บทที่ 5 ตอนที่ 4
“เอารถกูออกมาเลย เออ อยู่แถวถนนสุขสาย” มาร์ควางสายโทรศัพท์ลงแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแผ่นหลังของเปาที่เดินย่ำไปล่วงหน้าเหมือนไร้จุดหมาย
“เปา!” มาร์คตะโกนเรียกก่อนจะออกแรงวิ่งตาม มือหนาคว้าเข้าที่แขนของเปาแล้วกระชากให้หันกลับมา ดวงตาคมไหววูบนิดหน่อยเมื่อได้เห็นสีหน้าของเปาว่าซีดเซียวแค่ไหน มันแสดงถึงความกลัวและความกังวลที่มีอยู่เต็มไปหมดจนมาร์คเริ่มใจสั่น
“กลับกับกู” เปาชะงักเหมือนจะไม่ยอมเดินตาม ดวงตาคมเริ่มเสหลบเหมือนจะปฏิเสธทุกอย่าง
“.....”
“เปา.. กลับกับเฮียนะ” เป็นคำพูดที่ทำให้คนตัวสูงต้องเงยหน้าและเป็นเวลาเดียวกับที่มีรถคันหรูขับมาจอดลงข้างถนน มาร์คดึงแขนคนรักให้เดินตามตนมาก่อนแล้วสอดตัวเข้าไปนั่งที่เบาะด้านหลัง
“ไปคอนโด”
“ครับ” ชายหนุ่มตอบรับคำสั่งของหัวหน้า มาร์คหันมากุมมือเปาไว้แน่นแล้วดึงอีกคนเข้ามาใกล้ตัว บนรถไร้เสียงพูดคุย มีเพียงบรรยากาศอันน่าอึดอัดเท่านั้น
พอรถมาจอดลงหน้าคอนโดหรูหราที่มีความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเป็นเลิศก็ทำให้เปาผ่อนลมหายใจสั่นออกมาช้า ๆ ดวงตาคมหันมองมาร์คซึ่งอีกฝ่ายก็มองเขาอยู่เช่นกัน เปาขยับตัวลงไปเปิดประตูด้านของตน
ขายาวก้าวเข้าไปด้านในคอนโดรู้สึกเหมือนตัวจะชาไม่หายจากเหตุการณ์ที่ร้านอาหาร
แกร๊ก..
ปึง!
“ไอ้เปาหยุด” หลังจากเข้ามาภายในคอนโดมาร์คก็ก้าวเข้าไปกระชากแขนเปาให้หันมาเคลียร์ปัญหากับตน
“......”
“มึงจะเดินหนีกูไปอีกสักเท่าไหร่ฮะ!” มาร์คตะคอกเสียงดังลั่นจนเปาชะงัก
“มึงลองมาเป็นกูบ้างไหมล่ะ!”
“แล้วมึงอยากลองเป็นกูไหม! สัตว์ กูชัดเจนกับมึงทุกอย่างยอมทิ้งอนาคตของตัวเองเพื่อมึง! แล้วมึงล่ะเคยเห็นใจกูบ้างมั้ย!” มาร์คกระชากคอเสื้อร่างโปร่งจนเปาเบิกตาขึ้นด้วยความตกใจ อารมณ์ของมาร์คตอนนี้อยู่ในขั้นที่ควบคุมได้ หากผู้ชายคนนี้อารมณ์ถึงระดับสิบเปาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะรอดไปจากเงื้อมมือนี้ไหม
“มึงไม่มีเพื่อนคบเหมือนกูจะไปเข้าใจอะไร!” สำหรับเปาแล้วความอัดอั้นในใจมันมีมากกว่าความกลัว
“มึงสนใจเพื่อนมึง แล้วกูล่ะไอ้เปา”
“มึงก็ส่วนมึง! เพื่อนกูก็ส่วนเพื่อนกู” เปาเม้มริมฝีปากพยายามแกะมือของอีกคนที่จับคอเสื้อตนไว้
“อายหรือไงที่เป็นเมียกูฮะ!” มาร์คกระชากเปาเดินมากลางโถงคอนโด ทั้งคู่อยู่ในอารมณ์ที่ฉุดรั้งได้ยากมากในตอนนี้ สายตาคมที่เหมือนมีดจ้องมองร่างโปร่งตรงหน้าราวคาดคั้นเอาคำตอบ
“เออ! กูอาย อายที่ต้องมาเป็นเมียคนอย่างมึง!.. “มาร์คขบกรามแน่นเป็นสันนูน ในหัวกำลังเต้นตุบจนเส้นเลือดโผล่ขึ้นมาบนหัวอย่างเห็นได้ชัด
“ให้กูประกาศไหมล่ะ ว่าที่ต่อยกันทุกครั้งตอนเจอหน้าแล้วทำตัวเหมือนคู่อริที่เกลียดกันเข้าไส้ แต่จริง ๆ แล้วมึงเป็นเมียกูมาถึงสามปี!”
พลั่ก! แรงต่อยเข้าที่หน้าทำเอามาร์คผละออกไป มือหนายกขึ้นแตะริมฝีปากตนเองที่มีเลือดไหลออกมา ดวงตาคมดุเงยขึ้นมองร่างโปร่งที่ยืนกำมือเข้าหากันแน่น
“มึงจะเอาแบบนี้ใช่ไหม”
“เออ!” เปาตะคอกกลับไปดังลั่น
ผัวะ!! ร่างโปร่งเซถลาเมื่อถูกหมัดหนักซัดเข้าที่ข้างแก้ม มาร์คเดินเข้ามาหมายจะต่อยซ้ำแต่ก็ถูกขายาวถีบสวน ทั้งคู่ต่างแลกหมัดกันจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพลงปาก เปาปล่อยหมัดกระแทกใส่ใบหน้าหล่อจนมีรอยแผลข้างคิ้ว มาร์คตวัดถีบกระแทกใส่ท้องเปาอย่างแรงจนร่างโปร่งทรุดลงแล้วตามไปต่อยซ้ำ ทั้งคู่ผลัดกันลุกขึ้นมาอยู่เหนือกันแล้วต่อยแบบไม่ยั้งมือ ทั้งฉุดกระชากลากถูไปทั่วห้องจนของหล่นลงมาตกแตกกระจายไปทั่วพื้น ทั้งหมัดและมวยถูกปล่อยออกมาหมดเหมือนอดทนมานาน
พลั่ก!! มาร์คกระแทกเปาลงบนพื้นเมื่อซัดกันจนมาสุดที่กลางโถงห้องเหมือนเดิม มือหนาจับกระชากคอเสื้อเอาไว้โดยร่างกายคร่อมทับอยู่ด้านบน หมัดหนักง้างขึ้นกลางอากาศทำท่าเหมือนจะต่อยลงมา
“......”
“......” มาร์คมองใบหน้าคมของคนใต้ร่างกายที่มีรอยแตกตามหัวคิ้วและปากไม่ต่างจากเขา เสียงหอบหายใจดังราวเหน็ดเหนื่อยของทั้งคู่คือเสียงหนึ่งเดียวภายในห้องนี้ ทั้งเสื้อทั้งชุดถูกฉุดกระชากจนขาดเหวิ่นกระดุมเกลื่อนพื้น
มาร์คข่มอารมณ์ไว้สุดความสามารถของตน ดวงตาคมมองเสื้อที่ตนเองซื้อให้ไอ้เปาซึ่งมันขาดจนไม่เหลือชิ้นดีหัวใจก็พานเจ็บปวดราวถูกบีบรัด
“เจ็บไหม...”
“เจ็บ...” เปาตอบน้ำตาคลอหน่วย ทั้งสองคนทรุดกอดกันทั้งอย่างนั้นอยู่บนพื้น ใบหน้าหล่อเหลาซบไปกับไหล่แกร่งปล่อยหยาดน้ำตาออกมาเนื้อตัวสะอึกสะอื้น มาร์คเองก็ไม่ต่างกันเขามีน้ำตาคลอที่หางตา หากไม่เงยหน้าขึ้นก็คงไหลลงมาเช่นกัน ทั้งคู่พยุงพากันเข้ามาภายในห้องอย่างยากลำบากเพราะต้องเดินผ่านเศษข้าวของแตกกระจาย
พอมาถึงที่เตียงมาร์คจึงรีบเดินไปหากล่องยาที่มีติดอยู่ในห้องเสมอ หลังจากได้มาแล้วก็มานั่งลงบนเตียงแกะพวกซองออกจนหมดเพื่อมาทำแผลให้เปาและตนเอง
ทั้งคู่ต่างหยดยาใส่สำลีแล้วนำมันมาแตะหน้าของอีกฝ่าย มีหลบออกบ้างเพราะความเจ็บและแสบ มาร์คทำอย่างเบามือมากที่สุด เปาเองก็เช่นกันทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่ต่างใส่กันสุดแรงเกิดจนมีสภาพไม่ต่างไปจากขอทานใต้สะพาน
“เดี๋ยวเฮียเอายามาให้กินนะ” มาร์คลูบรอยแตกบนริมฝีปากของเปาเบา ๆ แล้วลุกขึ้นไปหยิบยาแก้ปวดมาเพื่อกินดักไว้ก่อน
มาร์คกลับเข้ามาในห้องพร้อมน้ำหนึ่งแก้ว เขาสังเกตเห็นความซึมของคนบนเตียง
“เปา.. เฮียขอโทษ”
“กล่องเกมพัง.. ฮึก.. มันพังแล้วอะ” เปายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาป้อย ๆ ไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าใครแบบนี้มาก่อนเลย ร่างหนาทิ้งกายนั่งลงบนเตียง แขนล่ำคว้าโอบกอดแล้วดึงอีกคนให้เข้ามาซบไหล่
“พรุ่งนี้เฮียซื้อให้ใหม่เอารุ่นล่าสุดเลย เปาบอกอยากทำห้องเกมใช่ไหม เดี๋ยวเฮียทำให้” มือหนาลูบไปตามแผ่นหลังที่สั่นเบา ๆ
“มันมีห้องที่ไหนล่ะ” พึมพำเสียงเบา ใบหน้าคมซบไหล่เช็ดน้ำตาที่เผลอปล่อยให้ไหลออกมาจนตอนนี้เริ่มแห้งเหือดลงแล้ว
“เดี๋ยวย้ายห้องทำงานเฮียมาข้างล่าง”
“แต่..” เปาจะค้านเพราะถึงแม้ตนจะอยากได้ห้องเล่นเกมมากขนาดไหนแต่การทำแบบนี้เปารู้สึกว่ามันไม่ควรเท่าไหร่
“ไม่ต้องแต่ เฮียเต็มใจครับ นอนนะพรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้า ๆ ไปดูของมาทำห้องกัน” มาร์คดึงอีกคนให้ผละออกมามองหน้า จมูกโด่งเคลื่อนเข้าไปกดจูบบนแก้มแล้วเอนกายนอนลง ทั้งคู่ต่างนอนกอดกันด้วยความหอบเหนื่อยจากเหตุการณ์รุนแรงเมื่อครู่ เปาซบใบหน้าไปกับลำคอขาวแล้วหลับลงไปในที่สุด
มาร์คเองก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาจนถึงคอ เขานอนมองหน้าเปาอยู่อย่างนั้นจนหลับลงไปอีกคน
...
“ขอวันเดียวเสร็จ ของจะมาส่งตอนเย็น” มาร์คกดวางสายหลังจากโทรไปให้ลูกน้องของตนจัดการเปลี่ยนห้องทำงานเป็นห้องเล่นเกม
ร่างสูงเดินกุมมือเปาที่ใส่เสื้อแขนยาวขายาวและหมวกปิดบังใบหน้ามิดชิด
“เราขอเสนอเป็น Ps5 ค่ะ”
“มีรุ่นดีกว่านี้ไหม เอารุ่นล่าสุดแล้วก็ดีที่สุดมา” มาร์คบอกเสียงเรียบขณะสายตาสำรวจไปทั่วร้าน
“รุ่นนี้ดีมากที่สุดแล้วค่ะคุณลูกค้า” พนักงานสาวยิ้มแย้มเมื่อได้บริการลูกค้าหล่อเหลาถึงแม้จะมีแผลช้ำตามใบหน้า
“แล้วก็เอาชุดโต๊ะตั้ง แล้วก็คอมพิวเตอร์ที่แรงที่สุดในร้านมาด้วย ขออุปกรณ์ครบครันไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม” มาร์คพูดจบก็หันมามองเปาที่กำลังยืนยิ้มอยู่ข้างกาย
“หิวไหม” เปาพยักหน้าเป็นคำตอบ ซึ่งมาร์คเพียงยิ้มแล้วเดินเข้าไปคว้ากอดไหล่ของเปาพากันออกมานอกร้านหลังจากจัดการอะไรเสร็จโดยพนักงานจะนำของไปส่งให้ที่คอนโด
“อยากกินอะไร”
“อะไรก็ได้” เปาตอบเสียงแผ่ว มาร์คพยักหน้าพาร่างสูงโปร่งเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่น เขารู้ว่าไอ้เปากำลังเกรงใจอยู่เพราะวันนี้มาร์คเสียเงินไปเยอะมาก
“ทีหลังอยากแดกอะไรก็พูดตรง ๆ ไม่ต้องเกรงใจกู ของที่กูซื้อให้มันไม่ได้เศษเสี้ยวของเงินกูหรอก” มาร์คบอกแล้วพามานั่งที่ประจำของพวกเขา ซึ่งมันไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งคู่มานั่งกินกันตรงนี้
เปารับใบเมนูมาแล้วสั่งอาหารประจำของตน ริมฝีปากเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่นี้คนอย่างมาร์คก็พอใจสำหรับวันนี้แล้ว เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาตอบไลน์ที่แจ้งเตือน แม้จะอยากผ่อนลมหายใจมากแค่ไหนแต่มาร์คก็กลั้นเอาไว้เต็มที่เพราะไม่อยากให้เปารู้สึกอะไร
“อะ” มาร์คเงยหน้าขึ้นเมื่ออีกคนคีบอาหารมาจ่อหน้า ดวงตาคมมองไอ้เปาที่กำลังเคี้ยวตุ้ย ๆ เต็มปาก มาร์คจึงอ้าปากจะรับเกี๊ยวชิ้นนั้นแต่ไอ้เปาดันชักกลับมากินเอง ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้น
“แสบนักนะมึง ป้อนกูใหม่เลย”
หลังจากกลับจากห้างทั้งคู่ก็กลับมามีรอยยิ้มที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน เปากุมมือมาร์คไว้แน่นเพราะความตื่นเต้น ตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาสามทุ่มกว่า ๆ แล้วคาดว่ายังไงช่างทำห้องและพนักงานน่าจะติดตั้งอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตี้ดด... มาร์ครูดคีย์การ์ดเข้าไปด้านในซึ่งไอ้ตัวดีก็รีบวิ่งขึ้นไปด้านบนชั้นสองทันที เปาเปิดประตูเข้าไปในอดีตห้องทำงานก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นห้องเล่นเกมใหม่ของตน
ร่างสูงโปร่งเดินสำรวจอย่างตื่นตาตื่นใจ ทั้งตื่นเต้นและรู้สึกดีตีกันไปหมด เปาหันไปมองร่างหนาที่เดินเข้ามาพอดีก่อนจะโผเข้ากอดมาร์คเต็มแรง
“ไปลองเล่นไป” เปาพยักหน้าระรัวรีบเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้เนื้อดีราคาแสนแพงเพราะมาร์คอยากให้เปาได้ใช้ของดีที่สุด เปาหยิบหูฟังขึ้นมาสวมใส่ ดวงตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเป็นประกาย แสงสีในห้องก็สวยงามเหมือนฝันไม่มีผิด
“สัตว์โคตรแจ่มแมวเลยว่ะ” เปาเนื้อเต้นไปทุกส่วนจนนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ มาร์คมองค้างอยู่อย่างนั้นก่อนจะก้าวขาเดินออกมาด้านนอกห้อง
กายสูงทิ้งร่างลงบนโซฟาตัวนุ่มแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเงินในบัญชี มาร์คยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าตนเองสลับกับหัวคิ้วอย่างเคร่งเครียด
Tru...Tru... มาร์คถอนลมหายใจออกมาแล้วกดรับสายโทรศัพท์
“อืม”
[“หมายความว่าไงวะเรื่องจะขยายเวลาโปรเจคไปก่อน”] เสียงปลายสายกล่าวออกมาทันที
“กูมีเรื่องต้องใช้เงินนิดหน่อย ขอเวลาอีกสองเดือนกูจะหมุนเงินใหม่” มาร์คตอบเสียงเรียบขณะนวดหน้าผาก
[“ไอ้มาร์คมึงจะมาทำแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย พวกกูลงทุนกันไปแล้วรอเพียงแค่มึงเนี่ย”]
“........”
[“มึงไม่เคยใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้มาก่อนเลยนะ มีปัญหาอะไรบอกพวกกูมาหน่อยดิ] ปลายสายเริ่มไม่พอใจขึ้นมา
“กูมีของอยากได้เลยซื้อ โทษที.”
[“เออ ๆ พวกกูนับถือมึงที่ไม่เคยใช้เงินของพ่อแม่เลย ได้มาเป็นแสน ๆ ก็ส่งคืนหมด ทีหลังอย่ามีเหตุการณ์แบบนี้อีกนะ เรื่องเงินลด ๆ ลงบ้าง”]
“เออกูรู้ เลิกสวดกูสักทีได้ไหมสัตว์”
[“ก็ไม่อยากจะสวดหรอก แต่มันคาใจว่ะ คนอย่างมึงจะยอมเสียเงินไปกับอะไรทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เลยสักครั้ง”
“ก็บอกอยู่ว่ากูมีของที่อยากได้ กูอยากซื้อเลยตอนนี้”
[“ไม่ใช่ของไอ้เปาแน่นะ”] เสียงปลายสายเริ่มจับผิด
“ไม่ใช่ เงินมากมายขนาดนั้นกูจะยอมเสียไปให้มันทำไม” มาร์คตอบขณะลอบมองหน้าประตูที่มีไอ้เปาอยู่ด้านใน
[“เออแค่นี้แหละ มารวมกลุ่มบ้างนะมึง ตั้งแต่มีไอ้เปาแทบจะผูกติดกับมันตลอดยี่สิบสี่เลยนะ”]
“เออว่างจะไป ช่วงนี้กูฝึกงานกับพ่อด้วย” มาร์คตอบขณะเอนกายพิงโซฟาแล้วคุยกับเพื่อนนิดหน่อยแล้ววางสายลง ร่างสูงนั่งอยู่บนโซฟาอยู่นานก่อนจะเดินลงไปด้านล่างที่จัดเป็นโซนห้องทำงานแทน ร่างแกร่งนั่งลงบนเก้าอี้แล้วหยิบเอกสารต่าง ๆ มาดูเพราะได้รับมอบหมายงานมาจากอีเมลเมื่อตอนกินข้าวกับไอ้เปา
“ไอ้มาร์ค” เสียงเรียกของคนด้านบนทำให้มาร์คค่อย ๆ คลายสีหน้าแห่งความกังวลลง
“ขึ้นไปเล่นเกมกัน เกมนี้กูได้มาใหม่”
“อะไรของมึง”
“เกมผีไง พอถึงตอนน่ากลัวมึงมานั่งเล่นแทนกู” เปาพยายามดึงแขนมาร์คขึ้นมาซึ่งร่างสูงก็ยอมลุกเดินตามไป
มาร์คนั่งลงบนเก้าอี้แล้วดูไอ้เปาที่กำลังตื่นเต้น ดวงตาคมเหม่อมองหน้าจอนิดหน่อยก่อนจะรู้สึกเย็นชืดที่ข้างแก้ม ซึ่งมันทำให้มาร์คหันไปทันที ดวงตาคมดุมองไอ้ตัวดีที่กำลังเกาแก้มตนเองเหมือนเขินอาย
“อยากหอมแก้มกูทำไมไม่บอกให้รู้ตัวก่อน”
“กูอยากหอมเลย”
“มาหอมใหม่”
“ไม่เอาแล้ว” เปาเม้มริมฝีปาก ไม่ทันไรร่างโปร่งก็ลอยหวือขึ้นจากเก้าอี้
“อะ.. เฮียปล่อยเปาเกมจะเริ่มแล้ว”
“หอมเฮียเยอะ ๆ เลยนะครับ ขอกำลังใจหน่อย”
