บทที่ 4 ตอนที่ 3

“เอ่อ.. ค่ะ.. งั้นให้พ่อกับแม่ไปส่งไหม” คุณหญิงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ เธอเกาหัวแกรก ๆ แอบกระแทกไหล่สามีเบา ๆ เพื่อให้เขาช่วย

“ครับ”

“ไอ้มาร์ค.. “เสียงเรียกของใครบางคนที่ลากยาวมาทำเอาทั้งสามคนชะงัก ร่างแกร่งหันหลังไปมอง ส่วนสองคนด้านนอกก็พยายามชะเง้อคอดู

“เฮ้อ.. ดีนะมึงยังไม่ไป หิวข้าวอะ” ร่างสูงโปร่งในผิวสีแทนเดินเข้ามาลูบท้องตนเองป้อย ๆ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามีบุคคลอื่นอยู่ด้านนอกประตู

“อยากกินอะไร” ถามเสียงเรียบปกติ แต่ท่านเจ้าสัวและคุณหญิงก็ตาแทบถลน ลูกชายเธอห่วงการเรียนมากกว่าสิ่งใด หากไปกินข้าวตอนนี้ก็คงไม่ทันคาบเช้าเป็นแน่

“อะไรก็ได้” เปาบอกและเริ่มสอดสายตามองด้านหน้าประตูเพราะเริ่มตงิดใจขึ้นมาแล้ว

“....”

“....”

“....”

“เอ่อ.. สวัสดีครับ..” เปายกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนอย่างงงงวย ใบหน้าคมหันมามองมาร์คพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

“พ่อกับแม่กู” ตอบเป็นภาษาไทยซึ่งทำให้เปากระอักกระอ่วนเล็กน้อย เขาได้รู้แค่เพียงว่าพ่อไอ้มาร์คเป็นคนจีน ส่วนแม่ก็สวีเดน

“เอ่อ.. อันยองกาเซโย เอ่อ.. ฮัลโหลเวลค่าม” มาร์คหลับตาลงช้า ๆ อย่างหน่ายใจกับการทักทายของไอ้เปา

“ที่มึงเรียนมาคืนครูหมดเลยใช่ไหมไอ้เปา สวัสดีภาษาสวีเดนไม่รู้กูยังเข้าใจได้ แต่ไอ้อันยองของมึงเนี่ยมันของเกาหลี” เปายิ้มแห้งสีหน้าเริ่มเหลอหลาเพราะตนเองก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน ร่างสูงโปร่งมองพ่อกับแม่ไอ้มาร์คด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก

“เอ่อค่ะ.. สวัสดีจ้ะ.. เปาใช่ไหมลูก.. น้าเป็นแม่ของมาร์คัสนะ” เธอยิ้มแล้วเดินเข้ามาจับมือกับเปาเป็นการทักทาย ร่างสูงโปร่งยิ้มเก้อแต่ก็ยอมจับมือด้วย

“สวัสดีครับคุณน้า.. ผมไม่คิดว่าคุณน้าจะพูดไทยได้ด้วย”

“ได้สิ น้ารักประเทศไทยมากเลยฝึกตั้งแต่เด็ก” คุณหญิงยิ้มใจดีแล้วเหล่มองลูกชายของตนนิดหน่อย คนนี้ไม่น่าจะเป็นเมียของมาร์คัสหรอก ตามที่เธอแอบสืบมาเป็นผู้ชายที่คบกันแบบลับ ๆ อีกอย่างมาร์คัสคงชอบผู้ชายตัวเล็ก ๆ น่ารักมากกว่า

“เอางี้ไหม ไปทานข้าวกันพ่อเลี้ยงเอง” ท่านเจ้าสัวยิ้มแล้วเอ่ยปากในทันที กว่าจะหาเวลาทานข้าวกับลูกชายได้ทั้งที

เปาเหลือบมองมาร์คที่พยักหน้า

“ไปสิพาเพื่อนลูกไปด้วย” คุณหญิงบอกแล้วยิ้มกว้างอย่างดีใจก่อนจะก้าวเดินออกไปทันทีเพราะกลัวลูกชายจะปฏิเสธแบบกระทันหัน

“เอ่อ.. คือกู” เปาชักเริ่มไม่มั่นใจ ร่างโปร่งก้มลงมองเสื้อผ้าของตนเองนิดหน่อย

“ทำไม” มาร์คเลิกคิ้วขึ้น

“จะไปร้านหรูแน่ ๆ เลยใช่มั้ย เสื้อผ้าธรรมดาแบบนี้-”

“ตามมาเถอะ ใครว่ามึงกูจะดึงลิ้นมันออกมาเอง” มาร์คบอกแล้วเดินนำออกไปก่อน ร่างโปร่งพึมพำกับตนเองเสียงเบาว่าจะรีบเข้าไปเปลี่ยนเสื้อดีไหม แต่ถ้าหากให้ผู้ใหญ่รอคงไม่ดีจึงเดินตามไอ้มาร์คออกไปติด ๆ

เปานั่งเกร็งอยู่บนรถตู้คันหรูที่มีความกว้างขวางและสะดวกสบายมาก เสียงพูดคุยของแม่ไอ้มาร์คมีมาตลอดทาง ส่วนใหญ่แล้วไปทางชมลูกชายเสียมากกว่า ไม่นานรถก็เคลื่อนมาจอดที่ด้านหน้าร้านอาหาร ซึ่งมันธรรมดาเสียจนเปาตงิดใจ

“ร้านนี้อร่อยมาก สมัยพ่อกับแม่มาอยู่ไทยใหม่ ๆ ติดงอมแงมเลย แอบกระซิบว่าเราสองคนเจอกันที่ร้านนี้” เธอพูดพลางหันไปหัวเราะคิกคักกับสามี เปายิ้มแห้งแล้วเออออตามน้ำไป ซึ่งทำเพียงแค่นี้คุณแม่ไอ้มาร์คก็ชมเขาว่าอัธยาศัยดีแล้ว

“อ่า.. โต๊ะนี้แหละที่เราเจอกัน” คราวนี้เป็นคิวคุณพ่อพูดบ้าง ซึ่งความรู้สึกของเปาแอบงงไปเหมือนกันเพราะท่านทั้งสองดูติดดินและทำตัวสบาย ๆ มาก

“เป่าเปาอยากทานอะไรสั่งเลยนะลูก”

“ครับ..” เปาตอบแล้วอมยิ้มรับเมนูอาหารมาถือก่อนเปิดดูด้วยท่าทางนอบน้อม มาร์คเหลือบสายตามองคนข้างกายก็ต้องเผลออมยิ้มเพราะไอ้เปากำลังนั่งยืดหลังตรง ตัวเกร็งและท่าทางแสนประหม่านั่นอีก มันก็เป็นเพียงแวบเดียวเท่านั้นแต่มีหรือคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามจะมองไม่เห็น

“คุณ ลูกยิ้ม”

“เห็นแล้ว” กระซิบกระซาบใส่กันเสียงเบา

ผ่านไปไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟซึ่งดูคุณน้าจะสนิทสนมกับเจ้าของร้านพอสมควรเลย แถมยังพูดคุยกันไม่หยุดด้วยรอยยิ้ม เปาเองก็เพียงตักอาหารกินเงียบ ๆ อย่างเจียมตัวที่สุด มาร์คเหลือบมองเปาที่ไม่กล้าตักอะไรกิน เขาผ่อนลมหายใจออกมาแล้วแกะกุ้งแม่น้ำตัวโตมาวางลงบนจานข้าว ทั้งไก่ทอดและผัดวุ้นเส้น เปาเองก็กินอย่างไม่เกี่ยง

“เปา ลองกินอันนี้ไหมอร่อยนะ” คุณหญิงเคลื่อนจานอาหารมาวางไว้ตรงหน้าเปา

“มันแพ้ กินไม่ได้” มาร์คบอกเสียงเรียบแล้วดันจานออกห่างจนคุณหญิงหัวเราะแห้ง ๆ แล้วนั่งกินอาหารในส่วนของตนไปไม่กล้าเลื่อนอะไรมาอีกเพราะกลัวลูกชายดุ

“เปานี่รูปหล่อมากเลยนะ แฟนต้องสวยมากแน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ” เธอหัวเราะร่วนพยายามสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้นเต็มที่ แม้จะชินแล้วเพราะมาร์คัสลูกของเธอค่อนข้างไร้อารมณ์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพื่อนสักคนก็แทบไม่มีเธอเลยนึกเอ็นดูเปาเป็นพิเศษ

“ครับ ผมยังไม่มีแฟนหรอกครับ” เปาตอบยิ้ม ๆ ซึ่งมาร์คเพียงยกน้ำขึ้นดื่ม

“อ้อต้องรีบหาแล้วนะ วัยกำลังหนุ่มแน่นแฟนสวย ๆ คงหาไม่ยากหรอก”

เคร้ง! เสียงวางช้อนลงบนจานทำเอาทุกคนหันไปมองชายหนุ่มผมสีควันบุหรี่ทันที

“เอ่อ.. เปลี่ยนเรื่องกันดีกว่าเนอะ” คุณหญิงเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาแล้วกับความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ใบหน้าสวยอ่อนกว่าวัยหันไปยิ้มให้สามีเหมือนให้ช่วยหาเรื่องคุย

“อ่ะจริงสิ หนูรู้จักอิงดาวไหม”

“เอ่อ.. ดาวคณะนิเทศเหรอครับ” เปาตอบตาปริบ ๆ

“ใช่แล้วลูก สวยใช่ไหมล่ะคู่หมั้นของมาร์คัสเขาเอง แต่ดูเพื่อนเราสิไม่ยอมไปดูตัวสักที ถ้าเป็นหนุ่ม ๆ คนอื่นนะคงรีบแจ้นไปแล้ว” คุณหญิงพูดพลางกลั้วหัวเราะในลำคอ เปายิ้มบางก้มหน้าลงนิดหน่อย ดวงตาคมเหลือบมองเจ้าของผมสีควันบุหรี่โดดเด่นข้างกาย ซึ่งมาร์คก็มองเขาอยู่เช่นกัน

หลังจากรับประทานข้าวเสร็จแล้วเปาจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำหลังร้าน

ร่างโปร่งยืนมองตนเองในกระจกรู้สึกหนักอึ้งในใจแปลก ๆ ซึ่งมันทำให้เขากินข้าวไม่ลงอีกเลยหลังจากคำพูดนั้น การใช้ชีวิตอยู่กับไอ้มาร์คตอนนี้มันเหมือนอีกฝ่ายเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของตนเองไปแล้ว เขาลืมไปได้อย่างไรว่ามาร์คมันไม่ใช่คนธรรมดาที่สามารถเลือกความรักได้ เพราะต้องมีเชื้อสายสืบทอดตระกูลต่อไป

“ฟู่ว..” ถอนลมหายใจออกมาบาง ๆ แต่ทำไมยังหนักอึ้งอยู่อีกวะ...

ร่างสูงกำลังจะเดินออกไปหากแต่ก็มีคนมาขวางเอาไว้

“จะเข้าห้องน้ำเหรอ” พูดเสียงเบาแล้วทำท่าหลบให้อีกฝ่ายเข้ามาด้านใน มาร์คผ่อนลมหายใจแล้วดึงร่างโปร่งให้ตามตนมาที่ห้องริมสุด

ปึง! ปิดประตูลงกลอน มือขาวปิดปากฝาชักโครกแล้วทิ้งกายนั่งลงโดยดึงเปาให้ซ้อนทับลงบนตักแกร่ง

“เป็นอะไร” แขนล่ำโอบรอบเอวแล้วเงยหน้าขึ้นถาม

“เปล่า..” พูดเสียงแบบนี้ดูก็รู้ว่าต้องมีอะไรในใจแน่ มาร์คดึงปลายคางของอีกฝ่ายให้หันมา

“บอกเฮียมาเครียดเรื่องอะไร หน้าเปามันฟ้องเฮียหมดแล้ว” นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าเปาออก แล้วเลื่อนลงมาลูบแก้มที่สากน้อยลงเพราะเขาจับไอ้เปาโกนหนวด และต่อจากนี้คงต้องบังคับให้ใช้ครีมบำรุงเยอะ ๆ

“เปามีไรให้เครียด เฮียออกไปเถอะเดี๋ยวพ่อแม่สงสัยนะ” มือหยาบปัดมือของมาร์คออกแล้วเอ่ยพูดเสียงเบา

“เรื่องที่เฮียจะต้องไปดูตัวใช่มั้ย” สองแขนรวบกอดเอวสอบของคนบนหน้าขาแล้วพยายามดึงให้อีกคนเข้ามาใกล้อีก เปาเองก็ยอมขยับตามจนทั้งคู่แนบชิดกันมากขึ้น

“......” พอไม่ได้รับเสียงตอบรับกลับมามาร์คจึงรู้ว่าเรื่องที่เขาคิดคงไม่ผิดแน่

“เปา มองหน้าเฮีย” มือหนารั้งใบหน้าให้เขามาสบกันอีกรอบ เรียวนิ้วลูบไปตามริมฝีปากที่เขาชอบบดจูบมันเสมอตั้งแต่ได้ไอ้เปาเป็นเมีย

“.....”

“เฮียไม่เคยคิดจะมีใครตั้งแต่เปาเข้ามาในชีวิตเฮียแล้วความรู้สึกของเฮียไม่มีทางเปลี่ยนไปง่าย ๆ ถ้าเปาไม่ดื้อจนเฮียทนไม่ไหว ต่อให้เป็นพ่อแม่ก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งชีวิตเฮียทั้งนั้น” มาร์คพูดขณะนิ้วยังคงวนรอบริมฝีปาก ร่างสูงขยับเข้าไปขบเม้มตามใบหูแล้วเคลื่อนมาคลอเคลียที่แก้ม

“แต่..”

“เลิกพูดเรื่องนี้ สิ่งที่เปาจะฟังได้คือคำพูดของเฮียเท่านั้น” ใบหน้าคมหล่อที่ต่างไปคนละแบบสบตากัน ริมฝีปากหนายกขึ้นจูบกับร่างบนตักอย่างช้า ๆ เปาหลับตาลงเหมือนความรู้สึกต่าง ๆ จะคลี่คลายไปมาก เขาจูบกับมาร์คเป็นเวลานานเหมือนจะเป็นหนึ่งอันเดียวกัน ทั้งเรียวลิ้นที่ตวัดต้อนช้า ๆ ทำให้รู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยบินวนอยู่ในช่องท้อง เปากอดลำคอแกร่งที่เริ่มโถมแรงลงมา

“อึก..” มาร์คผละออกเมื่อตนเริ่มเอาแต่ใจจนแทบทนไม่ไหว

“ออกไปได้แล้ว ทีหลังมีอะไรพูดกับกูตรง ๆ อย่าหนีมาทุกข์ใจคนเดียวแบบนี้อีก เพราะกลัวผัวไปมีคนอื่นหึหึ”

“พูดมาก ใครทุกข์ใจฮะ!..”

“หรือจะให้กูไปดูตัวกับอิงดาวดีไหมล่ะ” เปาเม้มริมฝีปากก่อนจะลุกขึ้นออกจากตักแกร่งทำท่าจะเปิดประตูออกไป

พรึ่บ..

“ขี้งอนเหมือนผู้หญิงเลยนะ ไหนล่ะน้องเปาคนแมน”

“ผู้หญิงบ้านมึงสิ ปล่อยได้แล้วกูร้อนจะออกไปข้างนอก” เปาพูดเสียงสะบัดทำท่าจะกระชากแขนออก

“หอมแก้มกูก่อน”

“ไม่”

“ไอ้เปา กูสั่ง”

เปาถอนลมหายใจแรง ๆ แล้วขยับเข้าไปกดจมูกลงบนแก้มเนียนของมาร์ค

“กูบอกให้หอมไม่ใช่แตะ” เสียงดุขึ้น

ฟอดดด ร่างสูงโปร่งผละออก มือหนาเกลี่ยแก้มก่อนจะยอมให้เปาเปิดประตูออกไป

กึก! ร่างสูงหยุดชะงักเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนยืนอยู่ด้านหน้า ซึ่งมาร์คเองก็หยุดนิ่งเช่นกัน

“ไอ้เปา.. มึงอยู่กับ...” ดวงตาของผู้มาใหม่เบิกขึ้นเล็กน้อย

มาร์คเพียงเหลือบมองนิ่ง ๆ แล้วกุมมือเปาให้เดินตามออกมา ซึ่งร่างโปร่งทำท่าจะชักออกด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเพราะเพื่อนตนเองที่กลับจากค่ายวันนี้มาเห็น

“เปา ตามกูมา” มาร์คหันมาสั่งเสียงนิ่ง เปาเม้มริมฝีปากแล้วกระชากมือออกจนมาร์คชะงักกับการกระทำนั้น

“มะ.. ไม่มีอะไร” เปาพึมพำบอกเพื่อนตนแล้วทำท่าจะเดินออกไป

“มึงสบายใจแบบนี้ใช่ไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามซึ่งมันทำให้เปาหยุดการก้าวขาลง แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น เปาก้าวขาเดินผ่านหน้าของมาร์คออกไปด้านนอกทันที

ซึ่งผู้มาใหม่ก็ยังคงช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ไอ้เปากับพี่มาร์คคนตรงหน้าเขาเกลียดกันสุดขั้วแต่วันนี้กลับมายืนอยู่ด้วยกันแถมความรู้สึกแปลก ๆ ที่ไม่สามารถอธิบายได้อีก

เปาเดินออกมาด้านนอกห้องน้ำแล้วตรงออกไปจากร้านทันที ใบหน้าคมเริ่มซีดเซียว มือไม้เองก็สั่นเบา ๆ เหมือนกลัวว่าจะโดนเปิดเผยความลับที่ปิดมาตลอดสามปี เปากลืนน้ำลายลงคอไม่แม้แต่จะหันไปตามเสียงเรียกของคุณอาและคุณน้า

มาร์คเดินออกมาด้านนอกห้องน้ำกำลังจะตรงไปทางเรียบชายถนนที่เขาเห็นแผ่นหลังไอ้เปา

“มาร์คัสหยุดก่อน ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่าลูก” คุณหญิงเข้ามาคว้าแขนลูกชาย

“.....”

“มาร์คัสบอกแม่หน่อยสิลูก.. ทำไม-”

“ปล่อยผม แล้วก็อย่ามาพูดเรื่องคู่หมั้นอะไรนั่นอีกต่อหน้าไอ้เปา”

“.....”

“ไอ้เปามันเป็นเมียผม แล้วก็ขอเตือนด้วยถ้ายังมายุ่งเรื่องส่วนตัวของผมอีกผมจะไม่อยู่เฉยแน่”

“.....”

“ส่วนเรื่องผู้นำตระกูลถ้าพวกคุณไม่สบายใจที่ผมไม่สามารถให้ทายาทได้ก็เชิญไปหาคนที่พวกคุณต้องการ ผมพร้อมที่จะถูกตัดออกแล้วจะไม่เอาอะไรทั้งสิ้น ถ้าการที่ต้องขึ้นเป็นเจ้าสัวคนต่อไปแล้วไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ผมรัก”

มาร์คดึงแขนตนเองออกมาจากการจับกุมของแม่ อย่างไร้เยื่อใย หัวใจชายหนุ่มบีบรัดเหมือนคนกำลังจะตายเพียงเพราะถูกไอ้เปาปฏิเสธด้วยการเดินหนี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป