บทที่ 2 ตอนที่ 1

“นาย ปริญญา” เสียงทักดังข้างกายจนคนที่กำลังย่องออกจากห้องเรียนนักศึกษาชะงักยืดตัวตรงขึ้นทันที

“งานของผม เมื่อไหร่จะส่ง” อาจารย์มาดดุขยับแว่นจ้องมองชายหนุ่มสูงหล่อด้วยสายตาคาดคั้นเอาคำตอบ

“เอ่อ.. ขอเป็นพรุ่งนี้นะครับ” เปาเกาหัวแกรก ๆ แล้วรีบก้มหัวให้อาจารย์ที่ผ่อนลมหายใจส่งมา

“พรุ่งนี้นะครับ ถ้าวันอื่นผมจะไม่รับรองเกรดของคุณแล้วทำตัวให้มันเหมาะสมกับหน้าตาหน่อย เชิญครับ” นายปริญญารีบผงกหัวขึ้นลงอีกรอบแล้วก้าวขาเดินออกจากห้องเรียนไป เกือบโดนด่าแล้วไหมล่ะกู เปาเดินออกมาด้านนอกด้วยท่าทางหัวเสียจนคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างหลบหลีกให้ทางอย่างเกรงกลัว

ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้มาร์คคงทำเสร็จไปแล้ว คนบ้าอะไรคึกตั้งแต่เที่ยงคืนยันเช้าทำเอามามหาลัยแทบไม่ไหว ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาที่โรงอาหารของคณะ พอเขามาถึงทุกคนที่ต่อคิวอยู่ก็ต่างหลบทางให้อีกเช่นกัน

“ไข่เจียวจานหนึ่งป้า!” เปายืนล้วงกระเป๋าเข้าไปในชุดช็อปอย่างมีมาด

“เออรอเดี๋ยว ทีหลังมาแทรกอย่างนี้อีกข้าไม่ทำให้แล้วนะโว้ย” ป้าร้านอาหารตามสั่งหันมาบ่นใส่

“ถ้าไม่ติดว่าไข่เจียวป้าอร่อยที่สุดในโลกเปาคงไปกินร้านอื่นแล้ว” อั่งเปาเท้าแขนไปกับตู้กระจกแล้วส่งยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยให้

“เออพูดดีนะเอ็ง เอ้าเอาไปได้แล้วขวางทางคนอื่น”

“ขอบคุณคร้าบบ” เปารับจานข้าวไข่เจียวพูน ๆ ออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขากินฟรีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เปาเดินมาที่ประจำของตนไอ้พวกลูกกะจ๊อกก็ต่างลุกขึ้นเพื่อให้เปานั่งลงในที่ประจำ

“นั่ง ๆ เฮียเล่ามาเลยนะเว้ยว่าเมื่อคืนไปต่อยกับไอ้มาร์คบริหารได้ไงอีก” พอเปาเดินมาถึงก็กลายเป็นจุดสนใจของรุ่นน้อง ร่างสูงโปร่งที่แสยะยิ้มร้ายให้

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกว่ะ” เปาถูกรุมล้อมไปด้วยรุ่นน้องในคณะที่รอฟังเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เฮียเปาของพวกเขาขึ้นชื่อว่าไม่กลัวใครแถมยังเป็นอริกับพี่มาร์คปีสี่คณะบริหารอีก รายนั้นน่ากลัวน้อยซะที่ไหน รูปหล่อพ่อรวยมาดนิ่ง เห็นแต่จะมีเฮียเปานี่แหละที่กล้าเข้าไปหยอง พวกเขาเลยอดที่จะชื่นชมไม่ได้

“มันมาชนกูตอนกูกำลังได้ที่กับสาวไง กูเลยซัดแม่งให้หมอบ” เปาพูดไประหว่างกินข้าวเหมือนไม่ใส่ใจนัก

“เจ๋งว่ะพี่ ขนาดอาจารย์ยังไม่กล้ามีเรื่องกับมันเลย เจออีกพาผมไปรุมด้วยนะหมั่นไส้แม่งฉิบหาย” หนึ่งในรุ่นน้องชุดช็อปพูดขึ้นทันทีจนเปาเหลือบสายตามอง

“อย่าไปยุ่งกับมัน มีกูคนเดียวที่ต่อยมันได้” สิ้นคำพูดนั้นทำเอาเสียงเฮฮาในกลุ่มเงียบกริบ

“.....”

“กูหมายถึงมีกูคนเดียวที่มันกลัวจนหัวหดไอ้สัตว์ เจอกูมันก็สั่นไม่กล้าสู้แล้ว ถ้าไม่มีเฮียเสกห้ามตอนนั้นคงมีคนหามมันส่งโรงบาลไปแล้ว” ทุกคนพยักหน้าเออออเข้าใจ

เปาตักข้าวคำโต ๆ เข้าปาก ดวงตาคมหันมองรอบกายพอเห็นสาวสวย ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเสียงแซว ทั้งกลุ่มกลับมามีเสียงเฮฮา บางคนเอากีต้าร์ขึ้นมาดีดเพื่อร้องเพลง และแน่นอนเจ้าพ่อเพลงลูกทุ่งอย่างไอ้เปาจะไปพลาดได้อย่างไร

“ได้เจอกันคงเป็นวันที่ชะตากำหนดมาหรือฟ้านั้นเป็นใจ

เธออยู่ดีส่วนพี่นั้นไม่มีใคร อยากเปิดใจกับเธอคนนั้นตรง ๆ”

เปายักคิ้วหรี่ตาให้กับสาวที่เดินผ่านไปผ่านมาจนพวกเธอก้มหน้าแล้วรีบเดินหนีอย่างเขินอายเพราะเปา วิศวะ นั้นเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าบรรดาสาว ๆ มาก

“ก็ในชีวิตไม่คิดจะรักใคร ให้ถูกใจโดนใจเมื่อเจอเธอ โชคชะตานำพาเราพบเจอ อาจจะเป็นเนื้อคู่แล้วกระมัง

แค่สบตาพาใจให้หวังเหวิด เกิดความรักขึ้นมาในทันใด

พี่อยากจะถามสักคำหนึ่งได้ไหม.. ช่วยตอบให้มันโดนใจจัง ๆ”

เปายกมือขึ้นทาบอกตนเองกวาดสายตาแสนมีเสน่ห์ให้สาวสวยรวมทั้งสาวสองที่เดินผ่านไปผ่านมา บางคนถึงกับตัวม้วนเลยทีเดียว

“ว่ามีแฟนแล้วหม้าย มีแฟนแล้วหม้าย ถ้าเธอยังไม่มีใคร

หากมีแฟนแล้วฉันจะได้ปลง ไม่ต้องลุ่มหลงงมงายอีกต่อไป

มีแฟนแล้วหม้าย มีแฟนแล้วหม้าย ถ้าเธอยังไม่มีใคร

อยากจะขอสมัครได้ไหม ขอใจไว้เป็นแฟนกัน..” ** เพลงมีแฟนแล้วหม้าย // อุ๊ดหัวลำโพง **

“ขอบคุณเพลงจากคุณอู๊ด หัวลำโพงอาร์สยามครับ!!”

เปาหยุดร้องเพลงแล้วยิ้มโปรยเสน่ห์ แววตาเจ้าชู้นั้นดูซุกซนเสียจนรุ่นน้องแทบใจเกเร ขนาดพวกเขายังหวั่นไหวแล้วผู้หญิงจะห้ามใจได้อย่างไร ยังไม่ทันขาดคำก็มีหญิงสาวต่างคณะวิ่งเข้ามาเป็นกลุ่มพร้อมเสียงกรี๊ดเบา ๆ

“พี่คะขอไอจีได้ไหมคะ” เธอยิ้มเขินหันไปบิดเนื้อบิดตัวหมุนใส่เพื่อน

“ได้ครับคนสวย” เปายิ้มพราวเสน่ห์กดชื่อช่องทางติดตามให้ไปในทันที พอมีหนึ่งคนได้ก็มีหลายคนที่ตามกันมาขอ เปาเองก็ใจกว้างพอที่จะกดมันให้แม่งทุกคนเลย พอให้แล้วก็ขอยิ้มกระชากใจสาวสักหนึ่งยก เบื่อความหล่อของตัวเองฉิบหาย

กว่าจะหมดเล่นเอาเมื่อยไปเหมือนกัน เปาเดินกลับมาที่กลุ่มของตนเอง

“เฮียแม่งฮอตแซงหน้าพวกผมตลอดเลยนะ”

“เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่หนังหน้าเว้ย แต่ถ้าจะเอาหล่อแบบกูให้สาวกรี๊ดคงยากหน่อย” เปายักคิ้วแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นไปเรื่อยเปื่อย

“เออเฮียคืนนี้ไปตี้กัน ร้านเฮียเล้งได้ข่าวมีเด็กเอ็นมาใหม่สวยขาวน่าเจี๊ยะ!” เปาพยักหน้าส่ง ๆ เพราะเขาเข้าไปเห็นแชทข้อความของไอ้มาร์คที่ส่งมา ฉิบหายละ เรื่องร้องเพลงจีบสาวรั่วไปถึงหูมันแล้วเหรอเนี่ย

ติ๊ง...

“อึก...” เปากลืนน้ำลายลงคอแล้วกดเข้าไปในแชท

เมียเปา : ออกมาเจอหน่อย

เมียเปา : ที่เดิม

ร่างสูงมองชื่อแชทที่เขาเป็นคนตั้งเองแล้วลุกขึ้นกระชับชุดช็อปแล้วยัดโทรศัพท์เครื่องหรูใส่ลงในกระเป๋า

“เดี๋ยวกูไปละ เจอกันที่ร้านนะ” เปายกมือขึ้นโบกให้คนในกลุ่มของตน ร่างโปร่งเดินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าตกเป็นเป้าสายตาของใครหลายคนเพราะความหล่อเหลา ซึ่งเปารู้ดีแม้จะแอบหวั่นใจเรื่องไอ้มาร์คเล็กน้อยแต่เขาก็ยังยิ้มสู้ให้พวกที่หันมอง ทำไงได้ก็คนมันต้องบริหารเสน่ห์ตลอดเวลานี่หว่า

เขาลัดเลาะไปทางตึกที่ไม่มีใครเห็นซึ่งทางนี้ไม่ใช่ทั้งตึกบริหาร หรือตึกวิศวะ ร่างสูงยืนพิงกำแพงแล้วเงยหน้าขึ้นรอใครบางคน

“มาเร็วดีนี่..” เปาเหลือบสายตาหันไปมองร่างแกร่งที่อยู่ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยตามแบบฉบับของหนุ่มคณะบริหาร

“มาช้ามึงก็ด่ากูสิ” เปายืนขมวดคิ้วแสร้งตีหน้าขรึมเหมือนคนอารมณ์ไม่ดี

“ทำหน้าแบบนั้นทำไม หรือมึงมีความผิดติดตัว” มาร์คเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าอีกฝ่ายจนคนที่ถูกจับโป๊ะได้เผลอทำหน้าเหลอหลาไปชั่วขณะ

“ความผิดอะไรของมึงวะ.. มีอะไรก็พูดมาเสียเวลากู” เปาเสสายตาหลบดวงตาคมดุนั่นอย่างไม่รู้ตัว แขนใหญ่ทาบไปกับกำแพงแล้วเอี้ยวตัวลงนิดหน่อย

“ทำไม.. เฮียคิดถึงไม่ได้เหรอ..” สรรพนามที่เปลี่ยนไปนี้มักเกิดขึ้นเสมอเมื่ออีกฝ่ายอยากจะพูด ซึ่งเขาไม่แปลกใจ แต่ไอ้ตรงคิดถึงนี่สิ

“ว่างแล้วหรือไงวะ เมื่อก่อนเรียกกูมาที่นี่แทบทุกวัน เดี๋ยวนี้เดือนละครั้ง เฮอะ!”

“หืม.. อยากเจอกูบ่อย ๆ รึไง” มือหนาเชยคางเป็นสันขึ้นมาแล้วส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ ซึ่งคนที่เผลอพูดออกไปก็ได้แต่เม้มริมฝีปาก ใบหน้าคมหล่อแบบฉบับลูกครึ่งจีนสวีเดนเคลื่อนเข้าไปกดจูบลงบนริมฝีปาก แรงบีบที่คางก็มากขึ้นจนเปาต้องเผยอปากด้วยสีหน้าที่กำลังแดงก่ำ มาร์คดันหัวเข่าของตนไว้ตรงระหว่างกลางเป้าของอีกฝ่ายที่กำลังอ่อนระทวย เรียวลิ้นหนาตวัดดูดดึงลิ้นของเปาเหมือนกับจะกระชากมันออกมาให้เป็นของตนเอง แม้เสียงจูบก็ดังหยาบโลนจนเปากลัวเหมือนกันว่าจะมีใครมาเห็นหรือได้ยิน

“แฮ่ก..” พออีกฝ่ายผละออกไปเปาก็รีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำลายข้างริมฝีปากที่ยืดออกมานิดหน่อย

“กูซื้อสมาร์ทวอทซ์มาให้ เห็นมึงบ่นอยากได้” มาร์คหยิบยื่นถุงที่เขาไปเลือกดูมาเองส่งให้เปาในขณะปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ที่ข้างแก้ม

“เฮ้ย กูพึ่งบ่นไปเมื่อเช้าเองนะ” เปารับมาแล้วรีบเปิดกล่องดูทันทีไม่สนแล้วว่าตนเองกำลังถูกโอบเอวอยู่หรือว่าแก้มตนเองจะถูกคลอเคลียไม่ห่าง เปารีบนำมันมาใส่ข้อมือทันทีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ใส่ดี ๆ อย่าให้พังนะมึง อยากได้แล้วไม่รักษากูจะถีบให้กระเด็นเลย” มาร์คขู่ด้วยน้ำเสียงเรียบปกติขณะดวงตาคมยังจ้องมองใบหน้าเข้มที่กำลังสนอกสนใจของชิ้นใหม่ เปาเงยหน้าขึ้นจะกล่าวขอบคุณแต่พอเห็นสายตาอีกฝ่ายมองมาก็รู้สึกอึกอักเล็กน้อย มือกระด้างผลักคนตัวขาวราวหิมะออกก่อนยืดอกขึ้น

“ขอบคุณ..” เปาบอกเสร็จแล้วก้มลงมองหน้าจอสมาร์ทวอทซ์ตรงข้อมืออีก เขาศึกษาวิธีใช้มาอย่างดีเพราะเล็งมานานแล้ว

“ไอ้เปา...”

“เอ่.. ตรงนี้มันคืออะไรวะ” พึมพำเสียงเบาอยู่คนเดียว ใบหน้าคมมีแววตาสงสัยชัดเจน

“อั่งเปา..” เหมือนคำนี้จะไปสะกิดต่อมบางอย่างของหนุ่มผิวแทน เปาเงยหน้าขึ้นทันทีด้วยสายตาไม่พอใจ

“ทำไมต้องเรียกชื่อนี้ด้วยวะ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน

“มึงลืมอะไรหรือเปล่า กูซื้อของให้ต้องทำไง” มาร์คจ้องมองคนเตี้ยกว่านิดหน่อย ซึ่งเปาเพียงดันลิ้นตรงข้างกระพุ้งแก้มแล้วขยับเข้าไปกดจูบลงบนแก้มขาวที่โคตรพ่อโคตรแม่เนียน สะอาดสะอ้านฉิบหายคนอะไร อาบน้ำตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงมั้ง เปานินทาในใจขณะสลับฝั่งไปหอมแก้มฟอดใหญ่

“ก็แค่นี้ มึงเลิกเรียนแล้วก็กลับคอนโดซะ กูมีเรียนบ่าย” มาร์คยกนิ้วขึ้นเกลี่ยแก้มนิดหน่อยก่อนดึงมือออกช้า ๆ แล้วทำท่าจะเดินออกไปหากไม่โดนคว้าไว้

“มีอะไร” มาร์คเลิกคิ้วขึ้นแล้วหันมายืนที่เดิม

“คืนนี้กูจะไปกินข้าวกับเพื่อน.. ขอตังค์หน่อย” เปาแบมือลงต่อหน้ามาร์ค

“ไปกินหรือไปสร้างความเดือดร้อนไอ้เปา”

“ไปกินจริง ๆ” มาร์คมองมือหยาบกระด้างก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าแล้วหยิบเงินในกระเป๋าออกมาสองพัน

“ห้ามกลับเกินสี่ทุ่ม ถ้ากลับเช้าอีกกูเอามึงตายแน่” มาร์คพูดเสียงเรียบแล้วส่งเงินให้คนตรงหน้า

“เออ ไม่เช้าหรอก” เปายิ้มรีบยัดเงินใส่กระเป๋าแล้วเงยหน้ามองร่างแกร่งว่าทำไมถึงไม่ไปเสียที

“มึงนี่เมียหรือโจรวะ มีเรื่องให้เสียเงินทุกวัน” มาร์คบ่นจบก็เดินออกไป เปาเบ้ปากตามหลัง เอากูแทบทุกวันยังมางกอีก ไม่วายพึมพำล้อเลียนตามหลังแล้วยกสมาร์ทวอทซ์ขึ้นมากดเล่น

นายปริญญากลับมาถึงคอนโดในช่วงเย็น เขารีบเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อให้ทันเวลาที่นัดกับพวกรุ่นน้องไว้ ช่วงนี้เพื่อนสนิทเขามันไปเข้าค่ายกับทางมหาลัยเปาจึงมีเพียงรุ่นน้องที่พวกมันเคารพเขานี่แหละเป็นเพื่อน

ชายหนุ่มหยิบเจลราคาแพงของไอ้มาร์คมาชโลมใส่ผมแล้วทำทรงประจำตัวอย่างตั้งใจ มือหนาควานหาเสื้อผ้าในตู้แล้วหยิบออกมาลวก ๆ เพราะเขาขี้เกียจพับให้เรียบร้อย ดีที่ไอ้มาร์คไม่เห็น ถ้าเห็นล่ะก็โดนด่าจนหูชาแน่

เปามองตัวเองในกระจกที่หล่อจ๊าบยิ่งกว่าพระเอกยุคเก้าศูนย์ ถ้าเกิดในสมัยนั้นคงโดนแมวมองแย่งตัวเป็นแน่ หลังจากฉีดน้ำหอมราคาแพงสุดขั้วที่เขาพึมพำบ่นเพียงวันเดียวก็ได้มาโดยคนซื้อก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คนที่ซื้อสมาร์ทวอทซ์ให้เขานี่ไง

ร่างสูงโปร่งเดินควงกุญแจออกมาด้านล่างคอนโดอย่างอารมณ์ดีแล้วสอดตัวเข้าไปนั่งด้านในก่อนขับออกสู่ถนนกว้าง

มาร์คัสเดินทางกลับมาถึงคอนโดในช่วงเกือบค่ำ เขาถอดชุดนักศึกษาออกด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อนเพราะต้องฝึกงานหลายอย่างกับคุณพ่อชาวจีน เขาเป็นลูกเจ้าสัวที่มีชื่อเสียงมากแถมยังต้องแบกรับหน้าที่หลายอย่างไว้คนเดียว ร่างสูงทิ้งกายนั่งลงบนโซฟาแล้วเปิดยอดเงินในบัญชีดูว่าเหลือเท่าไหร่ เขามีงบรายเดือนให้ใช้เสมอ ยังดีที่เขาเปิดกิจการของตนเองหลายแห่งเลยไม่ต้องกลัวว่าเงินจะหมด กลัวอย่างเดียวคือไม่มีเงินเลี้ยงเมียแสนดื้อก็เท่านั้น

ร่างสูงผล็อยหลับลงไปทั้งที่มือยังคงก่ายหน้าผาก

ตี้ด... ตี้ด... เสียงรูดบัตรหน้าประตูทำให้มาร์คัสตื่นขึ้นมาโดยง่ายเพราะการเรียนวิชาป้องกันตัวหลายอย่างมาตั้งแต่เด็ก แผลข้างริมฝีปากที่มีมันสร้างความแปลกใจให้แก่คนที่รู้ไม่น้อยเลย แต่มาร์คเลือกที่จะไม่พูด ร่างแกร่งเดินมาที่ประตูมองดูไอ้เปาที่กำลังนอนสลบอยู่ด้านหน้า เขาก้มลงช้อนขามันขึ้นมา

“ตัวหนักฉิบหาย..” มาร์คพาอีกคนมาที่เตียงนอน นึกย้อนไปก็งงเหมือนกัน ทั้งที่ตนเองชอบสาวสวยหรือหนุ่มน้อยน่ารักมาตลอด แต่สุดท้ายดันได้ไอ้เปาที่ตัวเท่าควายมาเป็นเมีย

“อุ่ก..”

“ไอ้เปา!”

“อ้วกกก” ของเหลวมากมายสาดใส่ร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างเตียง มาร์คัสหลับตาลงช้า ๆ สงบสติอารมณ์ก่อนจะอุ้มไอ้เปาขึ้นมาอีกครั้งเพื่อพาไปอาบน้ำใหม่

“ภาระกูจริง ๆ” เขาบ่นขณะราดน้ำไปกับผิวสีแทน ลูบเท่าไหร่ก็ไม่มีส่วนไหนนุ่มสักที่ หลังจากอาบน้ำกันเสร็จ เขาก็เปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่แล้วโยนไอ้ตัวปัญหาลงนอนบนเตียง คนที่กำลังหลับเพราะฤทธิ์เมายกแขนขึ้นกอดมาร์คอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาคมหันมองอั่งเปาก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจดึงร่างสูงเข้ามากอดแนบอก ถึงจะสากเหมือนส้นตีนเพียงใดแต่มาร์คก็อดไม่ไหวที่จะไม่หอมแก้มนี่

“บอกจะไปกินข้าวเสือกไปแดกเหล้า”

“...”

“ตื่นมาล่ะน่าดู”

เปาตื่นเช้าขึ้นมาไม่พบคนข้างกาย จึงลุกขึ้นเดินเข้าไปอาบน้ำอาบท่า รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่อีกฝ่ายหายไปโดยไม่บอกไม่กล่าว

วันนี้เขาไม่มีเรียนจึงนัดไปทำงานกลุ่มกับเพื่อนคนอื่นที่ไม่ค่อยสนิทนัก เพราะเขาไม่มีกลุ่มแล้วเลยโดนดึงเข้า

“ตัดกระดาษตรงนี้นะ”

“อืม” เปาตอบรับเอากระดาษมาตัดตามคำสั่ง แต่เพราะความยากของมันเลยแสดงสีหน้าไม่ชอบใจออกมา

“เอ่อ.. เดี๋ยวเราตัดเองก็ได้.. “เด็กหนุ่มที่ใส่แว่นกรอบโตพูดเสียงหวาด ๆ

“ไม่เป็นไรกูตัดเอง มึงมีอะไรก็ไปทำเถอะ”

“อะ อืม” ตอบรับแล้วรีบลุกออกไปทันที ถึงเปาจะไม่ต้องทำอะไรก็ได้เพียงนั่งปั้นหน้าโหดพวกเพื่อนกลุ่มนี้ก็ใส่ชื่อเขาเข้าไปอยู่ดี หลังจากเสร็จงานกลุ่มแล้วเปาก็กลับมาที่คอนโดทันทีเพราะอยากกลับมาพักผ่อนแล้วก็เล่นเกม

ตี้ด... เปิดประตูเดินเข้าไปแล้วโยนกระเป๋าเป้ทิ้งลวก ๆ กำลังจะเดินไปเชื่อมกล่องเกมก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าใครบางคนกำลังนั่งกินกาแฟอยู่พร้อมหนังสือเรียนบนโต๊ะ

“ทำไมวันนี้กลับเร็ววะ” เปาลูบอกตนเองเหมือนตกใจมากเสียอย่างนั้น ดวงตาคมกริบหันมอง

“มานี่ซิ” พูดสั้น ๆ จนคนที่โดนสั่งยืนนิ่งเหมือนกำลังคำนวณ

“....”

“ไอ้เปากูบอกให้มานี่” พอโดนเสียงดุเข้าไปก็แทบถลา ร่างโปร่งยืนตรงหน้าร่างแกร่ง

“นั่งลง”

“ไม่มีเก้าอี้” พูดหน้ามุ่ย

“แล้วใครสั่งให้มึงนั่งเก้าอี้” มาร์คเงยหน้าขึ้นมองเปาด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“ไม่เอาอะ แมน ๆ อย่างกูนั่งตักได้ไงวะ” เปาพูดพลางเม้มริมฝีปาก

“อยู่กับคนอื่นมึงจะแมนยังไงก็ได้ แต่ตอนนี้มึงอยู่กับผัวมึง นั่งลง” เปาชักสีหน้าก่อนจะกระแทกก้นลงบนตักแกร่ง มาร์คแสยะยิ้มก่อนจะค่อย ๆ โอบเอวแล้วดึงให้ขยับเข้ามาแนบชิด

“มึงสั่งอะไรมา” มาร์คชูของในมือขึ้นให้อีกฝ่ายดู

“ก็จิ๋มกระป๋องไงวะ”

“ทำไม มันเสี้ยนขนาดนั้นเลยหรือไงไอ้เปา”

“ก็มึงไม่ให้กูรุกบ้าง” เปาพึมพำ ใบหน้าคมหล่อเริ่มไม่พอใจ แค่จิ๋มกระป๋องเอง

“เออกูก็ไม่ได้ว่าอะไร อยากทำก็ทำไป แต่อย่าให้กูรู้ว่ามึงไปเอาของจริงก็แล้วกัน” คางได้รูปถูกรั้งให้เข้าไปสบตา

“....”

“กูเอามึงตายคาตีนแน่ถ้ามี” เปากลืนน้ำลายลงคอ นึกถึงอดีตว่าทำไมถึงกล้าไปห้าวด่อง ๆ กับไอ้นี่นัก

เปาก้มหน้าลง อยากด่าออกไปแต่ขอหลุดออกจากวงแขนนี้ก่อนเถอะ

“อ่ะ กูซื้อมาให้” เปาหันมองถุงสีแดงด้วยท่าทางอึ้งนิดหน่อย เขารีบแกะออกทันที

“ทอง.. ทองเลยเหรอวะ”

“อืม.. เก็บเอาไว้ใช้หรือจะขายก็เรื่องของมึง” เปายิ้มแล้วรีบหันไปสวมกอดลำคอแกร่งทันที ซึ่งมาร์คเพียงลูบแผ่นหลังกว้างเบา ๆ

“มึงแม่งโคตรป๋าเลย” เปายิ้มแล้วยกทองเส้นโตขึ้นมาดู ชีวิตเขาเคยจับซะที่ไหนไอ้ทองเนี่ย ที่อยู่สบายมีของใช้หรู ๆ ก็เพราะไอ้มาร์คทั้งนั้น เขาล่ะอยากให้มันเป็นพ่อเขาจริง ๆ

“ออ.. มีอีกเรื่อง..” เปาชะงักรอยยิ้มลงหันไปมองหน้าอีกฝ่าย

“.....”

“มึงไปร้องเพลงที่โรงอาหารมาเหรอ ผู้หญิงรุมล้อมเลยนี่”

“กะ.. ก็แค่ร้องเพลง.. คนมันชอบมันก็มาขอไอจีกู แต่กูไม่ได้คุยกับใครเลยนะเว้ย” เปาพูดเสียงแข็ง

“กูก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย แต่อย่าให้มีก็แล้วกัน ไลน์มึงไปจัดการลบให้หมดถึงจะไม่ได้คุยก็ห้ามมีใครนอกจากกู” เปาเม้มริมฝีปากทำไมต้องโหดด้วยวะ ก็ไม่ได้คุยแล้วทำไมมีไม่ได้ เขาเอาไว้อวดพวกเพื่อน ๆ ว่ามีสาวสวยทักมาถ้าไม่มีให้อวดแล้วจะเอาไรคุย

“เออ.. “ก้มหน้าพูด

“เพลงน่ะกูเห็นคลิปแล้ว มึงร้องเพราะดีนะ” ใบหน้าคมเกยไหล่ของเปามือหนาโอบกอดแน่นขึ้น ปลายจมูกโด่งเริ่มซุกไซ้ซอกคอ

“......”

“ร้องให้เฮียฟังบ้างสิ ขอเพลงที่เปาไม่เคยร้องให้ใครฟังนอกจากเฮีย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป