว้างที่เนียนขาวยิ่งกว่าผิวผู้หญิงแต่ติดตรงกล้ามเนื้อที่มีมากฉิบหายเลยไม่ค่อยน่าสัมผัสสำหรับเปานัก ใส่กางเกงขายาวร่นลงให้เห็นช่วงสามเหลี่ยมตรงเอว หุ่นดีกว่ากูอีก ทำไมกูไม่เกิดเป็นลูกครึ่งบ้างวะ

“ไอ้เปามากินข้าว!”

“เออ!” เปาตอบกลับไอ้มาร์คที่ตะโกนเรียกเขาเสียงดุในครัว

มาร์คมองสำรวจเนื้อตัวที่มีรอยแดงประปราย เขาจำพื้นที่ตัวเองได้ดีว่าทำตรงไหนเอาไว้บ้าง

“มีเรื่องต้องเคลียร์กับกูอีกยาวนะมึง เรื่องโทรศัพท์ไม่รับเมื่อคืนอีก”

“เออ.. กูรู้ มึงจะพูดทำไมนักหนา” เปากระแทกจานลงกับโต๊ะ มาร์คเพียงมองนิ่ง ๆ แล้วนั่งกินข้าวในส่วนของตนไป ช่วงนี้เขาติดงานหลายอย่างจนแทบไม่มีเวลา ซึ่งไอ้เรื่องเมื่อคืนเขาก็รู้ว่าไอ้เปามันทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ ลองเขาไม่ไปสิมันได้ออกไปกับผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ แน่ หลังจากกินข้าวเสร็จแล้วมาร์คก็ลุกขึ้นไปเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวไปฝึกงานกับพ่อตนเอง เรียนถึงปีสี่แล้วมีเวลาที่ไหนกัน

เปายืนล้างจานพลางฮัมเพลงร็อคไปด้วยอย่างอารมณ์ดี พอกำลังจะคว่ำจานก็รู้สึกถึงวงแขนหนาที่เอื้อมมากอดจากทางด้านหลังและพอเห็นบางอย่างในมือเจ้าของสีผมควันบุหรี่ก็ทำให้ร่างโปร่งเบิกตากว้าง

“เฮ้ย.. มึงไปได้มาจากไหน” เปารีบคว้าแผ่นเกมราคาแพงมาทันทีเพราะมันหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร

“กูหามาได้ก็แล้วกัน ทีหลังถ้ามึงดื้ออีกก็อย่าหวัง แล้วก็ลาเรียนพรุ่งนี้ด้วย” เปาที่กำลังยิ้มกว้างหมุนกล่องสี่เหลี่ยมไปมาชะงักแทบทันที

“ไอ้สัตว์มาร์ค นี่มึงจะเอากูยันเช้าอีกแล้วเหรอวะ”

“เออ” เปากลอกตาก่อนจะยอมพยักหน้าส่ง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้แผ่นเกมนี้นะกูจะต่อรองให้เหลือแค่หนึ่งรอบต่อคืน

แรงกอดที่เอวทำให้เปาต้องยืดตัวตรงขึ้น

“เรื่องต่อยปากกู”

“คือ...”

“ถ้ากูไม่รักมึงป่านนี้กูต่อยมึงคว่ำไปแล้ว” แรงขบกัดที่ใบหูทำเอาเปาสะดุ้งแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

ฟอดดด เสียงหอมแก้มจนใบหน้าคมหล่อฉบับไทยแท้ต้องเอี้ยวหลบ

“หน้าสากอย่างกับส้นตีนนะมึง บำรุงบ้าง”

บทถัดไป