บทที่ 11 ตอนที่ 10
“หึหึ” เสียงหัวเราะในลำคอพร้อมรอยยิ้มขำของมาร์คทำเอาเปาที่กำลังกินข้าวเช้าชะงักแล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยสายตาขุ่น ๆ
“ขำอะไร” เปาเม้มริมฝีปาก มาร์คเพียงส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเอื้อมนิ้วมาเช็ดเม็ดข้าวที่เปื้อนอยู่ข้างแก้มของเปาออก
“อร่อยกว่าข้าวหมาไหม” มาร์คอมยิ้มเมื่อเปาเริ่มมีสายตาไม่พอใจ หากเพราะไม่ใช่ความโง่ของตนเองคงด่ากราดมาร์คไปแล้ว
“มึงจะล้อไปจนตายเลยไหม” เปาเน้นเขี้ยวเน้นฟันจนมาร์คขำร่วนออกมาอีกรอบ มือหนาขยับเข้าไปลูบกลุ่มผมสีดำจนเปาหน้ามู่ทู่แต่ก็ยอมหลับตาลงรับสัมผัสนั้น
“กินเสร็จก็เข้าไปเล่นเกมไป วันนี้กูจะไป-”
“ไปไหนอีก” เปาโพล่งสวนขึ้นมาทันทีเมื่อวันนี้มันต้องเป็นวันหยุดของไอ้มาร์คสิ
“เป็นอะไร” มาร์คผ่อนลมหายใจลุกขึ้นเก็บจานข้าวของตนไปไว้ในซิงค์ล้างจาน ร่างสูงกว่าร้อยเก้าสิบเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วรอฟังคำตอบจากเปา
“เฮอะ กูอยู่คอนโดทุกวันก็เบื่อจะแย่ พอมึงได้หยุดทีก็ไปนู่นไปนี่” เปาตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปากแล้วกระแทกช้อนลงกับจาน ร่างสูงโปร่งขยับลุกขึ้นมา
ปึก! ชนไหล่มาร์คจนอีกฝ่ายผละออก
“มึงอย่ามางี่เง่านะไอ้เปา แค่นอนเฉย ๆ มันจะตายหรือไง” มาร์คเข้าไปคว้าไหล่ของอีกคนให้หันมาประเชิญหน้า ดวงตาคมดุจดจ้องเหมือนคาดคั้นเอาคำตอบ เปากลอกตาแล้วดันมือของมาร์คให้ร่นออกไป
“รำคาญ มึงจะไปไหนก็ไปเถอะ” เปาพูดเหมือนปลงแล้วเดินหนีกลับเข้ามาในห้อง ซึ่งมาร์คก็เดินตามมา
“คุยกับกูให้รู้เรื่อง”
“กูไม่คุยไอ้สัตว์!.. ก็บอกอยู่มึงจะไปไหนก็ไป” เปาหันมาตวาดใส่มาร์คเต็มน้ำเสียงจนร่างสูงกว่าชะงักไป ดวงตาคมหลุบลงรู้สึกผิดขึ้นมาดื้อ ๆ กำลังจะกล่าวขอโทษหากแต่มาร์คกลับเดินไปคว้าเอาแจ็คเก็ตหนังสีดำแล้วเดินออกไปทันที เปาเม้มริมฝีปากเดินเตาะแตะมาทิ้งตัวนั่งลงบนขอบเตียงกว้าง สองมือสอดประสานเข้าหากัน เวลาที่หดหายไปเรื่อย ๆ มันทำให้เปารู้สึกอ้างว้างอยู่ตลอด บางทีเขาก็อยากใช้ชีวิตอยู่กับไอ้มาร์คบ้าง สักวันก็ยังดี
เพราะบางทีเปาก็เริ่มรู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมาจริง ๆ แล้ว
มาร์คเดินเข้ามาในสนามรถแข่งที่ประจำของเขา ร่างขาวออร่าบวกกับความหล่อเหลาสมกับชายหนุ่มลูกครึ่งตกเป็นเป้าสายตาได้ไม่ยาก
ร่างสูงเปิดประตูกระจกเข้ามาด้านในเห็นกลุ่มคนกำลังสูบบุหรี่กันอยู่บนโซฟา
“อ่าว วันนี้มาช้านะมึง” พายุเอ่ยสั้น ๆ ก่อนหันมาสูบบุหรี่ดังเดิม ท่อนขายาวพาดไปกับโต๊ะกระจกสีดำ
“อืม” มาร์คตอบสั้น ๆ แล้วทิ้งกายนั่งลงด้านข้างพายุ ใบหน้าคมหล่อไม่อาจเล็ดรอดสายตาพายุไปได้
“เครียดอะไรมาวะ” พายุเอ่ยถาม อย่างไอ้มาร์คเคยมีสีหน้าอื่นเสียที่ไหนนอกจากนิ่งเงียบ หากใครที่สามารถทำให้มาร์คมีหน้าอื่นได้คงไม่พ้นเมียมันที่เคยเป็นอริกันมาก่อน
“เรื่องไอ้เปา มันคงนอยด์ที่ผมไม่ค่อยมีเวลาให้” มาร์คส่ายหน้าทิ้งบุหรี่ลงบนพื้นแล้วใช้เท้าบดขยี้มัน ร่างหนาพิงไปกับโซฟารู้สึกคิดไม่ตกที่ตนเองเดินหนีออกมาแบบนี้
“เมียงอนง้อแป๊บเดียวก็หายเชื่อกูสิวะ” พายุพูดเหมือนจะขำ
“หึหึ แล้วที่ต้องให้คนไปง้อเมียกลับโดยการจะทุบรถเขาเนี่ยคิดว่าง้อง่ายอยู่อีกเหรอวะ” พายุชะงักก่อนจะตวัดสายตาขุ่น ๆ มามองไอ้มาร์คอย่างเสียฟอร์ม
“พอ ๆ เลิกคุยเรื่องเมีย เข้าเรื่องงานเลยดีกว่า” พายุโพล่งเปลี่ยนเรื่องขึ้นทันทีจนมาร์คต้องแสยะยิ้มมุมปาก
ที่เขาต้องมาคุยวันนี้ก็เพราะเป็นเรื่องสำคัญในอนาคตข้างหน้า มาร์คใกล้จะเรียนจบแล้วจึงหาลู่ทางทำกินต่อไปโดยไม่พึ่งพ่อและแม่ของตน ร่างแกร่งใช้แขนพาดไปกับพนักพิงหลังฟังพายุพูดด้วยสีหน้าเรียบ ๆ พวกเขาต้องการลงทุนร่วมกันกับสนามแข่งรถเถื่อนนี่เพราะทั้งได้เงินง่ายและได้ไปต่อเรื่อย ๆ พวกตำรวจก็ได้รับเงินปิดปากไปจนหมดคงไม่มีใครได้ย่ำกายเข้ามายุ่งแน่
มาร์คลงมติที่จะทำร่วมกับพายุและคนอื่น ๆ กว่าจะคุยหาลือกันก็ปาไปสี่โมงเย็นแล้ว มาร์คจึงขอกลับคอนโดก่อน
“เออกลับดี ๆ ละกัน” พายุโบกมือไล่กลาย ๆ มาร์คเองก็เพียงพยักหน้าแล้วเดินออกมา
ร่างสูงใหญ่กลับมาถึงคอนโดในเวลาห้าโมงเย็น มาร์คเปิดประตูเข้าไปด้านในคอนโดเงียบ ๆ ขายาวก้าวเดินมาแกะถุงอาหารเทใส่ถ้วยแล้วชะเง้อคอหาไอ้เปาที่ปกติต้องเดินมาหาเขาแล้ว หลังจากจัดการอะไรเสร็จก็เดินขึ้นมาด้านบนห้องนอน
แกร๊ก..
“เออ เดี๋ยวกูขนลง...” เสียงพูดคุยโทรศัพท์นิ่งเงียบไปพร้อมร่างของมาร์คที่ยืนมองมานิ่ง ๆ เปากระชับกระเป๋าในมือก่อนทำท่าจะเดินผ่านร่างแกร่งไป
“หยุด” เปาหยุดการก้าวเท้าลง ดวงตาคมหันมองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ก็ยังไม่แม้จะหันมองเพียงแค่เอ่ยหยุดสั้น ๆ
“.....”
“มึงจะไปไหน”
“กลับบ้านกูไง อยู่ไปก็เหมือนอยู่คนเดียว” เปาบอกเสียงเรียบ มาร์คหันมาเหลือบมองเสี้ยวหน้าคม
“วางกระเป๋าลงแล้วไปรอกินข้าว”
“ไม่กิน กูบอกเพื่อนกูแล้วว่าให้มา-”
“กูสั่งให้วางกระเป๋า” เปาชะงักนิ่งเมื่อมาร์คย้ำคำพูดเดิมของตัวเองพร้อมใบหน้าที่น่ากลัวขึ้นทุกที
“มีสิทธิ์อะไรมาสั่งกู” เปาเริ่มตัวชากว่าจะได้พูดแต่ละคำ
“...”
“ปล่อย!” เมื่อตนเองกำลังจะหมดหนทางสู้เลยทำเสียงดังเข้าไว้ ความน้อยใจที่ถูกทิ้งให้อยู่ห้องบ่อย ๆ กำลังก่อตัวและเป็นเหมือนโล่ที่ทำให้เปากล้าหือกับมาร์คมากขึ้นไปอีก
“พูดไม่ฟังใช่ไหมเปา อยากลองดื้อกับกูมากใช่ไหม” เปาเม้มริมฝีปาก ตัวเขาก็ไม่ต่างจากไอ้มาร์คมากเท่าไหร่แต่ทำไมมันถึงดูเหนือกว่าก็ไม่รู้
“ไม่รู้แหละ กูจะกลับแล้วมึงก็ห้ามกูไม่ได้ด้วย!” เปาทำท่าจะเดินออกจากห้องนี้ หากแต่กระเป๋าบนมือก็ถูกกระชากไปเต็มแรงจนเปาเซถลาล้มตึงบนพื้นหน้าห้อง
ปึง!! เคร้ง!! แรงเหวี่ยงกระเป๋าลากใบหนาที่มาร์คกระชากจากเปาแล้วเขวี้ยงทิ้งจนมันลอยไปกระแทกทีวีแขวนผนังตกลงมาแตก เปาใจหล่นฮวบใหญ่ทันที
“เข้ามากินข้าว” พูดเรียบ ๆ ทั้งที่น้ำเสียงกำลังกักเก็บอารมณ์โกรธไว้เต็มทีจนเปาไม่กล้าหืออีก ร่างโปร่งค่อย ๆ ลุกขึ้นมาหันมองทีวีที่แตกอยู่บนพื้น ด้านข้างก็มีกระเป๋าของเขาอยู่ด้วย เปาผ่อนลมหายใจสั่น ๆ รู้สึกเหมือนขอบตาตนเองจะร้อนผ่าว
อารมณ์ของมาร์คในตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นควบคุมไม่ได้ แต่เปาก็ไม่อยากเสี่ยงอีก ร่างโปร่งเดินเข้าไปในครัวเห็นเจ้าของผมสีควันบุหรี่กำลังจัดกับข้าวให้เข้าที่
“มานั่ง” เอ่ยสั้น ๆ ซึ่งเปาก็ทำตามเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับมาร์ค ดวงตาเรียวคมเฉียบเงยขึ้นมองร่างโปร่งที่เลี่ยงจะนั่งใกล้เขา
“เปาวันนี้กูเหนื่อยอย่ามากวนอารมณ์นะ”
“กูทำอะไรกวนอารมณ์มึง ถ้าเห็นกูแล้วมันขัดตาก็ให้กูกลับบ้านดิ”
ตึง!! เสียงทุบโต๊ะกินข้าวจนเปาสะดุ้งเฮือก ร่างโปร่งหลุบตาลงแล้วตักข้าวเข้าปากเงียบ ๆ บรรยากาศบนโต๊ะอึมครึมไม่มีแม้แต่ใครจะพูดอะไรออกมา ดวงตาคมเลิกขึ้นมองมาร์คเงียบ ๆ
หลังจากกินข้าวกันเสร็จเปาก็เดินไปหยิบกระเป๋าเพื่อคัดเสื้อผ้าออกมาแขวนดังเดิม มาร์คถอดเสื้อและกางเกงเข้าไปอาบน้ำอยู่สักพักก็ออกมายืนมองเปา
“ทำไรเสร็จแล้วมาคุยกับกู” มาร์คทิ้งท้ายไว้ก่อนจะขึ้นไปบนเตียงกว้าง มือหนาคว้าไอแพดมาเขียนออกแบบงานเงียบ ๆ หลังจากจัดเสื้อผ้าเข้าตู้เสร็จเปาก็เดินมานั่งลงบนเตียงโดยหันหลังให้
“มีอะไร” ถามเสียงเบา
“ขึ้นมานั่งดี ๆ” แม้มาร์คจะตอบแต่ก็ยังไม่หันมองหน้าของเปา ร่างโปร่งในผิวสีแทนจึงขยับขึ้นไปพิงหัวเตียงไว้โดยทิ้งระยะห่างไว้นิดหน่อย
“บอกเหตุผลที่มึงจะกลับบ้านมาสิ” มาร์คยังคงกดอะไรลงบนหน้าจอไอแพดอยู่ สีหน้าเรียบนิ่งบ่งบอกได้แล้วว่าตอนนี้อารมณ์เย็นลงบ้างแล้ว
“อยากกลับ”
“บอกเหตุผลจริง ๆ มา”
“กูเบื่อไง อยู่ห้องคนเดียวมีใครไม่เบื่อบ้าง” เปาเริ่มใช้น้ำเสียงที่แข็งขึ้นมานิดหน่อย
“มันลำบากไหมล่ะไอ้เปากับการอยู่ห้องของมึงน่ะ เกมก็มีให้เล่น ทีวีก็มีให้ดู อยากกินอะไรก็สั่งมาแดก” มาร์คเก็บไอแพดวางลงบนโต๊ะข้างตัว
“เมื่อก่อนกูพ่อหนุ่มเนื้อหอมนักเที่ยว แล้วตอนนี้อยู่ ๆ จะให้มานอนในห้องเฉย ๆ เนี่ยนะ” เปาเริ่มต่อล้อต่อเถียง คนผิวแทนดึงกระชากผ้านวมขึ้นมาห่มกายก่อนจะทิ้งตัวนอนลงหันหลังให้ทั้ง ๆ ที่เรื่องมันยังเคลียร์ไม่จบ
มาร์คผ่อนลมหายใจ ร่างสูงกว่าเอื้อมไปปิดไฟหัวเตียง กายแกร่งขยับเข้ามาซ้อนทับเข้าทางด้านหลัง วงแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามโอบกอดเปา ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งแผ่นหลัง เปาแนบหน้าไปกับหมอนแม้จะรู้สึกถึงลำจมูกโด่งที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มก็ตาม
“งอนเก่งนักนะ”
“งอนอะไร มึงยุ่งก็ปล่อยให้กูกลับไปอยู่บ้านดิ อย่างน้อยก็มีน้อง ๆ ให้กูได้เล่นด้วย”
“....”
“อยู่นี่มึงก็ไม่ให้กูเที่ยว พอเที่ยวก็กลับสามทุ่มบ้างสี่ทุ่มบ้าง” ผ้านวมผืนหนากลิ่นหอม ๆ ของมันรดอยู่ตรงช่วงจมูกเพราะมาร์คดึงขึ้นมาจนถึงคอ
“....”
“ให้กูกลับบ้านเถอะ” ใบหน้าของเปาเริ่มบู้บี้กับใบหมอนเมื่อแรงกดที่แก้มหนักขึ้นเรื่อย ๆ
“ไม่ให้กลับ กูรู้ว่ามึงไม่ได้อยากกลับบ้านไอ้เปา” มาร์คผละออกมานอนหงายดังเดิม กายแกร่งบิดเร้าไล่ความเมื่อยขบบนร่างกาย
“...”
“แล้วงานร้านเหมียวเพื่อนมึงไม่ไปทำแล้วหรือไง” มาร์คหันมาถาม มือหนาตบลงบนก้นที่อยู่ใต้ผ้าห่ม
“ทำตอนไหนก็ได้ ทำวันไหนก็ได้เงินวันนั้น” เปาตอบแล้วซุกเข้าไปในผ้าห่ม อภิสิทธิ์แบบนี้มีแค่เปาคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้
“ดี จะได้ไม่เป็นภาระกู” ร่างในผ้านวมชะงัก
“อืม ก็จริง” เสียงพึมพำแผ่วเบาตอบกลับคำพูดนั้น ไม่รู้เลยว่ามาร์คนั้นพูดเล่นหรือคิดจริง สำหรับเปาแล้วเหมือนกับโดนจี้จุด ใช่จริง ๆ สินะเขามันก็แค่ภาระคนหนึ่ง
“อืมค่อย ๆ ทำ บางทีเลื่อนไปเลยก็ได้” มาร์คตอบเสียงเรียบ
“ทำไมล่ะ เกิดอะไรขึ้น”
“ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลา เมียจะแดกหัวอยู่แล้ว” มาร์คตอบขำ ๆ แต่ก็ล้วนเป็นความจริง เขาพยายามลดงานตนเองเพื่อหาเวลาไปอยู่กับไอ้เด็กดำขี้งอน ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินควงกุญแจรถออกไป
มาร์คกลับมาถึงคอนโดในเวลาต่อมา ร่างสูงเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนซึ่งมันไร้วี่แววของเปา เดินหาจนทั่วก็ไม่พบ หากแต่ความสงสัยก็มลายหายไปเมื่อเขาเห็นไม้แขวนเสื้อตกอยู่ที่พื้น ร่างหนาก้าวยาว ๆ เข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้าออกซึ่งสิ่งที่เขาเห็นทำให้อารมณ์ในหัวปะทุขึ้นราวกับกำลังจะระเบิด
“กล้าเก็บเสื้อผ้าออกจากห้องกูเหรอไอ้เปา”
...
“เชี่ย รถโคตรหรู พี่มาร์คแม่งของจริงว่ะ” ไทป์พูดขณะลูบรถอย่างอึ้ง ๆ ถ้าวันนี้ไม่มาช่วยไอ้เปาขนของคงไม่รู้ว่าเปามันจะขับรถหรูถึงขนาดนี้
“อืม เดี๋ยวก็ไม่ใช่ของกูละ พอถึงบ้านกูฝากเอาคนของมึงขับกลับไปที่คอนโดที” เปาบอกรู้สึกหนักอึ้งมาตลอดทาง หากเขาอ่อนแอกว่านี้ไอ้ไทป์คงได้เห็นน้ำตาไปแล้ว
บรื้น!!! เอี๊ยดดดด!! เปาเบิกตากว้างกระแทกเบรกแทบไม่ทันเมื่อมีรถขับมาตัดหน้าล้อรถขูดไปกับถนนจนมีควันเกิดขึ้น
เปากลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นใครเดินลงมาจากรถด้วยสีหน้าที่นิ่งจนน่าผวา
ก๊อก ก๊อก มาร์คเคาะกระจกในฝั่งของเปาแล้วกวักนิ้วเป็นเชิงให้ลงมา แขนอีกข้างก็เท้าไปกับประตูรถ เปาไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าอีกฝ่าย
“เอาไงไอ้เปา” ไทป์เห็นสีหน้าเพื่อนที่ไม่ค่อยดีนักก็นึกเป็นห่วง ร่างสูงจึงเปิดประตูลงรถไปเพื่อขอเจรจา ซึ่งเปานั้นห้ามแทบไม่ทัน ด้วยความกลัวจึงรีบกดล็อกประตูทันทีจนมาร์คที่อยู่ด้านนอกทุบกระจกอย่างแรง เสียงตวาดไม่ได้ดังมาถึงด้านในรถซึ่งได้ยินเพียงแว่ว ๆ เท่านั้น แต่เพียงแค่นี้เปาก็กลัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนตอนยังไม่คบกันเขาไม่แม้แต่จะเกรงกลัวเลยสักนิด
“เฮ้ยพี่.. ผมว่าใจเย็น ๆ ก่อนนะ” ไทป์พยายามหาคำพูดมาทำให้พี่มาร์คอารมณ์เย็นลงก่อน เพราะตอนนี้ดูเหมือนอีกฝ่ายจะโกรธมากแล้วจริง ๆ แถมยังดูน่ากลัวมากอีก ขนาดเขาไม่ใช่ไอ้เปาก็รู้สึกไม่กล้าหือแทนเลย ไม่แปลกใจเลยจริง ๆ ที่เปามันจะยอมอยู่ในโอวาทผัวทั้ง ๆ ที่มันก็ใช่ว่าจะธรรมดา
“กูให้เวลามึงสิบวิ! ถ้ายังไม่เปิดมึงเจอดีกับกูแน่!!”
“พี่ครับผมว่า---” เหมือนเขาจะเป็นอากาศเพราะคนที่ดูเหมือนไฟลามทุ่งไม่แม้แต่จะหันมองหรือสนใจ ไทป์ลุกลนไปเสียหมดทุกอย่างจนพี่มาร์คผละออกไปที่รถของตัวเองก็นึกโล่งใจ หากแต่การกลับมาของร่างสูงกว่าชายไทยทั่วไปกลับมาพร้อมไม้เบสบอลในมือ แถมยังเป็นแบบเหล็กอีก! ฉิบหาย!
พลั่วะ! พลัวะ!
“เฮ้ยพี่มาร์ค!!.. ใจเย็น ๆ ครับ!” ไทป์จะเข้าไปห้ามก็ทำไม่ได้เมื่อมาร์คออกแรงฟาดกระจกรถฝั่งที่ไอ้เปาไม่ได้นั่งอยู่อย่างแรง จะขับหนีก็ทำไม่ได้เพราะรถขวางหน้า ด้านหลังก็ติดรถคันอื่นที่ขับตามมา และน่าจะเป็นพวกเพื่อนของพี่มาร์ค
เพล้ง!! กระจกรถแตกละเอียด มาร์คกัดฟันกดปลดล็อกประตูด้านนี้แล้วเข้าไปกระชากเปาที่ฝั่งคนขับให้ออกมาอย่างแรงจนเปาเจ็บไปทั้งรอบวงแขน
“โอ๊ยย เจ็บ! ไอ้เหี้ยมาร์ค!!” มาร์คกระชากเปามาที่รถของตนก่อนจะเหวี่ยงร่างโปร่งไปกระแทกกับรถ
“มึงกล้าลองดีกับกูใช่ไหม!!”
“กูลองดีอะไรกับมึง! อึก” คางคมถูกคว้าแล้วออกแรงกระชากเข้าหา
“เอาผู้ชายคนอื่นมานั่งรถกู มึงหยามกูเกินไปแล้วไอ้เปา คนอย่างกูฆ่าได้หยามไม่ได้โดยเฉพาะเมียกูอย่างมึง!!”
“อึก..”
“อย่าให้กูกลับไปเป็นคนเดิมแบบเมื่อก่อนนะไอ้เปารับรองถึงมึงเป็นเมียกูแต่ใช่ว่าจะรอดจากตีน จำใส่หัวไว้!” มาร์คใช้นิ้วดันหัวเปาอย่างแรงก่อนจะเปิดประตูรถตนแล้วโยนร่างโปร่งเข้าไปด้านในอย่างไม่ไยดี
“พี่มาร์คครับผมว่า--” ไทป์กำลังจะเข้ามาห้ามและพยายามช่วยเพื่อนของตน หากแต่สายตาคมนั้นก็ตวัดมองเขาเหมือนกับจะหักกระดูกกัน สายตาที่ผู้ชายด้วยกันมองก็รู้ว่าอย่าคิดมาแย่งของรักของตน
